Category

Cosmetic

Category

7 สิ่งที่ผู้หญิงต้องพก ติดกระเป๋า สิ่งที่สาว ๆ หน้าสวย ห้ามขาด!!

7 สิ่งที่ผู้หญิงต้องพก ติดกระเป๋า สิ่งที่สาว ๆ หน้าสวย ห้ามขาด!!

7 สิ่งที่ผู้หญิงต้องพก ติดกระเป๋า สิ่งที่สาว ๆ หน้าสวย ห้ามขาด!! อะไรบ้างที่สาวๆ มหาลัยมือโปรต้องพกติดตัวเสมอ สำหรับน้องเฟรชชี่ปี 1 ก็อาจจะเงอะๆ เงิ่นๆ ไม่รู้จะทำอะไรดี

แต่บอกได้เลยว่า พี่ๆ สาวๆ มหาลัยเค้าจะต้องมีไอเท็มติดตัวเสมอ แต่ละคนจะมีอะไรกันบ้างก็แตกต่างกันไป แต่วันนี้ก็มี 7 สิ่งที่สาวๆ มหาลัยต้องพกติดตัว มาให้อ่านกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน — สิ่งที่ผู้หญิงต้องพก

  1. แป้งผสมรองพื้น

สิ่งที่วัยรุ่นต้องพกติดกระเป๋า

สำหรับใครที่ไม่อยากให้ใบหน้าอันสวยสดของเรามันแผล่บ ในระหว่างวัน และสิ่งที่ควรมีติดตัวมากที่สุดก็คือ แป้งผสมรองพื้นนั่นเอง โดยเจ้าแป้งผสมรองพื้น ที่เหมาะกับสาวมหาลัยก็คือ แป้งที่สามารถควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี

จะเป็น แป้งแต่งหน้า ยี่ห้ออะไรก็ได้ ขอแค่ใช้แล้วเกิดอาการแพ้ก็พอแล้ว เพราะการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยนั้น นักศึกษาไม่ได้อยู่แค่ในห้องแอร์เท่านั้น บางครั้งก็ต้องมีการเดินเรียนบ้าง หรือว่าทำกิจกรรมมหาลัยบ้าง ดังนั้นแป้งดีๆ ที่สามารถควบคุมความมันได้ ก็เป็นที่สิ่งสำคัญ

  1. ลิปทิ้นท์

สิ่งที่กระเป๋าผู้หญิงต้องมี

ลิปทิ้นท์เป็น ลิปสติก ที่เหมาะสมกับนักศึกษาในรั้วมหาลัยมากที่สุด เพราะลิปทิ้นท์จะให้ลุคใสๆ ที่ริมฝีปาก ซึ่งก็จะทำให้ริมฝีปากแดงระเรื่อ เหมือนสาวที่มีสุขภาพที่ดี และยังไม่ทำให้แก่กว่าวัยอีกด้วย ดังนั้นใครที่ยังไม่มีลิปทินส์ติดตัว ก็ควรซื้อติดตัวไว้ด่วน

  1. ลีฟออนแต่งผม ขนาดเล็ก

เพราะทรงผมเราไม่ได้อยู่ทรงสวยตลอดเวลา เพราะบางครั้งผมก็อาจยุ่ง ฟูเป็นฟองน้ำ ก็เป็นอะไรก็ตาม อาจจะเพราะนั่งวินในมหาลัย หรือไปทำกิจกรรมมา โดยลีฟออน หรือสเปรย์จัดแต่งทรงผม สามารถใช้ได้โดยที่ไม่ต้องล้างออก ยิ่งให้ยี่ห้อดีๆ นั่นก็จะทำให้ผมของเรากลับมาอยู่ทรงสวย แบบแทบไม่ต้องจัดทรงกันเลยทีเดียว

  1. โรออนขนาดเล็ก

เพราะเนื่องจากว่ากิจกรรมในมหาวิทยาลัยมีค่อนข้างมาก นั่นก็อาจจะทำให้กลิ่นตัวหอมๆ ที่เราพึ่งจะจัดแต่งให้หอมของเราหายไป ดังนั้นอย่าให้กลิ่นตัวที่แรงของเรา มาทำให้เราเสียบุคลิก เราสามารถแก้ปัญหากันได้ง่ายๆ โดยการใช้โรลออนไปที่รักแร้ได้ แต่ก็ควรประเภทที่ไม่มีกลิ่นแรงเกินไป ให้เลือกแบบที่สามารถดับกลิ่นได้

  1. ปากกาสำรองหลายๆ แท่ง

สิ่งที่ผู้หญิงต้องพกติดกระเป๋า

เพราะเราไม่รู้เลยว่าปากกาด้ามที่เราชอบใช้นั้น จะเอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน ไม่ว่าจะโดนยืมแล้วหาย หรือทำหล่นแล้วหาไม่เจอ หรือแม้กระทั่งปากกาจดไม่ติด ทางแก้ง่ายๆ ก็คือ ซื้อมาหลายๆ แท่ง และก็ติดชื่อไว้ ซึ่งก็ควรเลือกใช้ปากกาที่มียี่ห้อหน่อยก็ดี ไม่งั้นจะจดเล็กเชอร์ไม่ทันแน่ เพราะปากกาไม่ติด

  1. สมุดจดงานขนาดเล็ก

การใช้งานสมุดพกพา ที่เอาไว้จดงานขนาดเล็ก ซึ่งมีขนาดที่ และสามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อได้มีข้อดีคือ ทำให้เราไม่พลาดงานที่อาจารย์รีบสั่ง หรือเอาไว้จดนัดหมาย ตารางเรียนต่างๆ ซึ่งบางคนก็อาจจะใช้โทรศัพท์แทน อาจจะอัดเสียงไว้ หรือพิมพ์จด แต่การเขียนก็เป็นทางเลือกที่จะช่วยย้ำเตือนเราได้ดีกว่าแบบอื่นๆ

  1. เข็มกลัด

สิ่งที่ต้องพกติดกระเป๋า

ไม่ใช่เข็มกลัดมหาลัย หรือเข็มกลัดที่มีเพื่อความสวยงามนะ แต่เป็นเข็มกลัดธรรมดานี่แหละ เพราะบางทีอาจเกิดอุบัติเหตุ เช่น กระโปรงขาด ซึ่งถ้าเราไม่มีเข็มกลัดละก็นรกชัดๆ แถมเข็มกลัดยังเอาใช้หนีบงานเข้าไว้ด้วยกันได้อีกด้วย แบบนี้ต้องพกกันทุกคนแล้วล่ะ

15 แบรนด์ เครื่องสำอางญี่ปุ่น สุดฮิต แนะนำเครื่องสำอางจากแดนปลาดิบ 2018

15 แบรนด์ เครื่องสำอางญี่ปุ่น สุดฮิต แนะนำเครื่องสำอางจากแดนปลาดิบ 2018

เครื่องสำอางญี่ปุ่น 15 แบรนด์ สุดฮิต แนะนำเครื่องสำอางจากแดนปลาดิบ 2018 ใครที่ชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็คงไม่พลาดที่จะซื้อของฝากติดมือกลับมาแน่นอน และหนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้น เครื่องสำอางแน่นอน

และวันนี้เรามี 18 แบรนด์เครื่องสำอางจากแดนปลาดิบ ที่ผู้ไปเยือนต้องซื้อกลับมาฝากคนที่บ้านกันให้พรึ่บ จะมีแบรนด์อะไรบ้าง ไปดูกัน — เครื่องสำอางญี่ปุ่น

