Category

Skincare

Category

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น 20 วิธีรักษาให้หายหมดจด เห็นผล 100%

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น และเกิดสิว

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น 20 วิธีรักษาให้หายหมดจด เห็นผล 100% สิวผดมีลักษณะคล้ายผื่นหรือเล็กๆ และมีลักษณะแหลม ในช่วงเช้าเราอาจจะไม่สังเกตเห็น แต่ว่าในช่วงบ่ายจะเห่อออกมา ทำให้เห็นได้ชัดมาก ในบางครั้งจะมีอาการคันหรือแดง ยิ่งเราล้างหน้าบ่อยก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น พบได้บริเวณใบหน้า หน้าผาก และขมับ มีทั้งอักเสบและไม่อักเสบ 

สาเหตุการเกิดสิวผด

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

ส่วนมากแล้วสิวผดเกิดจากแสงแดด และความร้อน เพราะว่าจะไปกระตุ้นให้ต่อมเหงื่ออุดตัน ระบายเหงื่อออกมาไม่ได้ เพราะเหตุในนี้ในช่วงที่อากาศเย็นเราจึงไม่ค่อยพบสิวผด ซึ่งในอากาศของบ้านเรามันก็เอื้อต่อการเกิดสิวผดอย่างมาก เพราะว่าส่วนใหญ่มีแค่หน้าร้อนกับหน้าร้อนมาก

สิวผด เกิดจากยีสต์ P.ovale เมื่อเข้าหน้าร้อน หรือในช่วงที่มีอากาศร้อน ไขมันบนหน้าของเราจะเป็นอาหารของมัน จนเกิดการแบ่งตัวแล้วกลายเป็นสิวผด บีบยากมาก บางทีบีบแล้วก็ไม่มีอะไรออกมา และยิ่งบีบหนักๆ เข้าก็จะอักเสบกลายเป็นปัญหาหนักเข้าไปอีก

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวผด

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

  • เกิดจากการแพ้ผลิตภัณฑ์
  • แพ้น้ำหรือเหงื่อ
  • มลพิษจากสภาวะอากาศ และสิ่งแวดล้อม
  • ใช้น้ำอุ่นล้างหน้าบ่อยเกินไป
  • การเช็ด ถู หรือขัดหน้าบ่อยๆ แรงๆ
  • แพ้เครื่องสำอางบางประเภท
  • นอนน้อย นอนไม่หลับ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สมบูรณ์

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น 20 วิธีรักษาให้หายหมดจด เห็นผล 100%

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

  1. อย่างแรกที่ต้องทำคือการรักษาความสะอาดของใบหน้าให้มากที่สุด และหยุดการรบกวนใบหน้า เช่น การนวดหน้า ขัดหน้า เช็ดถูหน้า เพราะว่ามือของเราในบางครั้งจะสกปรก ทำให้เกิดการกระตุ้นของสิว
  2. ล้างหน้าอย่างถูกวิธี การล้างหน้าบางครั้งก็เป็นอันตรายต่อผิวเช่นกัน เช่น การล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะว่าจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวผด ไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2-3 ครั้ง
  3. เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาด เนื่องจากเครื่องสำอางเป็นสิ่งแปลกปลอมและอาจมีสารเคมี หรือแม้แต่วันที่ทาแค่ครีมกันแดด หากไม่เช็ดทำความสะอาดให้ดี ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวผดได้ด้วย
  4. ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเพาะว่าความร้อนจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวผด และหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่ หรือโฟมล้างหน้า
  5. สภาพจิตเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าความเครียดจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก นอนให้เป็นเวลา และพักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึก
  6. อาหารควรทานให้ครบตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะพวกผัก ผลไม้ และแร่ธาตุสังกะสี นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้มาก เพื่อคืนความชุ่มชื้นสู่ผิว
  7. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แพ้ อย่างที่ได้บอกเอาไว้ว่าไม่ควรใช้อะไรทั้งนั้นระหว่างที่กำลังเกิดสิวผด แต่ว่าเราสามารถบำรุงหน้าได้ด้วย ว่านหางจระเข้ โรสแมรี ฯลฯ แต่อย่าลืมว่าก่อนนอนต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง เพราะอาจกลายเป็นสาเหตุของปัญหาสิวอุดตัน
  8. หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด แต่หากว่ามีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับแสงแดด ควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง แต่ถ้าจะให้ดีควรเลือกครีมกันแดดที่มีความมันน้อย อ่อนโยนต่อใบหน้า และมีค่า SPF 15 PA+++
  9. ยาคีโตโคนาโซล คือยาที่ใช้ทาเพื่อลดสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ แต่ว่าต้องใช้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  10. ยาอะดาพาลีน คือยาในกลุ่มของ เรตินอยด์ เช่นยา “ดิฟเฟอริน” เพื่อใช้ทาก่อนนอนให้สิวผดมีหัวขึ้นมา แล้วทำการรักษาอีกทีหนึ่ง
  11. ทำเลเซอร์ หลายคนที่ไม่ค่อยมีเวลาและต้องการการดูแลผิวอย่างรวดเร็ว การทำเลเซอร์ถือเป็นตัวเลือกที่หลายคนใช้ แต่ว่าจะมีผลข้างเคียงคือทิ้งรอยดำๆ เอาไว้บนใบหน้า ถึงจะเป็นเช่นนั้นหลายคนก็เลือกที่จะมารักษารอยดำกันทีหลัง
  12. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หลายคนมีปัญหาสิวผดเรื้อรัง เพราะมันขึ้นถาวรเมื่อรักษาหายมันก็ขึ้นมาอีก ถ้าเป็นเช่นนี้ควรใช้วิธีรักษาสิวผดอย่างถูกต้อง โดยการทายาตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
  13. มะนาว + ผงพิเศษตราร่มชูชีพ + แป้งโยคี นี่คือสูตรที่ดีมาก เพราะนอกจากรักษาสิวผดได้อย่างชัดเจน ยังช่วยให้ผิวมันหายไปอย่างหมดจด วิธีทำ คือ นำ ผงพิเศษตราร่มชูชีพ + แป้งโยคี มาผสมให้เข้ากันในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นนำน้ำมะนาวคั้นสดๆ มาใส่เพื่อให้เกิดความเหนียว แบบหนืดๆ ไม่ต้องเหลวมาก แล้วนำมาพอกหน้า ยิ่งใช้ผิวของคุณจะยิ่งดีขึ้น
    ข้อแนะนำสามารถทาก่อนนอน และทิ้งไว้จนถึงตอนเช้าได้เลย ในครั้งแรกอาจมีอาการแสบๆ คันๆ เล็กน้อย บริเวณที่มีสิวอักเสบ เพราะว่าฤทธิ์ของมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า รูขุมขนสะอาด และสลายไขมันอุดตันต้นเหตุของการเกิดสิวผดได้อย่างหมดจด แต่ถ้าใครผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้วิธีนี้
  14. ผงหอมศรีจันทร์ + โยเกิร์ต แบรนด์ไทยใช้ดี ผงหอมศรีจันทร์ สามารถช่วยลดสิวผดได้อย่างไม่น่าเชื่อ จริงๆ แล้วเรามีหลายสูตรกันที่คนนิยมใช้ แต่ในวันนี้เราจะมาใช้สูตรผสมกับโยเกิร์ต โดยการเอาโยเกิร์ตธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงหอมศรีจันทร์ 1 ช้อนโต๊ะ ทาหน้าทิ้งเอาไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ช่วยขจัดสิ่งสกปรก สิ่งที่อุดตันในรูขุมขน กระชับผิว สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รักษาสิวผด ลดความมันบนใบหน้าได้ดี
  15. เลิกใช้ครีมที่แพ้ ถ้ามันใช้แล้วแพ้ก็เลิกใช้ก่อน อย่าคิดว่าของแพงจะดีเสมอไป เลือกใช้ให้ตรงกับสภาพผิวจะดีที่สุด และเมื่อเกิดอาการแพ้ให้ดูว่าผลิตภัณฑ์ที่เราแพ้มีส่วนผสมของอะไร คราวหน้าจะได้ไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมพวกนี้ แพ้อย่างฉลาดต้องรู้จักตัวเอง
  16. หยุดใช้เครื่องสำอางทุกอย่าง เมื่อเกิดอาการแพ้เราต้องงดใช้ทุกอย่างแม้กระทั่งครีมบำรุง เพราะว่าพวกนี้จะไปยับยั้งการรักษาอาการแพ้ให้หายช้า แล้วรักษาอาการแพ้ให้หายก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้ใหม่
  17. ทายาลดผดผื่นคัน หากว่ามีอาหารไม่มากมายเท่าไหร่เราสามารถไปปรึกษาเภสัชตามร้านขายยาได้เลย เช่น ยาทาลดอาการคัน หรือยาที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole ยาเหล่านี้จะช่วยลดอาการแพ้ แต่หากว่ามีอากรแพ้ที่รุนแรง แน่นอนคงไม่ต้องให้บอก ปรึกษาแพทย์ด่วนเลย
  18. ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำสะอาดล้างหน้าสำคัญมาก ไม่ต้องใช้โฟมเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้มากยิ่งขึ้นไปอีก น้ำสะอาดธรรมดานี่อหละดีที่สุดแล้ว ไม่แพ้แน่นอน รอหายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับมาบำรุงผิวหน้ากันใหม่ก็ยังไม่สาย
  19. งดการมาส์กหน้า แม้แต่การมาส์กหน้าเราก็ต้องหยุดเช่นกัน เพราะการมาส์กหน้าอาจจะมีสารบางอย่างที่ทำให้หน้าแพ้กว่าเดิม จึงควรงดไปก่อน
  20. อย่าบีบสิว บางคนเวลาเกิดอาการแพ้จะมีสิวขึ้นหนัก โดยเฉพาะคนที่มีสิวอยู่แล้วสิวจะยิ่งเห่อขึ้นมากหนักว่าเดิม อย่าบีบเด็ดขาด! เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลเป็น อาการแพ้ก็จะหายช้า หากว่ามีอาการอักเสบสามารถซื้อยาทาได้ เช่น Clinda-M , Clindalin gel เป็นยาแต้มสิวที่นิยมใช้กัน