อัพเดท 10 ยี่ห้อเครื่องสำอางจากญี่ปุ่น 19/1/2018

เครื่องสำอางที่ญี่ปุ่น

  1. Canmake

แบรนด์นี้น่าจะเป็นที่รู้จักในไทยเป็นอย่างดี เพราะมีราคาที่ไม่แพงมาก แต่ที่น่าหิ้วกลับมาไทย นั่นก็เพราะว่าราคาที่ไทยและที่ญี่ปุ่น มันแตกต่างกันมาก และแพคเกจของ CANMAKE ก็ดูจะน่าซื้อไปซะทุกอย่าง ส่วนไอเท็มเด็ดที่อยากจะแนะนำของแบรนด์นี้เลยก็คือ Lasting Multi Eyebase WP ซึ่งสามารถทำให้อายแชร์โดว์และไอไลเนอร์ติดทนได้นานขึ้น — อายแชโดว์ยี่ห้อไหนดี

  1. DAISO

เครื่องสำอางจากไดโซะนี้เองก็น่าใช้ไม่แพ้กัน โดยราคาจะอยู่ที่ 100 เยนทั้งร้าน ซึ่งถ้าซื้อที่ไทยก็แพงไปกว่าเกือบเท่าตัว และไอเท็มเด็ดของที่อยากแนะนำก็จะเป็นอายแชร์โดว์ Elfa pearl eye shadow ที่มีหลากหลายสีให้เลือกใช้กัน และนอกจากนั้นก็ยังมีสติ๊กเกอร์ที่ช่วยทำตาสองชั้นให้ได้ลองเล่นอีกมากมาย

  1. CanDo

CanDo จะเป็นร้านคล้ายๆ กับไดโซะ โดยสินค้าทุกอย่างในร้านจะมีราคา 100 เยนเท่ากัน และเครื่องสำอางของร้าน CanDo จะค่อนข้างมีชื่อเสียงในเว็บดังอย่าง cosme.net ซึ่งเป็นเว็บที่รีวิวเครื่องสำอาง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

  1. CEZANNE

ในญี่ปุ่น เครื่องสำอางแบรนด์นี้ได้รับความนิยมหญิงสาวทั้งประเทศ และไอเท็มเด็ดที่สาวชาวไทยเคยฮิตกันก็คือ CEZANNE UV Foundation EX Plus Powder SPF23 PA++ ซึ่งเป็นแป้งพับที่ผสมไปด้วยรองพื้นเนื้อบางเบา ถ้าเปรียบเทียบราคากันแล้ว ที่ญี่ปุ่นถูกกว่าแน่นอน — แป้งแต่งหน้าแบบไหนดี

  1. Coffret D’or

ในไทยส่วนใหญ่จะขายอยู่ในเค้าเตอร์เครื่องสำอางบางยี่ห้อ ซึ่งก็เรียกว่าหายากอยู่ แต่ในญี่ปุ่นจะหาเจอได้ง่ายๆตามร้านขายเครื่องสำอางทั่วไป โดยไอเท็มหลักของแบรนด์นี้ ก็จะเป็น Coffret D’or Smile Up Cheeks ซึ่งก็ใจดีแถมแปรงมาให้ด้วย ตัวนี้สีสวยมาก และแน่นอนว่าราคาถูกกว่าไทยแน่นอน

เครื่องสำอางของญี่ปุ่น

  1. KATE

ในประเทศไทย แบรนด์นี้สามารถหาซื้อได้ตามวัตสัน โดยแบรนด์นี้ค่อนข้างจะโด่งดังมากในส่วนของ คิ้ว เพราะมีความทนทาน และใช้งานได้ดี โดยในญี่ปุ่น เราสามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องสำอางทั่วไป [ บลัชออนยี่ห้อไหนดี ]

  1. Visée

ในไทยอาจยังไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไร ถ้าอยากได้ก็ต้องฝากซื้อฝากหิ้วเอา แต่ที่ญี่ปุ่น แบรนด์นี้อายแชร์โดว์โด่งดังมาก ถึงกับได้รางวัลจากเว็บ cosme.net ในญี่ปุ่นมาเลย ตัวแพคเกจจะดูหรูหรา แต่ก็มากับราคาที่ไม่แพง หาได้ตามร้านเครื่องสำอางทั่วไปเช่นกัน

  1. MAJOLICA MAJORCA

แบรนด์นี้ก็เป็นแบรนด์ที่มีวางขายในร้านในไทยอยู่มาก เพราะเป็นเครื่องสำอางที่โดดเด่นในส่วนของมาสคาร่าปัดเด้ง แต่ก็ค่อนข้างล้างออกยากนิดนึง ส่วนตัวอายไลน์เนอร์นั้นก็เป็นที่นิยมเช่นกัน สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องสำอางทั่วญี่ปุ่น — อายไลน์เนอร์แบบไหนดี

  1. INTEGRATE

นี่เป็นแบรนด์ที่ยังไม่มีขายในไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำของแบรนด์นี้เลยก็คือ อายแชโดว์สำหรับคิ้ว และลิปกลอสซึ่งแน่นอนว่าเคยได้รางวัลจากเว็บ cosme.net มาแล้ว คุณภาพเค้าดีจริงๆ

  1. Ettusais

นี่เป็นแบรนด์เครื่องสำอางของญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความอ่อนโยนต่อผิวที่แพ้ง่าย และผิวที่เป็นสิว แถมยังคว้ารางวัลจากเว็บ cosme .n et ของญี่ปุ่นมามากมาย ตัวแพคเกจก็มีความน่ารักสุดๆ โดยราคาจะแพงกว่ายี่ห้ออื่นเป็นเท่าตัว แต่ก็คุณภาพดีสุดๆ หาซื้อได้ตามร้านทั่วไปในญี่ปุ่นเช่นกัน

แบรนด์เครื่องสำอางของญี่ปุ่น

  1. Hada Labo

มาดูที่สกินแคร์บำรุงผิวกันบ้าง แน่นอนว่าแบรนด์นี้ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในไทยมาก เพราะมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวให้ดูนุ่ม เด้ง ซึ่งเวลาใครที่ไปญี่ปุ่น ก็คงจะหิ้วน้ำตบของแบรนด์นี้มาฝากกันแน่นอน และยิ่งตอนนี้มีแบบเป็นถุงเติมประหยัด ซึ่งก็ทำให้ประหยัดเงินได้มากพอสมควร  โดยราคาที่ไทยแพงกว่าที่ญี่ปุ่นเท่าตัว ทำให้มีแต่คนนิยมไปซื้อที่ญี่ปุ่น และยังสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ในญี่ปุ่น

  1. Tsubaki Oil ของ Ooshima Tsubaki

สินค้าของแบรนด์นี้ผลิตมาจากเปลือกไม้ของผลคามิลเลีย ซึ่งก็จะไปช่วยฟื้นฟูผมที่แห้งเสีย ให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หรือจะนำมานวดหน้า ก็ย่อมได้เช่นกัน คุณสมบัติดีงามแบบนี้ ราคาก็แอบแพงนิดนึง แต่ก็คุ้มมากๆ

  1. MUJI

นอกจากมูจิจะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าแล้ว ยังเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่ดีอีกด้วย เรียกได้ว่ามีขายอยู่เยอะมาก ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว ยังมีอุปกรณ์ใช้งานกันอีกมากมาย ใครที่ไปญี่ปุ่นก็อย่าลืมไปช้อปที่ร้านนี้ล่ะ

เครื่องสำอางญี่ปุ่น 2017

  1. Abura Tori Gami

นี่เป็นแบรนด์กระดาษซับมันที่ดีที่สุดแบรนด์หนึ่ง โดยตัวกระดาษจะทำมาจากใยฝ้าย ทำให้สามารถซับน้ำมันที่ติดอยู่บนผิวหน้าออกไปได้อย่างหมดจด แถมยังทำให้เครื่องสำอางติดแผ่นซับมันออกมาอีกด้วย ซึ่งแบรนด์นี้ก็ยังมีโฟมล้างหน้าที่เป็นที่นิยม ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็ขายถูกกว่าไทยแน่นอน