นี่ก็เป็น 20 วิธีช่วยคุณได้ เห็นผล 100 % คนเรานั้นมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน บางคนแพ้ยาตัวนั้น ครีมตัวนี้ หรืออาหารตัวโน่น จนทำให้ผิวเกิดผลกระทบเกิดสิว มีผื่น มีตุ่มน้ำเม็ดเล็กๆ คันจนเกาไม่หยุด จนทำให้มีอาการอักเสบ ดังนั้น ดูแลจากภายนอกแล้ว การดูแลภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ รักษาสุขภาพของจิตให้แข็งแรง ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้ผิวของเราแข็งแรงขึ้นได้


7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด หายชะงักพร้อมรักษารอยแผลเป็น

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด หายชะงักพร้อมรักษารอยแผลเป็น สำหรับคนที่เป็นสิว ใครไม่เป็นคงไม่เข้าใจว่ามันบั่นทอนความมั่นใจอย่างรุนแรงแค่ไหน เพราะฉะนั้นการตามหาผลิตภัณฑ์รักษาสิวจึงเป็นเรื่องที่ถูกค้นหาใน Google จำนวนหลายพันครั้งต่อวัน และในวันนี้เรามีครีมดีๆ มานำเสนอกับ 7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด รับรองว่าครีมทั้ง 7 ตัวนี้จะทำให้คุณประทับในผลลัพธ์อย่างแน่นอน

1. HIRUSCAR POSTACNE

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

เนื้อเจลสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว และลึกล้ำ ลดรอยดำ รอยหลุม รอยแดง และลดปัญหาของการเกิดสิวได้อย่าชะงัก ราคา 350 บาท ขนาด 10 กรัม

2. SCAR ESTHETIQUE

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

ด้วยการผสมสารสกัดจากเปลือกสน ทำให้ช่วยฟื้นฟูผิว รักษารอยแผลใหม่จากสิวได้อย่างรวดเร็ว และยังมีสารสกัดจากหัวหอมกับเมล็ดองุ่น ทำให้สิวอักเสบลดอาการลง ไม่เกิดรอยแดง และช่วยยับยั้งการสร้างคอลลาเจน และการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เกินความจำเป็น อันเป็นสาเหตุของการเกิดรอยนูนแดง ช่วยให้รอยแผลของสิวดูจางลง ราคา 450 บาท

3. CYBELE SCAGEL

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์รักษาสิวเนื้อเจลใส ไม่มีกลิ่น ซึมเข้าสู่ผิวทันทีที่ทา ไม่เหนียว และช่วยให้รอยดำหยุดลงจนจางหายในที่สุด อีกทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว และเต็มไปด้วยสารสกัดจากผลไม้ เช่น มะขาม และผลไม้อื่นๆ ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่า ราคา 158 บาท ขนาด 9 กรัม

4. HIRUDOID MILD CREAM

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

ได้ยินชื่อนี้มานานมาก สินค้ายอดนิยมสำหรับการแก้ปัญหาสิว ลบรอยแผลเป็นได้ทุกที่บนผิวของเรา ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่เกิดอาการแพ้ ไม่เหนียว ดีงานพระราม 8 ใช้มาตั้งแต่เด็กจนโต แถมยังลดอาการอักเสบ ชิวๆ กับผิวสวยได้เลยหายห่วง ราคาก็เบามีทั้งแบบ 122 บาท ขนาด 10 กรัม และ 405 สำหรับขนาด 50 กรัม

5. SMOOTH-E CREAM

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

Smooth E ชื่อนี้ก็เป็นหนึ่งเรื่องรักษาสิว ว้าว !!! ขจัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ ไม่มีผิดหวัง สำหรับท่านที่ประสบปัญหาสิว สิว แล้วก็สิว แถมยังช่วยบำรุงผิวให้สดใส ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ราคา 120 บาท ขนาด 15 กรัม

6. SCARLESS

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาตินานาชนิด เรียกว่าสร้างมาโดยธรรมชาติก็ว่าได้ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยสมานรอยแผลได้อย่างรวดเร็ว ลดเลือนทุกริ้วรอย ไม่เหนียว ราคา 234 บาท ขนาด 20 กรัม

7. MEDMAKER VITAMIN E CREAM

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

เภสัชยังแนะนำ มีวิตามิน E ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอบนผิวหน้าได้อย่างดีเยี่ยม รอยแผลต่างๆ ดูจางลงอย่างชัดเจน สร้างความชุ่มชื่นตลอดทั้งวัน ให้ผิวหน้าเต่งตึงสดใส ไม่ต้องหลบหน้าใคร ราคา 85 บาท ขนาด 20 กรัม

หมดปัญหาเรื่องผิว พิชิตสิวด้วย 7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามที่สบายใจกันไปเลย รับรองว่าหน้าจะใสขึ้นได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญอาจจะต้องใช้เสียหน่อย อย่าเพิ่งด่วนใจร้อน บีบสิวให้หน้าพังมากกว่าเดิมกันนะ


อ้างอิง

https://medthai.com/สิวผด/

http://acnedefend.blogspot.com/2013/11/allergic-acne.html

สกินแคร์วัย 30 ครีมลดเลือนริ้วรอยให้ผิวขาวเนียนใสโดยเฉพาะ

สกินแคร์วัย 30 ครีมลดเลือนริ้วรอยให้ผิวขาวเนียนใสโดยเฉพาะ

สกินแคร์วัย 30 ครีมลดเลือนริ้วรอยให้ผิวขาวเนียนใสโดยเฉพาะ ด้วยความที่ผิวของสาวๆ ก็ต้องถดถอยลงไปตามกาลเวลา แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ ริ้วรอยและความตึงของผิวหนังที่น้อยลง ทำให้สาวๆ ทั้งหลายต่างสรรหาครีมมาบำรุงใบหน้า และวันนี้เราก็มี 10 สกินแคร์วัย 30 ที่จะช่วยบำรุงผิวมาฝากกัน 

1. SMOOTH-E GOLD CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่คือหนึ่งในครีมตัวท็อป ที่จะมาช่วยลบเลือน จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ช่วยขจัดริ้วรอยก่อนวัย เชื่อว่าตัวนี้สาวๆ จะต้องชอบและต้องยกนิ้วให้แน่นอน ใช้แค่ไม่กี่ครั้งก็เห็นผลแล้ว บอกได้เลยว่าใครไม่มีตัวนี้ติดบ้านถือว่าเชยมากๆ ราคามีตั้งแต่ 140 – 600 บาท เลยทีเดียว

2. L’OREAL REVITALIFT FILLER

สกินแคร์วัย 30

มากับครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเด็ดที่มีการใช้แล้วเกิดการบอกต่อกันมากที่สุด โดยจะไปช่วยยกกระชับผิวที่ห้อย หย่อนคล้อย และจะทำให้ผิวที่ดูเหี่ยวสามารถเต่งตึงขึ้นมาได้ และยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูเด็กลงอีกด้วย ราคาแพงหน่อยแต่ก็คุ้ม 1,000 บาทเท่านั้น

3. OLAY REGENERIST MICRO-SCULPTING CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงมากๆ และยังเหมาะกับสาววัย 30+ อีกด้วย โดยมีจุดเด่นคือมีเนื้อครีมที่ทาแล้วไม่ทำให้ผิวเกิดการเหนอะหนะ และยังซึมเข้าสู้ผิวได้ดี ซึ่งถ้าใช้เป็นประจำรับรองว่าทำให้ผิวหน้าจะดูเด็ก รูขุมขนกระชับ สิวฝ้าหายไปแน่นอน ราคาก็แค่ 1,000 บาทเท่านั้น

4. EUCERIN HYALURON-FILLER 3D FILLER DAY RICH CREAM

สกินแคร์วัย 30

สำหรับสาวคนไหนที่มีผิวแพ้ง่าย ครีมตัวนี้ถือว่าเป็นคำตอบสุดท้ายแน่นอน โดยคุณสมบัติของครีมตัวนี้คือ จะเข้ากันได้ดีกับผิวที่บาง ผิวแห้ง ซึ่งก็จะไปทำให้ริ้วร่องรอยต่างๆ ดูกระชับขึ้น แถมตัวนี้ยังสามารถกันแดดได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 2ม000 บาท 