  1. Kotoshina

แบรนด์นี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูของคนไทยสักเท่าไหร่ โดยแบรนด์นี้จะมีจุดเด่นในส่วนของโทนเนอร์ ครีมบำรุงผิว ซึ่งก็ได้ใช้สารสกัดที่ทำมาจากธรรมชาติล้วนๆ ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ตัวนี้หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในญี่ปุ่นจ้า

6 เครื่องสำอางกันน้ำ กันเหงื่อ ที่คุณต้องใช้แบบ ทนทานในหน้าฝน 2018

6 เครื่องสำอางกันน้ำ กันเหงื่อ ที่คุณต้องใช้แบบ ทนทานในหน้าฝน 2018

6 เครื่องสำอางกันน้ำ กันเหงื่อ ที่คุณต้องใช้แบบ ทนทานในหน้าฝน 2018 หน้าฝนแบบนี้ การเลือกใช้เครื่องสำอางเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ถ้าใครที่ใช้เครื่องสำอางไม่เป็น

แน่นอนว่าถ้าโดนฝนแล้ว ละลายลงมาตามหน้าแน่นอน แทนที่จะสวย กลับกลายเป็นสะพรึงซะได้ ดังนั้นวันนี้เราจะมาอธิบายถึง 6 เครื่องสำอางกันน้ำที่สาวๆ ต้องติดตัวไว้ ซึ่งรับรองได้ว่าเป็นประโยชน์กับทุกคนแน่นอน — เครื่องสำอางกันน้ำ

อัพเดท 6 เครื่องสำอางไม่กลัวน้ำ เล่นน้ำได้ 19/1/2018 เครื่องสำอางกันน้ำ

  1. รองพื้น

การเลือกรองพื้น ควรใช้รองพื้นชนิดเนื้อครีม เพราะชนิดเนื้อครีมจะมีน้ำมันที่เป็นส่วนผสมซะส่วนมาก ซึ่งทำให้ฝนและเหงื่อไม่สามารถมาทำอะไรได้ และยังไม่ทำให้รองพื้นของเราหลุดไหลลงไป หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าอีกด้วย ซึ่งการใช้งานก็คือ ทาครีมบำรุงผิวสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นไปที่ใบหน้าและลำคอ จากนั้นแตะรองพื้นชนิดเนื้อครีม มาแต้มลงบนใบหน้า จากนั้นก็เกลี่ยเนื้อรองพื้นให้กระจายไปทั่วทั้งใบหน้า [ เครื่องสำอางญี่ปุ่น ]

  1. แป้งพัฟกันน้ำ

แน่นอนว่าหน้าฝนแบบนี้ การทาแป้งพัฟก็ควรเลือกชนิดแบบกันน้ำ เพราะถ้าหากเราออกไปข้างนอกแล้ว ไปเจอฝนพอดี ทำให้ตัวเปียก ใบหน้าเปียก ตัวแป้งพัฟนี้ก็จะทำให้ไม่มีคราบอะไรไหลลงมาแน่นอน ทำให้มั่นใจได้เลยว่า ยังไงก็สวยปังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปียกฝน แค่นั้นเอง

  1. อายชาโดว์

การเลือกอายชาโดว์ ควรเลือกอายชาโดว์ชนิดที่เป็นเนื้อครีม เพราะสามารถกันน้ำได้ดีมาก ควรหลีกเลี่ยงอายชาโดว์แบบเนื้อฝุ่น เพราะจะทำให้เมื่อเวลาโดนฝนแล้ว คราบอายชาโดว์จะไหลลงมาเป็นทาง นอกจากจะทำให้ดูไม่สวยแล้ว ยังทำให้ดูน่ากลัวอีกด้วย ดังนั้นการเลือกอายชาโดว์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

อายชาโดว์กันน้ำ

  1. มาสคาร่า

การใช่มาสคาร่า ควรเลือกใช้มาสคาร่าที่กันน้ำได้ และใช้ปัดบริเวณขนตาให้งอนแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว และไม่ควรติดขนตาปลอมไว้ เพราะถ้าโดนฝนแล้วโอกาสที่จะหลุดออกไปตามฝนมีอยู่สูงมาก ให้ใช้มาสคาร่าแทน และควรเลือกมาสคาร่าที่สามารถกันน้ำได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีขายอยู่เยอะมาก [ แปรงแต่งหน้ายี่ห้อยอดนิยม ]

  1. บลัชออน

การเลือกใช้บลัชออน ควรเลือกใช้บลัชออนที่เป็นชนิดครีม ซึ่งส่วนใหญ่จะสามารถกันน้ำได้ เหมือนกันกับอายชาโดว์และตัวรองพื้น เพราะเครื่องสำอางชนิดเนื้อครีม จะสามารถติดทนได้นานทั้งวี่ทั้งวัน โดยเราสามารถใช้บลัชออนชนิดครีมที่มีสีสวยๆ ตามใจเราได้เลย แต่ต้องเป็นชนิดครีมนะ อย่าลืม — บลัชออนยี่ห้อไหนดี

  1. ลิปสติก

การเลือกใช้ลิปสติกนั้น ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้อะไร เพราะเราสามารถใช้ลิปสติกเนื้อใดก็ได้ แต่เราก็ควรจะเลือกลิปสติกที่มีคุณสมบัติสามารถติดทนได้นานจะดีกว่า ถ้าเราไม่มั่นใจว่า ลิปสติกที่ใช้อยู่ติดทนนานหรือไม่ อาจจะใช้ลิปบางกรีดปากไว้ก่อน จากนั้นจึงค่อยใช้ลิปสติกของเราแทน เพื่อที่จะสร้างความติดทนนานให้กับลิปสติกได้ — ลิปสติกแบบไหนดี

ลิปสติกกันน้ำ

10 เครื่องสำอางเกาหลี สุดคูล 1000 วอนก็สวยแบบ สาวเกาหลีแดนกิมจิกันได้!

10 เครื่องสำอางเกาหลี สุดคูล 1000 วอนก็สวยแบบ สาวเกาหลีแดนกิมจิกันได้!

10 เครื่องสำอางเกาหลี สุดคูล 1000 วอนก็สวยแบบ สาวเกาหลีแดนกิมจิกันได้! สาวๆ หลายคนก็คงจะชอบประเทศเกาหลีกันแน่ และคงมีความฝันที่อยากจะไปเที่ยวเกาหลีซักวัน

และแน่นอนว่าถ้าไปเกาหลี นอกจากจะไปหาโอปป้าแล้ว ยังจะต้องแวะร้านเครื่องสำอางที่เกาหลีแน่นอน และวันนี้เรามี 10 เครื่องสำอางสุดคูล จากแดนกิมจิ มาให้สาวๆ ได้เลือกกันเลยว่า อยากใช้ตัวไหน อย่ารอช้า มาดูกันเลย — เครื่องสำอางเกาหลี

เครื่องสำอาง 1000 วอน เกาหลี

  1. 3CE Drawing Lip Pen Kit

ในตอนนี้คงไม่มีเครื่องสำอางเกาหลีชิ้นไหน เป็นที่ยอดฮิตไปเกินกว่าตัวนี้อีกแล้ว เพราะเจ้าลิปสติกแบบดินสอตัวนี้ มี 12 แท่งในกล่องให้เลือก โดยตัวกล่องมีสีดำสวย แถมเนื้อลิปยังนุ่มทำให้ทาได้ง่าย เป็นแบบนี้ไปเกาหลีทั้งที จะไม่ซื้อมา มันก็ยังไงๆ อยู่น้า — ลิปสติกแบบไหนดี

  1. Laneige Water Sleeping Mask

เจ้าสลีปปิ้งมาสก์ตัวดังตัวนี้ บอกได้เลยว่า ถ้าไปเยือนถึงแดนกิมจิแล้ว จะไม่หิ้วมานี่ถือว่าผิดเลยทีเดียว เพราะราคาที่นู่นถูกกว่าบ้านเรามากๆ แถมยังใช้งานได้ดี ทำให้หน้านุ่ม น่าสัมผัส และกระปุกที่ใช้ก็ใหญ่มาก ทำให้ใช้ได้นานหลายปีแน่นอน

  1. Etude House Drawing Eye Brow

ดินสอเขียนคิ้วตัวนี้ถือเป็นตัวยอดฮิต ที่ซึ่งใครที่ไปเกาหลี ก็ต้องหิ้วมาฝากคนที่ไทยกับเสมอ เพราะให้ราคาแค่แท่งละประมาณ 80-90 บาทซึ่งถ้าขายในไทยก็แพงกว่า 2 – 3 เท่าตัว โดยตัวนี้สามารถเขียนคิ้วได้คมกริบ แถมยังมีเฉดสีหลากหลายให้เลือกใช้

  1. Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion

นี่เป็นเครื่องสำอางที่ทาผิวได้ดีมากๆ ราวกับว่าเราเป็นสาวเกาหลีเลยทีเดียว และตัวดังที่มาจากแบรนด์นี้ก็คือตัวนี้แหละที่เอามารีวิวนี่แหละ เพราะให้เฉดสีที่เข้ากับผิวสาวไทยได้เป็นอย่างดี แถมเมื่อทาแล้ว ยังทำให้ใบหน้าดูชุ่มชื้น และทำให้ผิวหน้าสุขภาพดี และแน่นอนว่าราคาที่นู่นถูกกว่าบ้านเรา

ราคาร้านเครื่องสำอางเกาหลี

  1. Etude House Oh My Eye Line

นี่ก็เป็นอีกเครื่องสำอางที่ใครที่ไปเกาหลี ก็ต้องหิ้วกลับมาใช้ หรือไม่ก็หิ้วกลับมาฝาก คนที่ไทยกับเสมอ เพราะเจ้าอายไลเนอร์ของแบรนด์นี้ใช้งานได้ดีมากๆ เขียนได้ง่าย และยังเนื้อเป็นแบบฟิล์ม ทำให้ล้างออกได้ไม่ยาก แถมยังติดทนนานอีกด้วย ราคาที่เกาหลีอยู่ที่ 100-110 บาทเท่านั้น แต่ถ้าในไทยก็แพงหน่อย

  1. Nature Republic Soothing & Moisture Aloe Vera 92& Soothing Gel

นี่เป็นเครื่องสำอางที่ทำมาจาก เจลว่านหางจระเข้ ซึ่งก็ให้สารพัดประโยชน์ และนี่ยังเปรียบเหมือนของฝากประจำเกาหลีที่ใครไปก็ต้องหิ้วกลับมากันทุกครั้ง เพราะกระปุกหนึ่งใช้งานได้นานเป็นเดือนๆ แถมยังบำรุงได้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอีกด้วย ซึ่งราคาที่เกาหลีก็ถือว่าถูกมาก ๆ โดยอยู่ที่กระปุก 90 บาทเท่านั้น

  1. Etude House Precious Mineral BB Cream Cotton Fit

นี่เป็นสุดยอดบีบีครีม ที่เมื่อทาแล้วจะทำให้หน้าเด้งเนียน โดยไม่ต้องพึ่งแอพฯ สักตัว โดยตัวนี้ถือว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ในเกาหลีมาก ๆ งานนี้ก็ทำให้สาวไทยก็อยากจะสอบเป็นของตัวเองบ้าง รับรองว่าใช้ดีมากจริงๆ

รีวิวเครื่องสำอางเกาหลี

  1. Innisfree The Green Tea Seed Serum

มากับเซรั่มตัวดังที่มาจาก Innisfree ซึ่งเอามาขายในไทยเท่าไร ก็ขายหมดไม่เหลือสักตัว ทำให้สาวไทย ถึงกับต้องไปเยือนแดนกิมจิเพื่อที่จะซื้อเจ้าตัวนี้ และก็บอกได้เลยว่า เซรั่มตัวนี้ เมื่อใช้แล้วจะทำให้หน้าดูขาว เนียนใส ไร้สิวได้ดีจริง จึงเหมาะสำหรับสาวที่มีผิวแพ้ง่าย แถมยังให้ปริมาณที่เยอะมากๆ อีกด้วย

  1. Banila Co It Radiant CC Cream SPF30 PA++

นี่เป็นซีซีครีมหน้าเด้ง ที่สามารถดึงรางวัลจากแวดวงเซเลบเกาหลีไปได้มากมาย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะราคาถูก แต่เพราะมันงานได้ดีต่างหาก และตัวนี้ก็เป็นตัวหนึ่งที่ไม่มีขายในไทย ทำให้หลายคนต้องถึงกลับตีตั๋วไปหิ้วถึงเกาหลีกันเลยทีเดียว

  1. มาสก์ชีททั้งหลายทั้งปวง

ใครที่ไปเกาหลี แต่กลับไม่หิ้วมาสก์ชีทกลับมานี่ถือว่าไปไม่ถึงกันเลยทีเดียว เพราะเกาหลีก็เป็นแหล่งศูนย์รวมของมาสก์ชีทคุณภาพ และแบบที่ราคาถูกมากรวมไว้ แถมยังมีราคาต่อแผ่นที่ถูกมาก แค่ 30 กว่าบาท

8 ยี่ห้อเครื่องสำอางไทย ใช้ดี แบรนด์เครื่องสำอางไทยคนไทย ที่คุณภาพดีสุด ๆ

8 ยี่ห้อเครื่องสำอางไทย ใช้ดี แบรนด์เครื่องสำอางไทยคนไทย ที่คุณภาพดีสุด ๆ

8 ยี่ห้อเครื่องสำอางไทย ใช้ดี แบรนด์เครื่องสำอางไทยคนไทย ที่คุณภาพดีสุด ๆ ใครจะรู่ล่ะว่า คนไทยก็สามารถสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองได้เหมือนกัน และก็ยังดังไปจนถึงต่างประเทศอีกด้วย

ทำให้วันนี้เรามี 10 เครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่ใช้ดีสุดๆ มานำเสนอให้สาวๆ ได้อ่าน และช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อกัน มาดูกันเลยดีกว่า — ยี่ห้อเครื่องสำอางไทย

เครื่องสำอางไทยยี่ห้อไหนดี

  1. Cosluxe Slim Brow Pencil

หากพูดถึงเครื่องสำอางเขียนคิ้ว ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้ หลายคนคงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Cosluxe Slimbrow Pencil ก็คือคำตอบของหนึ่งในนั้น โดยจะมาในรูปแบบของดินสอเขียนคิ้ว แท่งเล็กๆ บางๆ ซึ่งก็ให้เส้นเขียนที่เรียวบาง

ซึ่งก็ทำให้เราไม่ต้องเหลาดินสอกันไปเลยแหละ เพราะสามารถหมุนขึ้นมาใช้ได้เลย ทำให้เราสามารถเขียนโครงของคิ้วได้ดูสวยขึ้นได้ในทันที และยังกันน้ำ ติดทนนานได้ตลอดวันอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 180-250 บาท

  1. Cosluxe “Lash adhesive” acryl : white

ใครชอบใช้ขนตาปลอมละก็ ต้องไม่ควรพลาดตัวนี้แน่นอน เพราะตัวนี้สามารถสมานขนตาให้เข้ากันหนังตาได้อย่างแนบเนียน และยังสามารถติดทนนานได้มากถึง 12 ชั่วโมง เมื่อใช้แล้วจะไม่เกิดอาการระคายเคือง ซึ่งเมื่อเราติดขนตาลงไปแล้ว สีของกาวที่เป็นสีขาว จะเรียบเนียนสนิทไปหนังตาได้เอง ราคาอยู่ที่ 200-250 บาท