5. LANCOME RENERGIE MULTI-LIFT DAY CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่คือครีมที่จะช่วยในการยกกระชับผิวหน้า ให้ดูเต่งตึงได้ ซึ่งบอกได้เลยว่าใครได้ใช้ก็ต้องบอกต่อกันแน่นอน จุดเด่นคือ เนื้อครีมตัวนี้สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว และยังให้กลิ่นหอมเล็กๆ ด้วย แน่นอนว่าถ้าใช้เป็นประจำก็จะทำให้ผิวหน้าสวย ยกกระชับ รูขุมขนดูตื้นขึ้น สวยแน่นอน ราคาอยู่ที่ 4,200 บาท

6. POND’S AGE MIRACLE CELL REGEN DAY CREAM

สกินแคร์วัย 30

ใครที่มีตีนกาที่หน้า ใครที่มีผิวที่เหี่ยวย่น อยากให้ลองใช้ครีมตัวนี้ดู ถือเป็นครีมที่สามารถรักษาริ้วรอยต่างๆ ได้ดีมากเลยทีเดียว และยังเหมาะกับคนที่มีสภาพผิวที่มันหรือผิวผสมอีกด้วย ราคาแค่ 450 บาทเท่านั้น

7. SKINFOOD GOLD CAVIAR COLLAGEN CREAM

สกินแคร์วัย 30

มากับครีมทาหน้าส่งตรงคอลลาเจนจากเกาหลี เหมาะกับคนที่อยากมีผิวที่เรียบเนียน ดูเต่งตึง และไร้ริ้วรอย ครีมตัวนี้จะเหมาะกับคนที่มีผิวแห้งและผิวธรรมดามาก เพราะให้ความชุ่มชื้นในระดับที่เยอะมาก ราคาอยู่ที่ 1,390 บาท

8. SK-II R.N.A. POWER RADICAL NEW AGE CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่เป็นครีมที่จะช่วยในการยกกระชับผิวหน้าให้ดูเต่งตึง และช่วยบำรุงผิวหน้าให้ดูกระจ่างใส ช่วยกระชับรูขุมขนให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูขาว กระจ่างใส และสามารถกลบจุดด่างดำออกไปได้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท

9. ESTEE LAUDER REVITALIZING SUPREME GLOBAL ANTI-AGEING CRÈME

สกินแคร์วัย 30

มากับครีมที่สามารถจัดการกับปัญหาตามอายุดีมากๆ ตั้งแต่ ริ้วรอย ผิวที่เหี่ยวย่น ซึ่งใครที่ใช้เป็นประจำ ก็จะช่วยกระชับรูขุมขน และช่วยทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น โดยเนื้อครีมจะมีความหนาแน่นสูง และมีกลิ่นหอมๆ ติดมาด้วย ราคาอยู่ที่ 3,600 บาท

10. GARNIER AGELESS WHITE ANTI-AGING + WHITENING MIRACLE CREAM

สกินแคร์วัย 30

ครีมลดริ้วรอยตัวนี้ สามารถลดริ้วรอยได้ดี ช่วยกระชับรูขุมขนให้ตื้นขึ้น และช่วยในการทำให้ใบหน้าดูเด็กลงได้ด้วย โดยตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีการบอกต่อกันสูงมาก จนทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งจำนวนผลิตมาเลยทีเดียว ราคาอยู่ที่ 380 บาท

ในช่วงวัย 20 ปลายๆ ไปจนถึงอายุ 30 ขึ้นไป ผิวหนังหรือคอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากอายุ ไลฟ์สไตล์ พันธุกรรม หรือมลภาวะต่างๆ ทำให้ผิวของเราเกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งถ้าเข้าช่วงอายุ 30 ปลายๆ ผิวที่เคยเต่งตึงแข็งแรงก็จะเสื่อมสภาพลง ดังนั้น สกินแคร์วัย 30+ จึงเป็นตัวเลือกที่จะช่วยชะลออายุของผิวได้เป็นอย่างดี


5 เอสเซนส์ยี่ห้อใช้ดี น้ำตบหน้าขาวใส ใช้แล้วหน้าสวยเด้งดีสุดๆ

สกินแคร์วัย 30

แนะนำ 5 เอสเซนส์ยี่ห้อใช้ดี น้ำตบหน้าขาวใส ใช้แล้วหน้าสวยเด้งดีสุดๆ เอสเซนส์ครีมบำรุงสกินแคร์ในรูปแบบของน้ำใสๆ ให้ความชุ่มชื่นที่สาวๆ ต่างติดอกติดใจกัน เพราะเพียงแค่ตบๆ ก็ให้ความสดชื่นและหน้ายังใสเด้งอย่างเห็นได้ชัด ความใสเบาของเนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อสัมผัสและใช้แล้วทำให้ไม่หนักหน้าด้วย การใช้เอสเซนส์ใสสามารถใช้ได้ทั้งในเวลาเช้าและเย็น เหมาะกับสาวๆ ทุกวัยหรือหนุ่มๆ ที่ต้องการมีผิวสวยนุ่มชุ่มชื่น สุขภาพผิวดี ซึ่ง 5 เอสเซนส์ที่เรานำมาจัดอันดับคือสุดยอดเอสเซนส์ตบแล้วหน้าฉ่ำฟูสวย ได้แก่

1. SK-II Facial Treatment Essence

สกินแคร์วัย 30

นี่คือสุดยอดเอสเซนส์ในตำนาน เป็นเอสเซนส์ตัวแม่ที่ทำให้สาวๆ กรี๊ดและเกิดกระแสเอสเซนส์ด้วยคำเรียกเอสเซนส์ของเอสเคทูชิ้นนี้ว่า น้ำตบป้าเจี๊ยบ ด้วยส่วนผสมจากพิเทร่าที่มีแบรนด์เดียวในโลกและถูกจดลิขสิทธิ์ สารที่ล่ำลือและพิสูจน์แล้วว่าคือเคล็ดลับความเยาว์วัยของผู้หญิงญี่ปุ่น ใครที่อยากเยาว์วัยพลาดไม่ได้ สำหรับใครที่ใช้อยู่แล้วคงไม่มีใครที่ไม่หลงรักเอสเซนส์ตัวนี้แน่ๆ

2. Etude House Moistfull Collagen Essence

สกินแคร์วัย 30

ด้วยส่วนผสมเด่นคือคอลลาเจนกับเอสเซนส์สัญชาติเกาหลีที่ทำมาสำหรับผิวสาวเอเชียโดยเฉพาะ ให้ความชุ่มชื่นแล้วยังทำให้ผิวกระชับเต่งตึงแบบสาวเกาหลี ผิวนวลเนียนกระจ่างใส แม้จะเป็นส่วนผสมคอลลาเจนแต่ทำออกมาได้น่าใช้ ใช้แล้วเบาไม่มีคำว่าหนักหน้า

3. Biotherm Life Plankton Essence

สกินแคร์วัย 30

ด้วยส่วนผสมที่สกัดจากแพลงตอนใต้ทะเลบริสุทธิ์ มาในสีฟ้าใสแสนสวย ช่วยให้ความชุ่มชื่นถ้าคุณมีผิวที่แห้งกร้านขาดน้ำต้องเอสเซนส์ตัวนี้เลยเอาอยู่แน่ๆ ทำให้หน้าเนียนใสและยังช่วยเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยจากสิวได้ด้วย

4. TONY MOLY Intense Care Galactomyces Lite Essence

สกินแคร์วัย 30

เอสเซนส์จากแดนกิมจิที่สามารถใส่ส่วนผสมของพิเทร่าสูตรลับลงไปได้ ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยังทำให้กระจ่างใสอย่างดี เหมาะกันคนผิวแห้งและมีริ้วรอย ช่วยให้ความสว่างใสแก่ใบหน้าที่หมอง สาวๆ ที่มีใบหน้าหมองคล้ำ ลองใช้ตัวนี้รับรองว่าคุณจะต้องมีความสุขกับผิวหน้าที่สวยขึ้นอย่างชัดเจน

5. Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate 

สกินแคร์วัย 30

เอสเซนส์ตัวนี้ไม่ทำให้หน้าเหนียวเหนอะหนะ และยังมีส่วนผสมของแพลงตอนและวิตามินต่างๆ อีกมากมาย คุณประโยชน์ช่วยลบเลือนสิว ให้หน้ากระจ่างใสและชุ่มชื่น หน้าจะใสและตึงไม่คล้อย กระชับมากๆ สาว ๆ ที่กำลังหาเอสเซนส์ในราคาย่อมเยาและมีทั้งแพลงตอนและวิตามินคงถูกใจกันทีเดียว

นอกจาก สกินแคร์วัย 30+ ที่จำเป็นต่อผิวแล้ว ก็อยากให้ทุกคนได้ลองใช้เอสเซนส์หรือน้ำตบด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวที่มีปัญหา เพราะการรักษาด้วยตัวเองก็อาจจะต้องใช้เวลาสักพักเช่นกัน ฉะนั้น ลองซื้อหามาใช้กันเพื่อช่วยบำรุงผิวล้ำลึกอีกขั้น มิฉะนั้นอาจตกเทรนด์ผิวสวยไปไม่รู้ด้วยนะ