  1. ศรีจันทร์ ทรานส์ลูเซนต์ พาวเดอร์

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักแป้งฝุ่น ที่เหมาะสำหรับสาวผิวหน้ามันอย่าง  ศรีจันทร์ ซึ่งในสมัยก่อนก็มี ผงหอมศรีจันทร์ที่เป็นที่นิยมมากๆ ตั้งแต่สมัยคุณย่า และสำหรับแป้งฝุ่นของศรีจันทร์ตัวใหม่นี้ เป็นการคิดค้นและปรับปรุงพัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่

เพื่อที่จะตอบโจทย์สาวไทยทั้งหลายที่มีปัญหาหน้ามัน โดยจะบรรจุอยู่ในตลับสีม่วง ซึ่งก็มีความสวยงามมาก เนื้อแป้งเป็นโทนสีเหลือง เหมาะกับผิวหนังของคนไทยเป็นอย่างมาก เมื่อทาแล้ว ก็ให้ความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 139 บาท สำหรับ 4.5 กรัม และ 280 บาท สำหรับ 10 กรัม

  1. Estro Lipstick

มาดูลิปสติกตัวนี้กันบ้าง ซึ่งก็เป็นลิปสติกน้องใหม่ที่มาแรง และแบรนด์นี้ก็เป็นแบรนด์ที่มีหลายคนรีวิว สรรพคุณกันเยอะมาก เพราะมีเนื้อสีที่ติดทนนาน ชัดเจน ซึ่งมีทั้งเนื้อครีมและเนื้อแมทท์ แพ็กเกจดูสวยหรูมากๆ ราคาอยู่ที่ 490 บาท — ลิปสติกแบบไหนดี

ยี่ห้อเครื่องสำอางไทยใช้ดี

  1. Passion Ville

นี่คงจะเป็นแบรนด์ที่ ใครๆ ก็น่ารู้จักกันอยู่แล้ว โดยตอนแรกของแบรนด์นี้ ได้ผลิตลิปสติกออกมา ที่มีมากกว่า 30 สี มีทั้งสีที่สามารถใช้ทาได้ในชีวิตประจำวันจริง และรวมถึงสีแปลกๆ อีกด้วย

ซึ่งเราก็สามารถทาไปงานปาร์ตี้ได้แน่นอน เพราะสามารถติดทนที่ผิวปากได้ดี เนื้อลิปสติกดีมาก ทาแล้วไม่ทำให้ปากแห้งเกินไป ตัวแพ็กเกจเป็นแท่งสี่เหลี่ยม ราคา 380 บาท

  1. Passion Ville Cream Blush on the road

นี่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Passion Ville ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นาน แต่ก็มีกระแสที่โด่งดังสุดๆ กับเจ้าตัวนี้ที่เป็นบลัชออนเนื้อครีม ที่แบ่งเป็นสีออกชมพู 6 เฉดสี และสีส้ม 3 เฉดสี และยังมีไฮไลท์รวมถึงเฉดดิ้งเนื้อครีม ที่ถูกบรรจุมาในตลับเดียวกันอีกด้วย โดยให้สีที่ชัดเจน ติดทนนาน ราคาอยู่ที่ 400 บาท — บลัชออนยี่ห้อไหนดี

  1. Paponk First Palette

นี่ก็เป็นอีกแบรนด์ที่มีชาวเน็ตได้รีวิวกันออกมาแล้วว่า ใช้งานได้ดีมากๆ โดยตัวนี้ Paponk First Palette ที่เป็นอายชาโดว์พาเลท ที่มีสีสันให้เลือกสวยงาม โดยมี 3 พาเลทให้เลือกใช้กัน ซึ่งเราก็สามารถนำมาแต่งได้หลายสไตล์เลย มีเนื้อสีที่แน่น ติดทนนาน ราคาอยู่ที่ 890 บาท

  1. Paponk 24/7 Style Lids Wonder Stick Eyeshadow

นี่เป็นอายชาโดว์แบบแท่ง เนื้อครีมผสมชิมเมอร์ ที่มีเม็ดสีที่อัดแน่นสุดๆ ติดทนได้นาน สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ดีมากๆ  มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี และแต่ละสีนี่หวานมากๆ ราคาอยู่ที่ 350  บาท

10 ลิปสติกเนื้อแมท ยี่ห้อใช้ดี ลิปสติก ถูกและดี ที่ติดทนนาน 2560

10 ลิปสติกเนื้อแมท ยี่ห้อใช้ดี ลิปสติก ถูกและดี ที่ติดทนนาน 2560

10 ลิปสติกเนื้อแมท ยี่ห้อใช้ดี ลิปสติก ถูกและดี ที่ติดทนนาน 2560 สาวๆ หลายคนคงจะหาลิปสติกที่ติดทนนานเพื่อที่จะทาแล้ว สวยตลอดวัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะซื้อลิปสติกแบบไหนดี

ซึ่งวันนี้เราก็มี 10 ลิปสติกเนื้อแมทที่ติดทนนาน มาให้อ่านกัน จะได้ช่วยให้สาวๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แถมยังช่วยให้สวยขึ้นได้ด้วย มาดูดันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง — ลิปสติกเนื้อแมท

ลิปสติกเนื้อแมทยี่ห้อใช้ดี

  1. Anastasia Liquid Lipstick

นี่เป็นลิปสติกเนื้อแมทที่สามารถเรียกความนิยม และเสียงเรียกร้องได้เป็นอย่างมาก เพราะมีสีสันที่น่าจับจองและน่าครอบครองเป็นเจ้าของมาก และเมื่อได้ลองใช้จริง หลายคนก็บอกว่าชื่นชอบมาก เพราะมีสีที่สด ชัดเจน สามารถเข้ากับผิวได้ดี เรียบเนียน และยังไม่ทำให้ปากแห้งอีกด้วย แต่สินค้าตัวนี้ต้องใช้เวลาในการสั่งซื้อหน่อย เพราะต้องพรีออเดอร์มา ราคาอยู่ที่ 900-1,000 บาท

  1. Lime Crime Velvetines

ลิปสติกตัวนี้เหมาะกับคนที่ชอบลิปที่สีจัดจ้าน เพราะลิปสติกยี่ห้อนี้ เขามีความสามารถในเรื่องของสีในลิปสติดเป็นอย่างมาก ยิ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่เป็นของเหลว ที่เมื่อปาดผิวปากแล้ว ลิปจะกลายเป็นลิปเนื้อแมทในทันทีด้วย ยิ่งทำให้สาวๆ ต้องรีบจับจ่ายมาครอบครองให้ไว และตัวนี้ไม่มีปัญหาเรื่องคราบที่ติด และไม่ทำให้ปากแห้งแน่นอน ราคาอยู่ที่ 700-800 บาท

  1. Nars Velvet Matte Lip Pencil

นี่เป็นลิปสติกเนื้อแมทที่มีสีสันสดใส มีเม็ดในเนื้อลิปชัดเจน ซึ่งก็มาในรูปแบบของดินสอเขียนปาก ซึ่งนี่เป็นสินค้าที่เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบลิปสติกเนื้อด้าน เพราะตัวนี้จะไม่ทำให้ปากแห้ง และมีสีลิปที่จัดจ้านมาก และที่สำคัญยังมีเฉดสีให้สาวๆ ได้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะแบบหวาน เรียบร้อย หรือแบบรุนแรง หนักหน่วง ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท — ลิปสติกแบบไหนดี