5 อันดับมาส์กหน้าสุดฮิต มาส์กหน้ายี่ห้อไหนใช้แล้วดี ที่ทำให้สาวๆ หน้าขาวใสขึ้น

สกินแคร์วัย 30

มาส์กหน้าสุดฮิต 5 อันดับใช้แล้วดี ที่ทำให้สาวๆ หน้าขาวใสขึ้นและชะลอริ้วรอย หนึ่งในเคล็ดลับขั้นตอนการประทินผิวที่สาวๆ ขาดไม่ได้ ยิ่งในช่วงที่ผิวหน้าโทรมเป็นพิเศษ หรือต้องอดนอน เผชิญมลภาวะหนักหน่วง ต้องการให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอย่างรวดเร็วให้ทันนัดสำคัญและงานพิเศษต่างๆ การมาส์กหน้าคือขั้นตอนลัดสู่การฟื้นฟูผิวให้กลับมาสวยรวดเร็วอย่างได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง มาส์กที่ฮอตฮิตติด 5 อันดับแรกที่สาวๆ นิยมใช้อย่างได้ผลมีอะไรบ้าง เรารวบรวมมาให้สาวๆ แล้ว

1. GARNIER SKIN NATURALS AGELESS RADIANCE FIRM UP SERUM MASK

สกินแคร์วัย 30

นับว่าเป็นมาส์กที่ไม่มีสาวๆ คนไหนไม่รู้จักกับการ์นิเย่มาส์กตัวนี้ ด้วยส่วนผสมอันเลอเลิศที่หาได้ยากจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในท้องตลาดรวบรวมมาไว้ในสูตรพิเศษของมาส์กนี้แล้ว ผสานด้วยคุณค่าไฮยาลูรอนิคแอซิดที่สามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้ 1,000 เท่า คุณค่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ตรงเข้าฟื้นบำรุงผิว เหมาะสำหรับผิวที่ดูหมองคล้ำและไม่กระชับ ช่วยบำรุงล้ำลึก ให้ผิวดูกระชับ ลดเลือนริ้วรอยและให้สีผิวดูสม่ำเสมอ กระจ่างใส ดีขนาดนี้ผิวจึงสวยดั่งร่ายมนต์ในชั่วข้ามคืน

2. Sulwhasoo Snowise Brightening Mask

สกินแคร์วัย 30

ฟังจากชื่อสาวๆ ก็คงพอเดาได้แล้วว่า มาส์กแบรนด์นี้ดีอย่างไร ถ้าใครเคยใช้ผลิตภัณฑ์ตระกูล Snowise จะรู้กันดีอยู่แล้วว่าขึ้นชื่อในการช่วยเรื่องผิวขาวกระจ่างใส แผ่นมาสก์ตัวนี้ก็เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีส่วนผสมของโสมขาวที่เต็มไปด้วยด้วยสารโพลีเซคคาไรด์ ช่วยทำให้ผิวเปลั่งปลั่ง ชะลอวัย ขาวกระจ่างใส แถมยังมีความชุ่มชื้นมากอีกด้วย 

3. My Beauty Diary Arbutin Whitening Mask

สกินแคร์วัย 30

ถ้าใครชอบมาส์กหลากหลายชนิด แบรนด์ มายด์ บิวตี้ ไดอารี่ มีมาส์กให้เลือกหลายสูตร แต่ที่นำมาแนะนำกัน ตัวนี้จะมีสารสกัดเข้มข้นของอาร์บูตินจากต้นเบียร์เบอร์รี่ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ทำให้ผิวขาวใสผุดผ่อง กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ หรือจะเลือกสูตรแบบที่เน้นความกระจ่างใสให้ใบหน้าอย่างสูตร แอปเปิล ดอกพู่ระหงส์ และสารสกัดจากมะนาว ผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดความมันที่ค้างสะสมอยู่ใต้ผิวหน้าก็ได้

4. Neutrogena Fine fairness Deep Whitening Mask 

สกินแคร์วัย 30

แผ่นมาสก์หน้าจากแบรนด์ Neutrogena ที่ช่วยบำรุงหน้าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง อุดมไปด้วยสารสกัดจากถั่วเหลือง ดอกลิลลี่ วิตามินบี 3 และวิตามินซี มีส่วนช่วยยับยั้งจำกัดการส่งเม็ดสีเมลานินไปยังผิวชั้นบนสุด อีกทั้งยังลดเลือนจุดด่างดำ พร้อมปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใส  สาวคนไหนที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำ ต้องการความขาวกระจ่างใส ใช้ตัวนี้ได้เลย

5. Kuron Activated Carbon Crystal Mask

สกินแคร์วัย 30

มาส์กที่มีจุดเด่นในการดีท็อกสารพิษที่สะสมอยู่ใต้ผิวหน้า จากมลภาวะฝุ่นควัน ด้วยสารสกัดคาร์บอนเข้มข้นทรงคุณค่า ช่วยให้สิ่งสกปรกที่ติดค้างและฝังอยู่ลึกใต้รูขุมขนของสาวๆ ที่การล้างหน้าทำความสะอาดได้ไม่หมดในจุดที่ลึกและไม่ถึง เหมาะมากๆ สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิวและที่มีผิวหน้ามัน เพราะความมันบนผิวหน้า ทำให้มลภาวะฝุ่นสกปรกมาเกาะผิวหน้าและซึมเข้าในรูขุมขนได้ เป็นสาเหตุให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิว ถ้าอยากขจัดสิวให้หน้ากระจ่างใสเนียนไร้สิวต้องใช้มาส์กตัวนี้เลย นอกจากนั้นยังเพิ่มความชุ่มชื่น รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่นของหน้าแม้หลังใช้ 2 ชม.

สำหรับสาวๆ ที่อยากผิวหน้าสวยเนียนใส ชะลอริ้วรอย ฟื้นฟูผิวหน้าให้สวยเสมอ อย่าลืมหาซื้อ สกินแคร์ ไม่ว่าเป็น ครีมทาหน้า เอสเซนส์ และมาส์กมาบำรุงผิวและใช้ให้เป็นประจำ แค่นี้ไม่ว่าจะอยู่ในวัย 30+ 40+ หรือ 50+ ผิวก็จะคงความอ่อนเยาว์และดูอ่อนกว่าอายุจริงอย่างแน่นอน


อ้างอิง

The best skincare routine to use in your 30s : https://www.womenshealthmag.com/uk/beauty/a707155/the-best-skincare-to-use-in-your-30s/

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอีกครั้ง

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอีกครั้ง!

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอีกครั้ง! ความจริงแล้วปัญหาเรื่องผิวไม่นวลเนียนเพราะมีจุดด่างดำต่างๆ นั้น เราสามารถแยกประเภทได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ สีผิวไม่สม่ำเสมอเนื่องจากการกรำแดดโดยที่ไม่ได้ป้องกัน ร่องรอยฝ้า กระ ทั้งจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และสุดท้ายคือรอยด่างดำที่เกิดจากปัญหาสิว

ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการป้องกันและดูแลรักษาแตกต่างกันไป และในครั้งนี้เราก็จะเน้นไปที่วิธีแก้รอยด่างดำที่เกิดจากสิวเป็นหลัก เนื่องจากว่าเป็นกรณีที่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย กวนใจทั้งผู้ชายและผู้หญิง

เมื่อเจาะประเด็นรอยดำจากสิวก็พบว่ามีสาเหตุการเกิดอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือผลพวงของสิวอักเสบ เมื่อสิวอักเสบค่อยๆ ยุบตัวลงก็จะทิ้งรอยแดงรอยดำเอาไว้ ต้องดูแลรักษารอยนั้นต่อไปอีกหลังจากสิวหาย แต่รอยแบบนี้จะรักษาได้ง่ายกว่ารอยแบบที่สอง ซึ่งเกิดจากการบีบสิวที่ผิดวิธี หลายคนบีบจนเนื้อช้ำห่อเลือด และอีกหลายคนชอบสะกิดหัวสิวจนกลายเป็นแผลเปิด กรณีนี้เซลล์ผิวหนังจะเสียหายมากกว่า และต้องใช้เวลารักษายาวนานกว่า

เราลองมาดูกันว่าจะมีวิธีไหนที่กู้ชีวิตผิวหน้าให้กลับมากระจ่างใสไร้รอยด่างดำเหล่านั้นไปได้อย่างไร

1. รอยด่างดำจากสิวหายเองได้

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

อย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือจุดด่างดำประเภทที่เป็นผลกระทบจากสิวนั้น สามารถหายเองได้เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเซลล์ผิวหนังเริ่มซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง การผลัดเซลล์ผิวก็ไม่ได้มีรอบ 28 วันเหมือนเดิมแล้ว วิธีนี้จึงน่าจะเหมาะกับวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นที่มีอายุอยู่ประมาณ 20 ต้นๆ มากกว่า

เพียงแค่ไม่ไปรบกวนรอยดำที่มีอยู่ รวมทั้งไม่ทำให้ผิวหน้ามีรอยดำเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ไม่นานนักรอยดำทั้งหมดก็จะค่อยๆ จางไป เหมือนกับว่าไม่เคยมีรอยเหล่านั้นมาก่อนเลย

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวแบบทา

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

นี่เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและได้รับความนิยมมากที่สุด เพียงแค่เดินเข้าร้านขายยาหรือร้านขายเครื่องสำอางทั่วไป ก็จะเจอผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบน้ำ เนื้อครีม และเนื้อเจล ชอบแบบไหนก็เลือกใช้แบบนั้นได้เลย เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวที่มีเนื้อแบบไหน แต่สำคัญที่ว่ามีส่วนประกอบที่จำเป็นเพียงพอหรือไม่

พยายามเลือกชนิดที่มีวิตามินอี วิตามินซี อาร์บูติน กรดวิตามินเอ โคจิก ทรานซามิค เป็นต้น นอกจากนี้ก็เลือกแบบที่ทาแล้วซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เยิ้ม ไม่มัน ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีเสียงตอบรับที่ดีมาอย่างยาวนาน ได้แก่ MEDERMA, HIRUSCAR, SMOOTH-E CREAM, MEDMAKER VITAMIN E, SCAGEL และ PURICAS

3. ดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่าปกติ

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เนื่องจากว่าน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์ผิวและระบบร่างกายทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเติมน้ำให้ร่างกายมากเพียงพอ ก็จะกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการขับของเสียออกจากร่างกายด้วย จุดด่างดำที่มีอยู่จึงค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ ปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ต้องการต่อวันคือประมาณ 8-10 แก้ว

4. ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกด้วยกรดผลไม้

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

กรดผลไม้ที่ใช้ได้ง่ายมีอยู่ 2 ตัว คือ AHA และBHA ตัวหนึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นสารสังเคราะห์ ซึ่งมีข้อดีข้อด้อยกันคนละแบบ AHA จะออกฤทธิ์กับผิวหนังชั้นบนหรือชั้นหนังกำพร้าได้ดีกว่า BHA แต่ก็จะเกิดการระคายเคืองได้ง่ายกว่าด้วย วิธีการใช้ก็แตกต่างกันคือ เมื่อทา AHA ลงบนผิวแล้ว เราจะทิ้งไว้เพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น

แต่ถ้าใช้เป็น BHA เราต้องทิ้งไว้บนผิวนานประมาณ 15 นาที การใช้กรดผลไม้เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสียหายทิ้งไป จึงลดรอยด่างดำและริ้วรอยเล็กๆ ได้ดีมาก

5. บำรุงผิวด้วยว่านหางจระเข้

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายมากๆ ในบ้านเรา สนนราคาก็ไม่แพง แต่กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาล ไล่ตั้งแต่ช่วยลดความแสบร้อนจากแผลน้ำร้อนลวก ลดความแสบแดงบนผิวที่เกิดจากแสงแดด ลดสิวและรอยแดงรอยดำจากสิว ทั้งยังช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

หากสามารถหาว่านหางจระเข้สดๆ มาได้ ก็ให้ปอกเปลือกนอกออกพร้อมกับเอายางเคลือบที่เป็นสีเหลืองออกไปด้วย ใช้เฉพาะส่วนเนื้อวุ้นสีใสเท่านั้น นำมาปั่นหรือบดให้ละเอียดและพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้สักประมาณ 20 นาทีค่อยล้างออก

หรือถ้าไม่สะดวกก็สามารถใช้เจลว่านหางจระเข้ที่มีวางขายทั่วไปได้ แต่ต้องเลือกแบบที่เป็นว่านหางจระเข้เปอร์เซ็นต์สูงๆ และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เอาแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ แล้วใช้ทาผิวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

6. ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เมื่อฟังชื่อเรตินอยด์ก็อาจจะเข้าใจยากสักหน่อย แต่อันที่จริงมันก็คือสารประกอบประเภทวิตามินเอนั่นเอง ในช่วงแรกเรตินอยด์ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนัง แล้วต่อมาก็เอามาใช้ในวงการความสวยความงาม โดดเด่นในเรื่องลดจุดด่างดำต่างๆ เราสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ได้ทั่วไป มักถูกจัดวางอยู่ร่วมกับผลิตภัณฑ์ลดรอยดำจากสิวนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์เรตินอยด์จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ เรตินเอ (กลุ่มที่เป็นแอลกอฮอล์เบส) และดิฟเฟอริน (กลุ่มที่เป็นวอเตอร์เบส) ทั้งสองตัวมีสรรพคุณเหมือนกันคือช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดรอยด่างดำจากสิวได้ดี แต่ตัวเรตินเอจะมีโอกาสระคายเคืองได้มากกว่าดิฟเฟอริน

7. ลดรอยด่างดำด้วย IPL

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

IPL หรือ Intense Pulse Light คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาผิวในหลายกรณี เป็นการใช้แสงที่มีช่วงคลื่นกว้างตั้งแต่ 420 นาโนเมตรถึงประมาณ 1,200 นาโนเมตร เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวหนัง รักษาได้ทั้งสิว ฝ้า กระ รอยแดง รอยดำ หน้าหมองคล้ำ อาจเรียกได้ว่าเป็นทรีตเมนต์ครอบจักรวาลเลยทีเดียว

นี่เป็นรูปแบบการจัดการกับจุดด่างดำจากสิวที่รวดเร็วที่สุด แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างราวๆ 1-2 อาทิตย์ สำหรับคนที่มีผิวสีเข้มก็ต้องระวังในเรื่องการเกิดผิวไหม้เอาไว้ด้วย

8. มาส์กหน้าด้วยสมุนไพร

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ข้อดีของบ้านเราก็คือมีพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์จำนวนมาก หลายตัวใช้ได้ผลดีกว่าตัวยาราคาแพงเสียอีก และต่อไปนี้คือ 3 สูตรยอดนิยมสำหรับการรักษารอยดำรอยแดงบนผิวหน้าโดยเฉพาะ

  • สูตรมะนาวและน้ำผึ้ง ความเป็นกรดของมะนาวจะเป็นตัวเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่า และน้ำผึ้งจะช่วยปลอมประโลมผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น สูตรนี้มีความอ่อนโยนพอสมควร สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
  • สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้งและนมสด ตัวที่จะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวก็คือกรดในมะขามเปียก ส่วนน้ำผึ้งและนมจะช่วยบำรุงไม่ให้ผิวแห้งกร้าน สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
  • สูตรหอมแดง อันนี้อาจจะต้องทนเรื่องกลิ่นกันเล็กน้อย แต่ก็ทำง่ายและได้ผลดีเช่นกัน แค่ฝานบางๆ แล้วเอามาถูวนตรงที่เป็นรอยดำ ทิ้งไว้อีก 20 นาทีค่อยล้างออก ทำซ้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

9. รักษารอยดำด้วยเลเซอร์ YAG

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เทคโนโลยีทางการแพทย์อีกตัวที่ถูกนำมาใช้เพื่อกำจัดจุดด่างดำบนผิวหน้า เป็นเลเซอร์ที่มีตัวกลางเป็นของแข็ง เช่น ผลึกทับทิม เป็นต้น กลไกการทำงานจึงผลักดันให้เลเซอร์เข้าสู่ชั้นผิวที่อยู่ในระดับลึกได้ เพื่อทำให้เม็ดสีกระจายตัวและหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ แต่จะต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่องในทุก 2 อาทิตย์จนกว่าจะหาย และต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยว่าสภาพผิวหน้าและระดับปัญหาที่เป็นอยู่ เหมาะกับการทำเลเซอร์ YAG หรือไม่ ข้อดีของ YAG ก็คือสามารถใช้ได้กับทุกเฉดสีผิว ไม่มีอาการผิวไหม้เช่นเดียวกับ IPL

10. ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างสม่ำเสมอ

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการดูแลรักษาผิวหน้าในทุกกรณี ระหว่างที่เรารักษาจุดด่างดำด้วยวิธีการอื่นอยู่ โดยเฉพาะวิธีที่กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกออกไป อาจทำให้ผิวมีความไวต่อแสงมากขึ้นในชั่วขณะได้ ถ้าไม่มีการป้องกันที่ดี ผิวก็จะแสบแดงและเกิดการไหม้จากแสงแดด ทำให้มีปัญหาผิวอื่นๆ แทรกเข้ามาเพิ่มอีก

ดังนั้นจึงต้องทาครีมกันแดดให้เคยชินไม่ว่าจะออกแดดหรือไม่ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป จะมีคุณสมบัติกันน้ำ คุมมัน กันเหงื่อด้วยหรือไม่ก็ได้ เพียงแค่คอยเติมระหว่างวันด้วยก็พอ

สิวและจุดด่างดำเป็นสภาพผิวทั่วไปที่คนส่วนใหญ่จะประสบในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงพันธุกรรม ฮอร์โมน และการเลือกรูปแบบการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม หลายคนจึงต้องหา วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้หน้ากลับมากระจ่างใส

ซึ่งก็มีหลายวิธีในการป้องกันไม่ให้เกิดสิว และวิธีหนึ่งในการป้องกันการเกิดสิวก็คือการรักษาผิวให้สะอาด อย่าลืมล้างหน้าทุกวันและหลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงมากเกินไป นอกจากนี้ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว หรือมีความตึงเครียดมากเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมเลี่ยงแสงแดดที่มากเกินไป และหมั่นทาครีมเพื่อคงความชุ่มชื้นผิวไว้ด้วย