  1. Mac Lipstick

นี่คือแบรนด์ลิปสติกที่เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะมีเนื้อลิปสติกให้เลือกอยู่มากมาย ยิ่งลิปแบบเนื้อแมทละก็ยิ่งมีเยอะเข้าไปใหญ่ เพราะเป็นที่นิยม แถมยังสีที่สดชัดเจน ไม่แห้งจนเกินไป​ และที่สำคัญคือลิปตัวนี้สามารถติดทนนานได้ตลอดวันอีกด้วย ทาปากกี่ทีก็สวยทุกที ราคาอยู่ที่ 800 บาท

ลิปสติกเนื้อแมทถูกและดี

  1. Sleek True Color Lipstick

นี่เป็นตัวที่พึ่งเข้ามาขายในเมืองไทย แต่ก็กลายเป็นสินค้าหายากซะแล้ว เพราะลิปสติกสัญชาติอังกฤษตัวนี้นี้ มีเฉดสีที่จัดจ้านมาก และเนื้อลิปสติกก็สามารถติดทนบนผิวได้เป็นอย่างดี และยังมีราคาที่ถูกอีกด้วย เพียงแค่ 350 บาทเท่านั้น

  1. Passion Ville Matte Lipstick

ลิปสติกเนื้อแมทสัญชาติไทย ที่มีแพ็กเกจที่ทำมาจากแม่เหล็กซึ่งมีความหรูหรามาก แถมเนื้อลิปสติกของคนไทยตัวนี้ก็มีเนื้อที่ดีเกินคาด และยังมีเฉดสีน่ารักๆ ที่รองรับได้ทุกวัยอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 380 บาท

  1. Revlon Colorburst Matte Balm

นี่เป็นลิปสติกเนื้อแมท ที่มาในรูปแบบแท่งดินสอเขียนปาก ซึ่งก็ไม่ต้องมาเหลาให้เสียเวลา เพราะมีเนื้อสีที่เยอะมาก โดยลิปตัวนี้มีสีที่สดใส ชัดเจน และไม่แห้งจนเกินไป เวลาทาจะรู้สึกเย็นที่ปากอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 300 บาท

  1. Etude Color Lips Fit

ลิปสติกเนื้อแมทสัญชาติเกาหลี โดยตัวนี้เป็นแบบจิ้มจุ่ม ซึ่งแค่ปาดทีเดียวก็แห้งไปกับปากได้เลย ลิปสติกรุ่นนี้มีหลายสีให้เลือกเยอะมาก แถมยังติดทนได้นานสุดๆ ทาแล้วสีปากจะดูสดใสน่าชมแน่นอน ราคาอยู่ที่ 200-300 บาท — เครื่องสำอางเกาหลี

  1. Maybelline Bold Matte

นี่เป็นลิปสติกที่มีราคาถูกและมีเนื้อที่ดีพอสมควร มีเฉดสีให้เลือกไม่มากนัก แต่ทุกสีก็มีแต่สีเด็ด ๆ ทั้งนั้นเลย เราสามารถใช้ได้ในประจำวันแน่นอน ที่สำคัญเนื้อลิปตัวนี้มีคุณภาพที่ดี สามารถติดทนได้นาน และยังไม่ทำให้ปากแห้งอีกด้วย คือยังพอสร้างความชุ่มชื้นให้ปาก ซื้อตอนนี้ราคาลดแน่นอร แค่เพียงประมาณ 300 บาท

  1. NYX Matte Lipstick

นี่เป็นอีกตัวที่เหมาะกับคนงบน้อย เพราะมีราคาอยู่แค่ 100-300 บาท แต่มีคุณภาพ ระดับสูงเลยทีเดียว เพราะมีสีที่สดใสชัดเจน และยังมีเฉดสีให้เลือกอีกมากมาย และตัวนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ไม่ทำให้ปากแห้งจนเกินไป

5 วิธีเลือกลิปสติก ให้เข้ากับปาก และผิว ของคุณเองมากที่สุด

5 วิธีเลือกลิปสติก ให้เข้ากับปาก และผิว ของคุณเองมากที่สุด

5 วิธีเลือกลิปสติก ให้เข้ากับปาก และผิว ของคุณเองมากที่สุด การเลือกลิปสติกก็ถือเป็นปัญหาหนึ่งของสาวๆ เลยว่าจะเลือกสีไหนดี แบบไหนดี แน่นอนว่าคนที่มีลิปในใจหรือที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้วก็คงไม่เป็นปัญหา

แต่คนที่ยังไม่รู้จะซื้อลิปสติกอะไรมาใช้ละก็ ก็คงจะงมกันไปพักนึงว่าจะซื้ออะไรดี และซื้อมาแล้วจะเหมาะกับเราไหม วันนี้จึงมี 5 วิธีเลือกลิปสติกให้เข้ากับตัวเองที่สุด มาช่วยให้สาวๆ ใช้ลิปสติกได้ดีขึ้นนั่นเอง — วิธีเลือกลิปสติก

วิธีการเลือกลิปสติก

  1. ให้เลือกสีลิป ที่เราชอบ

แค่ทา ลิปสติกเนื้อแมท ให้เข้ากับรูปหน้า หรือเลือกสีที่ใครๆ ใช้ก็สวย แคนั้นก็สามารถทำให้เราดูสวยขึ้นมาได้แล้ว  การเลือกลิปสติกที่ดีก็ทำให้เราไม่ต้องแต่งหน้าเลยก็ได้ ซึ่งก็มีคนไทยหลายคนที่ไม่แต่งหน้าเลย เพียงแค่เลือกลิปสติกให้เข้ากับตัวเอง แค่นั้นก็ทำให้ดูสวย ดูแพงขึ้นมาได้ในทันที

  1. เลือกสีแดงไปเลย

ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงอะไรแล้ว แค่ทาปากแดง แค่นั้นก็ทำให้ดูสวยโฉบเฉี่ยวไปครึ่งหนึ่งแล้ว ไม่ว่าใครจะทาก็ตาม ยังไงลิปแดงก็ยังเป็นตัวแทนก็ความจัดจ้านมากที่สุด ไม่มีสีไหนที่จะมาเบียดบัลลังก์นี้ได้ ซึ่งสีแดงก็เป็นอีกสีที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป หาซื้อได้ง่ายมาก ง่ายกว่าสีอื่นหลายขุม และชนิดที่ราคาไม่แพงก็มีอยู่เยอะ และนี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการใช้ลิปสติก

  1. สีชมพูอ่อนๆ เพิ่มความหวาน

การใช้ลิปสีชมพูอ่อนๆ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เราดูสวยได้โดยที่แทบไม่ต้องแต่งหน้าเลยก็ได้ และสีนี้ก็จะให้ความแตกต่างไปจากสีแดงโดยสิ้นเชิง สีแดงจะเป็นสีที่ดูรุนแรง แต่สีชมพูอ่อนก็จะแสดงถึงความอ่อนโยน ความหวานให้เราได้มาก ถ้าใครเป็นสาวเปรี้ยวอยู่แล้วอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานละก็ ใช้สีชมพูอ่อนตัวเดียว อยู่หมัดแน่นอน

  1. เลือกสีลิปสติกให้เข้ากับสีผิว

การเลือกลิปสติกให้เข้ากับสีผิวก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี เพราะนอกจากจะทำให้ดูมีสไตล์แล้ว ยังทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งใครที่ไม่รู้จะถ้าใช้แบบนี้แล้วจะเวิร์คหรือไม่ ให้ดูสาวไทยในปัจจุบันแล้วเราจะเข้าใจว่า การแต่งหน้าในปัจจุบัน ไม่ต้องใช้ลิปสติกสีชมพูเพียงเดียวแล้ว สีน้ำตาลก็เป็นอีกสีหนึ่งที่สามารถเพิ่มความแพงให้เราได้มากเลยทีเดียว