รูขุมขนอุดตัน ก็เลยเป็นสิวอุดตัน มาดูวิธีแก้ง่ายๆ 10 วิธีนี้กันดีกว่า

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

หนึ่งองค์ประกอบของผิวหนังที่มีขนาดเล็กแต่สำคัญมากก็คือ “รูขุมขน” นอกจากจะเป็นจุดที่ขนขึ้นได้แล้ว ก็ยังมีหน้าที่หลักในการควบคุมความร้อนภายในร่างกายด้วย เมื่อไรก็ตามที่ภายในมีการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น จากการทำกิจกรรม ความเครียด ความวิตกกังวล หรือปัจจัยอื่นใดก็แล้วแต่ รูขุมขนจะทำหน้าที่ระบายความร้อนออกมาเพื่อรักษาสมดุลของอุณหภูมิภายในร่างกายนั่นเอง

และนอกจาก วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ แล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยนั่นก็คือ รูขุมขนอุดตัน ก็เลยเป็นสิวได้ง่าย ดังนั้น ลองมาดูวิธีแก้ง่ายๆ 10 วิธีนี้กันดีกว่า

วิธีรักษารูขุมขนอุดตัน ลองใช้การระบายความร้อน ที่ว่านี้ก็มีทั้งแบบที่ระบายออกมาเป็นไอร้อนและขับออกมาในรูปของเหงื่อ ลักษณะของรูขุมขนจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ผิวส่วนต่างๆ ของร่างกาย และแตกต่างกันไปตามลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละคนด้วย บางคนมีรูขุมขนจำนวนมากและมีขนาดกว้าง บางคนมีรูขุมขนจำนวนน้อยแถมยังมีขนาดเล็ก จึงทำให้กระบวนการปรับอุณหภูมิของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ไม่ใช่แค่เรื่องการปรับสมดุลร่างกายเท่านั้นที่เป็นบทบาทสำคัญของรูขุมขน แต่รวมไปถึงเรื่องของความสวยความงามด้วย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับรูขุมขนอยู่บ่อยครั้ง ทั้งรูขุมขนกว้างและรูขุมขนอุดตัน ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับสาวๆ หลายต่อหลายคน

เนื่องจากปกปิดด้วยเครื่องสำอางได้ค่อนข้างยาก ต้องมีความเชี่ยวชาญระดับหนึ่งถึงจะปกปิดได้อย่างเรียบเนียนจริงๆ ถือว่าเป็นตัวการบั่นทอนความสวยในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ปัญหารูขุมขนอุดตันก็ยังก่อให้เกิดสิวอุดตันและสารพัดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา

นั่นหมายความว่าเราสามารถป้องกันปัญหาผิวหลายอย่างได้ด้วยการดูแลรูขุมขนของเราเอง และต่อไปนี้ก็คือวิธีการป้องกันพร้อมกับการแก้ไขปัญหารูขุมขนแบบง่ายๆ ที่สามารถทำกันได้ทุกคน

1. ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาด

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

หลายคนละเลยขั้นตอนการทำความสะอาดผิวไป แล้วทุ่มทุนกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางต่างๆ แทน ด้วยเข้าใจผิดว่าการล้างหน้านั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ และไม่มีนัยสำคัญอะไรต่อผิวหน้ามากนัก เพียงแค่ล้างให้เสร็จๆ ไปเท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้วขั้นตอนการทำความสะอาดคือกุญแจสำคัญของสุขภาพผิวที่ดีเลย

หากทำความสะอาดไม่หมดก็จะมีสิ่งตกค้าง กลายเป็นสิวหรือผื่นแพ้ต่อไป และหากทำความสะอาดผิวไว้อย่างดีแล้ว ผิวก็พร้อมที่จะได้รับการบำรุงดูแลด้วยขั้นตอนอื่นๆ ที่ตามมา ผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์จึงเต็มประสิทธิภาพมากกว่า รูขุมขนก็ไม่มีวี่แววว่าจะอุดตันอีกด้วย

2. ผลัดเซลล์ผิวบ้างตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่น ผิวของเราจะมีระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติโดยไม่ต้องไปทำอะไรมากมาย ซึ่งค่าเฉลี่ยของระยะห่างแต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 28 วัน ทำให้เซลล์ผิวเก่าที่เสียหายหรือตายแล้วหลุดออกจากชั้นผิวไป แล้วเผยผิวใหม่ที่ยังแข็งแรงและสดใสมาแทนที่ ดูรวมๆ ผิวจึงเหมือนมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ระยะห่างของการผลัดเซลล์ผิวแต่ละรอบจะยิ่งยาวนานออกไป จนกระทั่งแทบจะไม่มีการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติอีกเลย และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขนต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องมองหาผลิตภัณฑ์จำพวกสครับมาใช้บ้างเป็นครั้งคราว โดยเลือกแบบที่อ่อนโยนต่อผิว เม็ดสครับเล็ก ละเอียด ไม่บาดผิว ยิ่งถ้าเคลมว่าอ่อนโยนจนสามารถสครับได้ทุกวันก็ยิ่งดี แต่ความถี่ที่เหมาะสมก็ยังคงเป็น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์อยู่ดี

3. อบไอน้ำบ้าง

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

การอบไอน้ำเป็นการทำทรีตเมนต์ผิวหน้าประเภทหนึ่ง ความร้อนจากไอน้ำจะขยายรูขุมขนชั่วขณะ แล้วชำระสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามผิวหน้าออกไป ทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดอีกด้วย

วิธีนี้จึงค่อนข้างเหมาะกับการป้องกันและแก้ปัญหาสำหรับคนที่มีภาวะรูขุมขนอุดตัน เพราะทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ข้อควรระวังก็คือไม่ควรอบไอน้ำบ่อยเกินไป และต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนที่จะเริ่มการอบไอน้ำทุกครั้ง

หากใครอยากอบไอน้ำบ้างแต่ไม่มีเครื่องมือ ก็ให้ประยุกต์ใช้ของในครัวเรือน ด้วยการนำหม้อต้มน้ำให้พอเดือด แล้วเอามาวางทิ้งให้เย็นลงเล็กน้อย อาจเติมสมุนไพรที่ชื่นชอบลงไปด้วยก็ได้ จากนั้นนำหน้าเข้าไปอังพร้อมคลุมหัวด้วยผ้าขนหนูเอาไว้ ไอความร้อนจะได้หมุนเวียนอยู่ภายใน ค้างไว้ประมาณ 5 นาทีก็เสร็จสิ้น

4. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นให้เป็นนิสัย

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เชื่อว่าหลายคนน่าจะติดการอาบน้ำอุ่น เพราะมันผ่อนคลายและสบายตัวดี แต่กับผิวหน้าอย่าเผลอใช้น้ำอุ่นเป็นอันขาด ให้ใช้น้ำเย็นอย่างสม่ำเสมอทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อให้ผิวหน้าไม่แห้งกร้านเนื่องจากสูญเสียความชื้นในชั้นผิวไป และช่วยกระตุ้นให้รูขุมขนกระชับขึ้น

ผลพลอยได้ก็คือ รูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้าเรียบเนียน และช่วยให้เกิดรูขุมขนอุดตันได้ยาก หากต้องการกระชับรูขุมขนอีกระดับ หลังล้างหน้าให้ประคบด้วยน้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งอีกที

5. มาส์กหน้าด้วยโคลน

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าประเภทโคลนมีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการดูดซับสิ่งสกปรก และช่วยลดสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้อย่างยอดเยี่ยม ใช้ได้ดีกับผิวผสมไปจนถึงผิวมัน หากเป็นผิวแห้งแล้วอยากใช้จริงๆ ก็ให้เว้นระยะห่างมากหน่อย ไม่งั้นผิวจะยิ่งแห้งหนักกว่าเดิม เพียงแค่เดือนละ 1-2 ครั้งก็พอแล้ว

แต่สำหรับผิวมันสามารถใช้ทุกอาทิตย์ได้เลย มาส์กแบบโคลนส่วนมากจะมาในรูปแบบของเนื้อครีม วิธีใช้ก็พอกลงบนผิวให้ทั่ว รอจนกว่าจะแห้งดี จึงล้างทำความสะอาดใบหน้าต่อไป

6. มาส์กหน้าด้วย AHA หรือ BHA

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

สาร 2 ชนิดนี้เป็นกรดผลไม้ที่ออกฤทธิ์เร่งการผลัดเซลล์ผิว และช่วยลดการเกิดสิว โดยเฉพาะสิวอุดตัน จึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนเป็นสิวอุดตันหรือรูขุมขนอุดตัน

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก AHA คือกรดผลไม้ชนิดที่ได้จากธรรมชาติ มีโอกาสที่จะระคายเคืองผิวได้มากกว่า BHA ที่เป็นกรดผลไม้สังเคราะห์ นอกจากนี้ก็มีจุดเด่นจุดด้อยอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม และใช้ได้ทุกสภาพผิวด้วย

7. ใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางทุกครั้ง

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ต่อให้เราไม่แต่งหน้าเลย หรือทาเพียงแค่ครีมกันแดดอย่างเดียว ก็ต้องซื้อหาผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางมาติดบ้านเอาไว้เสมอ เพราะครีมกันแดดเกือบทั้งหมดมีส่วนประกอบที่จะอุดตันรูขุมขนได้ง่าย เช่น รองพื้น น้ำมัน เป็นต้น

ยิ่งถ้าเป็นครีมกันแดดประเภทกันน้ำ คุมมัน กันเหงื่อด้วยแล้ว ยิ่งติดทนชนิดที่ว่าแทบจะฝังแน่นอยู่บนผิวหน้าเลยทีเดียว หากไม่เช็ดออกจนหมดจด ก็จะกลายเป็นสิ่งตกค้างและสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนจึงมีปัญหาสิวอุดตันทุกครั้งที่ใช้ครีมกันแดดนั่นเอง

8. เลือกใช้เครื่องสำอางให้เหมาะกับผิว

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เหตุผลที่เราต้องให้ความสำคัญกับการเลือกเครื่องสำอางด้วยเหมือนกันก็คือ หากใช้เครื่องสำอางที่เข้ากับผิวเราได้อย่างลงตัวแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างแรกก็คือ แต่งยังไงก็ดูสวย แถมติดทนนาน ไม่ต้องเติมซ้ำระหว่างวัน

อย่างที่สองคือ เราจะไม่ต้องโบกจนหน้าหนาปานฉาบปูน ซึ่งการประโคมเครื่องสำอางจนผิวที่แท้จริงไม่ได้สัมผัสกับอากาศภายนอกบ้างเลย จะทำให้รูขุมขนอุดตันอย่างรุนแรง

9. เลิกพฤติกรรมจับหน้าบ่อยๆ

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เคยจำได้หรือไม่ว่าแต่ละวันมือของเราไปสัมผัสกับอะไรมาบ้าง และสิ่งเหล่านั้นสะอาดหรือสกปรกมากน้อยเพียงใด มีเชื้อโรคชนิดไหนอยู่บนสิ่งนั้นบ้าง

แล้วเผลอๆ เราก็ยกมือขึ้นมาลูบไล้ไปตามใบหน้า สิ่งต่างๆ อันไม่พึงประสงค์ก็ย่อมตกค้างอยู่บนหน้าเรานั่นเอง และกว่าจะได้ล้างหน้าทำความสะอาดอีกรอบ หากเป็นเชื้อโรคก็คงหมักหมมจนเกิดปัญหาผิวไปก่อนแล้ว

10. กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

นี่เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ในรูปแบบของการใช้เกล็ดอัญมณีที่ละเอียดอ่อนมาช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นบนออกไป ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ล้ำลึกกว่าการสครับหลายเท่า และไม่สร้างรอยแผลเช่นเดียวกันกับการกรอผิวด้วยเครื่องกรอหรือเลเซอร์อื่นๆ หากผิวมีสิวหรือรูขุมขนอุดตันก็จะถูกจัดการให้หมดไปอย่างง่ายดาย เหลือไว้เพียงผิวหน้าเรียบเนียนชวนสัมผัสเท่านั้นเอง

นี่ก็เป็นเพียง วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ รวมทั้งวิธีป้องกันการอุดตันของรูขุมขนที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสิวตามมา และอีกวิธีในการป้องกันสิวก็คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง และอย่าลืมรับประทานผักและผลไม้ให้มาก หลีกเลี่ยงการกินผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวได้

สุดท้ายนี้ การรักษาเกราะป้องกันผิวของคุณให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหมายถึงการปกป้องผิวจากมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น มลภาวะจากรถยนต์หรือแหล่งอื่นๆ นอกจากนี้ อย่าลืมหมั่นใช้ครีมกันแดดทุกวันหรือตลอดระยะเวลาที่คุณออกกลางแดด ที่สำคัญล้างหน้าให้สะอาดและบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวเหล่านี้ได้


อ้างอิง

https://www.vsquareclinic.com/tips/melasma/

https://www.claireeveryskin.com/testimonials/54/

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี ? 10 ผลิตภัณฑ์แนะนำ เพราะกลางคืนต่างจากกลางวัน 

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี ? 10 ผลิตภัณฑ์แนะนำ เพราะกลางคืนต่างจากกลางวัน 

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี ? การทาครีมบำรุงผิวไม่ใช่ว่าจะเลือกทาแค่ตอนกลางวันหรือกลางคืน เพื่อความงามที่คงทนต้องใช้ทาบำรุงทั้งตอนกลางวันและกลางคืนด้วย เพราะครีมต่างๆ นั้นให้การบำรุงแตกต่างกัน ยิ่งตอนกลางคืนร่างกายได้พักผ่อน ครีมจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และวันนี้เรามี 10 ไนท์ครีมที่ควรค่ากับการใช้งานมาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. ESTEE LAUDER ADVANCED NIGHT REPAIR

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

เป็นสกินแคร์ที่เหมาะกับการบำรุงผิวเวลากลางคืนมากๆ เพราะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าตลอดกาล เพราะเพียงใช้แค่หยดเดียว ก็ช่วยทำให้ผิวหนังของเราดูนิ่มนวลอ่อนเยาว์มากขึ้น และยังให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ตลอดคืนเลยด้วย และตัวนี้ก็สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยและรอยย่นได้ดี แต่ราคาก็แพงไปหน่อย ประมาณ 4,500 บาท

2. CLARINS EXTRA-FIRMING NIGHT CREAM

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

ไนท์ครีมตัวนี้จะช่วยในการกระชับผิวให้อ่อนเยาว์มากขึ้น และร่องริ้วรอยจะค่อยๆ ลดเลือนหายไป ซึ่งจากผิวที่ไม่เรียบเนียนก็จะค่อยสดใสและดูดีขึ้นได้ดีมาก ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท

3. LANCÔME BLANC EXPERT NEUROWHITE X3 ULTIMATE RENEWING WHITENING NIGHT CREAM

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

เป็นครีมที่ช่วยกระชับผิว ถ้ากลางคืนเราเคร่งเครียดกับหลายๆ เรื่อง แล้วไปทำให้หน้าย่นขึ้น ถ้าใช้แล้วตื่นเช้าขึ้นมา ผิวจะสวยไม่โทรม แถมยังมีความขาวกระจ่างใส และยังทำให้ผิวหนังดูเปล่งปลั่งมากขึ้นอีกด้วย ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท

4. SHISEIDO WHITE LUCENT MULTIBRIGHT NIGHT CREAM

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

เป็นไนท์ครีมยอดนิยมอีกตัวหนึ่งที่ช่วยบำรุงให้ผิวสว่างกระจ่างสดใส และยังช่วยให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และใครที่มีรอยสิวเยอะๆ ครีมตัวนี้จะช่วยในการลดร่องรอยต่างๆ บนใบหน้าให้จางลงได้อย่างดีมาก ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท

5. CLINIQUE TURNAROUND OVERNIGHT REVITALIZING MOISTURIZER

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

มาพบกับไนท์ครีมที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อแน่น ที่เมื่อทาแล้วจะช่วยในการที่ทำให้ผิวดูอิ่มเอิบ มีน้ำมีนวล และยังช่วยทำให้ผิวหนังดูแข็งแรงขึ้น ราคาอยู่ที่ 2,000 บาท

6. BIOTHERM AQUASOURCE NIGHT SPA

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

ไนท์ครีมที่ช่วยทำให้หน้าเราทำสปากลางคืนได้ เพราะครีมตัวนี้จะช่วยบำรุงผิวตลอดเวลาเราหลับ และยังช่วยเพิ่มเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ใบหน้าดูสดชื่นสดใส ตัวนี้บอกได้เลยว่าเหมาะมากๆ สำหรับคนที่มีผิวแห้ง ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท

7. NEUTROGENA HYDRO BOOST NIGHT CONCENTRATE

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

เจลสำหรับกลางคืนตัวนี้เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะ ยิ่งใครที่มีผิวขาดน้ำ หรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด รับรองว่าเจลตัวนี้จะไปช่วยฟื้นฟูผิวให้สุขภาพดีแน่นอน ราคาอยู่ที่ประมาณ 820 บาท

8. OLAY WHITE RADIANCE BRIGHTENING NIGHT CREAM

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

นี่คือไนท์ครีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถด้านความขาวกระจ่างใสเป็นอย่างมาก เนื้อครีมตัวนี้สามารถซึมเข้าผิวหนังได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ และที่สำคัญที่เป็นเอกลักษณ์เลยคือมีกลิ่นหอม ถูกใจหลายคน ราคาอยู่ที่ 549 บาท

9. L’OREAL WHITE PERFECT CLINICAL OVERNIGHT TREATMENT

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

ไนท์ครีมคุณภาพสวนทางกับราคา กับราคาที่มาแค่ 499 บาท แต่คุณภาพดีสุดๆ ถ้าใครที่จัดหนักมาเมื่อคืนแล้วรู้สึกว่าหน้าหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียนเหมือนก่อน ครีมตัวนี้ช่วยได้แน่นอน