  1. แต่งตามดาราไปเลย

ไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากไป แต่งตามดาราไปเลย จบ ใครจะว่ายังไงเราก็ไม่ต้องแคร์ เพราะคงไม่มีดาราคนไหนที่แต่งตัวเองให้ดูขี้เหร่แน่นอน ซึ่งการใช้ตามดาราก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลา และยังทำให้ดูสวยใสอีกด้วย สะดวกมากๆ

5 อันดับ เครื่องสำอางแบรนด์ไทย เครื่องสำอางไทยใช้ดี ประจำปี 2018

5 อันดับ เครื่องสำอางแบรนด์ไทย เครื่องสำอางไทยใช้ดี ประจำปี 2018

เครื่องสำอางแบรนด์ไทย ใช้ดี ประจำปี 2018 ใครจะเชื่อว่าคนไทยก็สามารถสร้างแบรนด์เครื่องสำอางได้เหมือนกัน แถมยังมีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากลได้ด้วย แต่ที่ของคนไทยไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนักก็อาจจะเป็นเพราะ เราไม่ค่อยสนับสนุนคนไทยด้วยกันเอง ดังนั้นวันนี้เราจึงมี 5 เครื่องสำอางแบรนด์ไทย ประจำปี 2018 มาให้ทุกคนได้อ่าน และให้ลองตัดสินใจกันดูว่า แบรนด์ไทย สุดยอดจริงหรือเปล่า

อัพเดท 5 อันดับ ยี่ห้อเครื่องสำอางแบรนด์ไทย 22/1/2018

เครื่องสำอางไทย

  1. เจ้านาง

นี่เป็นแบรนด์ไทยที่มาแรงที่สุด ในปี 2018 เลยล่ะ โดยมีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ความเป็นไทยที่แสดงออกมาได้ชัดเจน และโลโก้หญิงไทยสีทอง ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ได้ดีมาก โดยแบรนด์นี้เป็นที่รู้จักกันในกลุ่มสาวๆ ที่ชอบรีวิวเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ถูกอกถูกใจก็คือ แป้งเจ้านาง ไปดูดีกว่าว่าแป้งเจ้านางมีอะไรดี

แป้งเจ้านางมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์หญิงไทยได้ดีมาก โดยจะเน้นไปที่การปกปิดผิว ช่วยอำพรางริ้วรอยจุดด่างดำต่างๆ และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการกันน้ำกันเหงื่อได้ดีมากๆ และแป้งเจ้านางตัวนี้ ยังมีคุณสมบัติที่สามารถกันแดดได้ถึงมากถึง 20 เท่าอีกด้วย [ โรงงานรับผลิตครีม ]

  1. Nario Llarias

มากับแบรนด์น้องใหม่กันบ้าง Nario Llarias อ่านว่า นาริโอะ ลาเรียส ฟังชื่อแล้วอาจจะเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นหรือจากฝรั่งเศส แต่ไม่ใช่ นี่คือสินค้าแบรนด์ไทยที่มีความหรูหราเป็นพิเศษ โดยแบรนด์นี้มีผลิตภัณฑ์เมคอัพมากมาย หลากหลายชนิดให้เลือก มีทั้งลิปสติก อายชาโดว์ พาเลทตา และอีกมากมาย จึงเรียกได้ว่าแบรนด์นี้ครอบคลุมโลกเมคอัพไปเลย

  1. Supermom

ใครที่เป็นสายเมคอัพ คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์นี้ เพราะเป็นแบรนด์ที่ดีงาม ทั้งเมคอัพ ทั้งลิปสติก ทั้ง บลัชออน ทั้งพาเลทอายแชโดว์ และอีกมากมายเต็มไปหมด โดยแบรนด์นี้จะมีสัญลักษณ์เป็นอักษรที่เขียนว่า Supermom เป็นยี่ห้อประจำ โดยเครื่องสำอางที่เป็นที่โด่งดังของ Supermom เลยก็คือ Supermom Matte Liquid Lipstick  ซึ่งเป็นลิปสติกเนื้อแมตต์ แนวจิ้มจุ่ม มีเนื้อลิปที่ดี สีชัดติดทนนาน ราคาจับต้องได้ สบายกระเป๋า แถมยังสามารถเข้ากับผิวคนไทยได้อีกด้วย

  1. Ter

ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอ่านว่า เฑอ แต่ตอนนี้รู้แล้ว เพราะว่าแบรนด์นี้อยากอนุรักษ์ความเป็นไทยให้ได้มากที่สุด จึงนำตัวอักษรที่ไม่ค่อยได้ใช้มาใส่ในชื่อ โดยตัวบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์เป็นตัวอักษร ภาษาอังกฤษ แต่มีลวดลายไทย มีลายกนกประดับ โดยคอนเซปต์ของเฑอก็คือ  “ผู้หญิงทุกคนมีความสวยเปล่งประกายในสไตล์ของตัวเอง” และแน่นอนว่า แบรนด์นี้ได้ครองใจสาวไทยไปเต็มๆ

  1. Paponk

มากับที่แบรนด์ชื่อแปลกอีกแบรนด์หนึ่ง แน่นอนว่าแบรนด์นี้มีทั้งอายชาโดว์ ทั้งแป้งฝุ่น ลิปสติก โดยคอนเซปต์ประจำแบรนด์นี้คือ “พิกเมนต์ชัด สีจัดจ้าน” ซึ่งก็แน่นอนว่าทำให้สินค้าตัวนี้ดูน่าใช้ขึ้นมาทันที โดยผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของแบรนด์นี้เลย ก็คือ พาเลทอายแชโดว์ Paponk First Palatte Eye Shadow ซึ่งเป็นอายแชโดว์ ที่เน้นเนื้อชิมเมอร์เป็นส่วนใหญ่ มีเนื้อความนุ่มละเอียดแบบเนื้อซาติน มีพิกเมนต์แน่น สีชัดเจน โดยแต่ละพาเลทมี 10 เฉดสีให้เลือก

ผิวสวยไม่พัง เพียงระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง

ผิวสวยไม่พัง เพียงระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง

ผิวสวยไม่พัง เพียงระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง สาว ๆ กับผลิตภัณฑ์บำรุงความงามของผิวพรรณเป็นของที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะไปไหนสาว ๆ ก็คงจะต้องแวะแผนกเครื่องสำอางมองหาสกินแคร์รูปแบบต่าง ๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันประจำ แต่สาว ๆ ทราบไหมว่า สกินแคร์หลาย ๆ แบรนด์ที่มีขายกันอยู่

มีส่วนผสมของสารเคมีที่มีอันตรายผสมอยู่ด้วย เมื่อนำมาใช้บำรุงผิวจากที่จะทำให้ผิวสวยขึ้นกลับเป็นผลร้ายต่อผิวพรรณอย่างน่าเสียดาย ยิ่งถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดผลเสียร้ายแรงเช่น ทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ในบรรดาสารที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางประเภทสกินแคร์ที่สาว ๆ ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ — ผิวสวยไม่พัง

ผิวสวยไม่อยากหน้าพัง

1ทรีโคซาน

อันตรายต่อระบบของฮอร์โมนโดยเฉพาะฮอร์โมนในการการเจริญเติบโต ทรีโคซานมักผสมอยู่ในโฟมล้างหน้าและสบู่ล้างมือที่มีสรรพคุณยับยั้งและปกป้องผิวจากแบคทีเรีย เมื่อใช้ไประยะยาวจะเกิดผลเสียเพราะ ทรีโคซานจะไปสะสมในร่างกายเมื่อซึมเข้าไปในชั้นผิว ทำให้ระบบของฮอร์โมนที่ควบคุมการเติบโตผิดปกติโดยเฉพาะเด็กในวัยที่กำลังเจริญเติบโตหริอหญิงตั้งครรภ์

2 พาราเบน

แม้ชื่อจะฟังดูเป็นภาษาอังกฤษที่ไพเราะไม่มีพิษภัย แต่ถ้าแปลให้เข้าใจง่าย ๆ เป็นภาษาไทย เชื่อว่าสาว ๆ จะต้องรู้สึกสยองกันอย่างแน่นอน เพราะ พาราเบน เรียกง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือ สารกันบูดชนิดหนึ่ง นั่นเอง ลองคิดดูว่าร่างกายและผิวพรรณของเราที่ยังมีชีวิตอยู่กลับต้องถูกเคลือบด้วยสารกันบูดที่เราเป็นคนทาให้กับผิวของเราเอง แถมสารกันบูดตัวนี้ยังซึมซาบเข้าไปในผิวของเราด้วย ถ้านำไปทาให้เด็กเล็ก ๆ ก็จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลต่าง ๆ ในร่างกายด้วย จะให้สกินแคร์ขวดนั้นมีสารอื่น ๆ ที่บำรุงดีแค่ไหน แต่ถ้าปนเปื้อนด้วย พาราเบน หรือสารกันบูดก็คงไม่มีใครอยากใช้แน่ ๆ

3 ออกซิเบนโซน

ในครีมกันแดดหลาย ๆ ยี่ห้อที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีการแอบใส่สารที่ชื่อว่า ออกซิเบนโซน ตัวนี้ผสมอยู่ สารตัวนี้มีฤทธิ์ร้ายกาจมาก เพราะเมื่อสะสมอยู่ในร่างกายจากการซึมซาบไปใต้ผิวหนัง จะไปรบกวนและทำให้การผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงเกิดการผิดปกติได้ และยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ในเบื้องต้นสารตัวนี้จะทำให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย นับว่าเป็นสารที่ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อผิวพรรณแต่กลับให้โทษเสียมากกว่า แล้วอย่างนี้สาว ๆ จะไม่ระวังคงจะไม่ได้เสียแล้ว

4 เรตินัล

เรตินัลที่เคยฮิตกัน เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางบำรุงผิวและปัจจุบันก็ยังมีอยู่มากในครีมกันแดดและโฟมล้างหน้า เป็นศัตรูตัวร้ายของผิวพรรณ เพราะเมื่อเรตินัลโดนแสงแดดจะเกิดปฎิกิริยา ทำให้มีผลเสียกับผิว ทำให้ผิวแก่เร็วเกิดความผิดปกติในระบบการทำงานของเซลล์ผิว

5 น้ำหอม

ใครว่าน้ำหอมไม่อันตราย เครื่แอสำอางและผลิตภัณฑ์สกินแคร์หลายอย่างมักนิยมใส่น้ำหอมลงไปเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นที่น่าใช้ ทำให้สาว ๆ จำนวนมากรู้สึกติดใจ แต่น้ำหอมเหล่านั้นก็มีอันตรายที่แฝงมาโดยสาว ๆ ไม่คาดคิด เพราะมักจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ไปรบกวนต่อมรับกลิ่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ดังนั้นถ้าจะให้ดี สาว ๆ ก็ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ไร้กลิ่นจะดีกว่า

เมื่อทราบเรื่องราว ความสวยความงาม น่ารู้ดีๆแบบนี้กันแล้ว ในครั้งหน้าที่ไปเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สกินแคร์ อย่าลืมตรวจดูส่วนผสมก่อนซื้อให้มั่นใจว่าไม่มีสารเหล่านี้แน่นอนก่อนซื้อนะจ้ะ

5 ครีมสำหรับคนหน้ามัน ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับคนหน้ามัน ที่อยากแนะนำ

5 ครีมสำหรับคนหน้ามัน ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับคนหน้ามัน ที่อยากแนะนำ

5 ครีมสำหรับคนหน้ามัน ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับคนหน้ามัน ที่อยากแนะนำ สำหรับคนที่ผิวมัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับการบำรุงผิว และการเลือกครีมทาหน้า เพราะว่าคนที่ผิวหน้ามันนั้นจะเกิดสิวได้ง่าย และหากว่าเลือกครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมัน

รับรองว่าผิวจะแย่กว่าเดิม และเกิดสิวมากมายแน่นอน วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำ ครีมทาหน้าสำหรับคนผิวมัน 5 ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนไทย เพื่อให้ท่านได้เลือกใช้ครีมทาหน้าได้ตรงกับสภาพผิวมากที่สุด ^-^

ครีมหน้ามัน

1 . La Roche-Posay Effaclar MAT

ครีมที่ผสม มอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อคนที่มีผิวมันโดยเฉพาะ ด้วยเนื้อครีมที่บางเบา ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ให้ผลผิวหน้าเริ่มมันน้อยลง และยกกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง นอกจากนี้ยังช่วยดูแลเรื่องปัญหาสิวอีกด้วย ราคาโดยประมาณที่ 950 บาท แต่ถือว่าคุ้มค่า ใช้ได้ผลงดงามเป็นที่น่าพอใจ

2 . Garnier Pure Active Anti-Acne White Acne-Care Whitening Cream

สำหรับท่านที่มีปัญหาผิวหน้ามัน หมองคล้ำ และเกิดสิวได้ง่าย เราขอเสนออีกหนึ่งตัวเลือก ที่มีเนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทำให้ไม่เกิดปัญหาอุดตันตามรูขุมขนจนเกิดสิว ท่านจะสามารถสังเกตได้ชัดเจนว่า ผิวหน้ามีความมันน้อยลง ในส่วนของราคาก็ถือว่าดีงามพระราม 8 นั่นก็เพราะว่าราคาเพียง 120 – 230 เท่านั้นเอง

3 . Pan Dermacare Clarifying Shine Control

ครีมยอดนิยมที่ผมเคยได้ลองใช้ เป็นผู้ชายก็ต้องดูแลผิวหน้าเหมือนกันนะ ผมเป็นสาวก Pan มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายเลย หลายผลิตภัณฑ์ของเขามันใช้ได้ผลน่าประทับใจจริงๆ และตัวนี้เองจะช่วยสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องผิวมันได้อย่างมาก เพราะว่า จะควบคุมความมันได้ตลอดทั้งวัน ไม้ต้องซับหน้ากันอีกเลย และราคาก็ไม่แพงอีกด้วย สนนราคาที่ 550 บาทเท่านั้นเอง

4 . Yves Rocher Sebo Vegetal Matifying Gel Cream

ด้วยเนื้อครีมที่บางเบา เพราะว่าเป็นเนื้อเจลที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วมาก และช่วยในการแต่งหน้าให้เครื่องสำอางติดทนนาน และยังช่วยควบคุมความมันได้นาน ใครที่ไม่มีเวลาระหว่างวันในการดูแลผิวหน้าบ่อยครั้ง ตัวนี้รับรองว่าช่วยท่านได้มากมายอย่างแน่นอน ราคาก็เบาๆ สบายกระเป๋าแบบชิวๆ แค่ 490 บาทเท่านั้น

5 . Skinfood Peach Sake Pore Serum

ครีมสำหรับคนหน้ามัน เนื้อเซรั่ม ที่สร้างเพื่อคนผิวมัน ให้เนื้อครีมบางเบา ซึมไว เอาอยู่เรื่องปัญหาสิว และผิวมัน นอกจากนี้ยังช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง คุณสมบัติมากมาย ใครๆ ก็นิยม และราคาก็ไม่แพงอีกด้วย ประมาณ 300-400 บาทเท่านั้นเอง

หมดปัญหากันแล้วสำหรับการเลือกครีมบำรุงผิวหน้า สำหรับผู้ที่มีสภาพผิวมัน กับ 5 ตัวเลือกยอดนิยมที่จะช่วยยกระดับ อัพเกรดผิว ให้ความมันถูกขจัดหาย และหน้าใสตลอดวัน แล้วพบกับบทความดีๆ แบบนี้ได้ใหม่ในครั้งต่อไปนะครับ