10. GARNIER LIGHT COMPLETE NIGHT WHITENING CREAM

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

ไนท์ครีมยอดนิยมที่มอบความกระจ่างใส และช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างดี คงไม่พ้นเจ้าตัวนี้แน่นอน แถมยังมากับราคาที่ถูกใจสาวๆ โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 230 บาท เรียกว่า นี่แหละคุ้มของจริง

 นี่ก็เป็น ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี ? 10 ผลิตภัณฑ์ที่เรานำมาแนะนำกัน ไนท์ครีมเป็นอะไรที่จำเป็นมาก เพราะครีมบำรุงผิวจะเข้มข้นกว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ปกติ จะช่วยในการบำรุงผิวหน้าอย่างมาก ทำให้ตื่นเช้ามาหน้าอิ่มฟู และอีกเคล็ดลับหนึ่งที่นำมาฝากนั่นคือ วิธีทาครีมที่ถูกต้อง จะต้องทาอย่างไรไปอ่านกัน


วิธีทาครีมที่ถูกต้อง ทำไมใครจึงนิยมใช้ครีมบำรุงผิว และขั้นตอนการทาที่ถูกต้อง

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

วิธีทาครีมที่ถูกต้อง ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงนิยมทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ นั่นก็เพราะว่าการทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว ช่วยให้ผิวที่แห้งเสียได้รับการบำรุง เพราะว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ผิวของเราต้องได้รับการดูแล และปกป้องมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผิวเสียความชุ่มชื้น และแห้งกร้าน

แต่ว่าสำหรับคนที่มีสุขภาพผิวดีอยู่แล้วก็สามารถทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิวได้ เพราะว่าไม่ข้อเสียใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะส่วนสำคัญที่เราต้องทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว นั่นก็คือบริเวณที่เกิดรอยดำ และผิวแห้งกร้าน ด้านได้ง่ายเช่น หัวเข้า ตาตุ่ม ข้อศอก ซึ่งบริเวณเหล่านี้ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษกว่าบริเวณอื่นๆ

ในส่วนของครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว ในประเทศเรานั้นมีมากมายหลายยี่ห้อให้ได้เลือกใช้ และในบางยี่ห้ออาจจะผสมกลิ่นหอม เพื่อช่วยให้เราได้ผ่อนคลายกับกลิ่นของครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว หลังจากที่ท่านอาบน้ำเสร็จเช็ดผิวให้แห้ง และเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ จากนั้นลองทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว รับรองว่า ฟินส์ สุดๆ หรือหากว่าใครอยากได้วิธีทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว แบบเป็นขั้นตอนอย่างถูกต้อง เราก็ขอนำเสนอ วิธีทาครีมที่ถูกต้อง

การทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว ในขั้นตอนที่ถูกต้อง

ไนท์ครีมยี่ห้อไหนดี

บริเวณแขน : การทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิวให้เริ่มจากบริเวณมือ และนิ้ว แล้วค่อยๆ ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงแขน ข้อศอก นวดบริเวณข้อศอกสักครู่ เพราะว่าบริเวณนี้จะด้านได้ง่ายมาก จากนั้นค่อยๆ ไล่ขึ้นไปถึงหัวไหล่ตามลำดับ

บริเวณขา : คล้ายกับการทาบริเวณแขน โดยเริ่มไล่ตั้งแต่นิ้วท้าวขึ้นมาเรื่อยๆ และจุดที่เน้นเป็นพิเศษ คือบริเวณตาตุ่ม ยิ่งใครที่ไม่ค่อยชอบใส่ถุงเท้า มักจะมีตาตุ่มที่ดำด้านได้ง่าย และบริเวณหัวเข้าที่มักจะมีรอยถลอก หรือแผลเป็นจากอุบัติเหตุบ่อยๆ สองส่วนนี้ต้องเน้นเป็นพิเศษ

บริเวณฝ่าเท้า : หลายคนละเลยในส่วนนี้ บอกเลยว่าส่วนนี้สำคัญมาก เพราะนอกจะช่วยลดอาการด้านของฝ่าเท้าได้แล้ว เมื่อเราทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว แล้วนวดตามไปด้วยเบาๆ จะยังช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือดได้ดีมาก เพราะเส้นประสาทหลายอย่างของร่างกายจะอยู่บริเวณฝ่าเท้านั่นเอง

รู้กันแล้วใช่ไหมว่าทำเราคนเราถึงนิยมทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว เพราะว่ามีประโยชน์มากมายขนาดนี้นี่เอง ใครที่ยังไม่เคยทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว บอกเลยว่าผิวของคุณต้องการการป้องกันอย่างด่วนที่สุด ละหากคุณไม่รู้ว่าควรใช้ครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว ชนิดไหน แบบไหน ยี่ห้อไหน สามารถอ่านได้จากหลายบทความที่เราได้แนะนำกันไปแล้วได้เลย


อ้างอิง

Amazing Benefits Of Using Night Creams : https://www.stylecraze.com/articles/benefits-of-using-night-creams/

https://www.watsons.co.th/blog/th/skincare-tips-th/วิธีทาครีมตามลำดับขั้น

ผิวหน้าไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง จัดการอย่างไรดี?

ผิวหน้าไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง จัดการอย่างไรดี?

ปัญหา ผิวหน้าไม่เรียบ รูขุมขนกว้างถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นกับใบหน้าของตน แต่บางครั้งก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาวิธีจัดการให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน ซึ่งวันนี้เรามีเทคนิคการดูแลและบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียนมากฝากกัน รับรองว่าทุกวิธีเด็ดจริง ๆ 


สาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน

ผิวหน้าไม่เรียบ

การที่ผิวหน้าของเราไม่เรียบเนียนมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ก็คือ ความเสื่อมของสภาพผิว โดยเฉพาะปริมาณคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวมีปริมาณลดลง เนื่องจากคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นตัวที่ปรับสภาพผิวให้มีความแข็งแรง เรียบเนียนและรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ดังนั้นเมื่อเซลล์มีปริมาณคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง จึงทำให้รูขุมขนกว้าง ผิวหยาบ ไม่เรียบเนียนนั่นเอง


ทำไมรูขุมขนบนใบหน้าถึงกว้างขึ้น

ผิวหน้าไม่เรียบ

ผิวหน้าที่ไม่เรียบจะสังเกตเห็นชัดก็ต่อเมื่อรูขุมขนบนใบหน้ามีขนาดที่กว้างขึ้น ยิ่งรูขุมขนกว้าง ผิวหน้าก็จะขรุขระมากขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนบนใบหน้ากว้างมีดังนี้

  1. อายุ เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะมีความเสื่อมมากขึ้นและมีอัตราการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินใต้ผิวน้อยลง ส่งผลให้รูขุมขนมีการสะสมของน้ำมันและไขมนันมากขึ้น ทำให้รูขุมขนมีขนาดกว้างขึ้นเมื่อายุมากขึ้น ยิ่งอายุมากขึ้นรูขุมขนก็จะกว้างมากขึ้นด้วย
  2. ชนิดของผิว ผู้ที่มีผิวมันและผิวผสมจะมีการสะสมของน้ำมันที่บริเวณรูขุมขนมากกว่ผู้ที่มีผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง เมื่อผิวมีน้ำมันมากก็จะเข้าไปสะสมอยู่ที่บริเวณรูขุมขนมากขึ้น ทำให้รูขุมขนเกิดการขยายตัวและมีขนาดกว้างขึ้น 
  3. พันธุกรรม จากการสำรวจพบว่าผู้ที่คนในครอบครัวมีรูขุมขนกว้างจะมีลักษณะรูขุมขนที่กว้างตามไปด้วย ซึ่งรูขุมขนกว้างที่เกิดจากพันธุกรรมจะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เด็กหรือช่วงที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุที่สามารถสังเกตเห็นได้เร็วที่สุด 
  4. การดูแลผิวที่ผิด ปัญหาผิวมีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง โดยเฉพาะปัญหาสิวเป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้างได้ง่าย เพราะเวลาที่เกิดสิว หากทำการบีบ กดหรือแกะสิวจะทำให้รูขุมขนเกิดการอักเสบและมีขนาดที่กว้างขึ้น นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความมันตกค้างอยู่บนผิวหน้ามากก็จะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้เช่นกัน

จะเห็นว่าสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้างสามารถเกิดขึ้นอยู่ได้ตลอดเวลา เมื่อรูขุมขนกว้างก็จะทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ส่งผลให้สูญเสียความมั่นใจได้ 


7 วิธีบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน

ผิวหน้าไม่เรียบ

ปัญหาผิวหน้าไม่เรียบ รูขุมขนกว้างสามารถแก้ไขได้ด้วยการบำรุงผิวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียนมีวิธีดังนี้

  1. ดูแลผิวหน้าให้สะอาด ความสะอาดของผิวหน้ามีความสำคัญมาก เพราะผิวหน้าที่ไม่สะอาดจะทำให้มีการสะสมสิ่งสกปรก ไขมันและน้ำมันในรูขุมขนมากขึ้น ทำให้เกิดสิวซึ่งเป็นสาเหตุของรูขุมขนกว้าง ดังนั้นควรล้างหน้าและเช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดทุกครั้ง หลังจากแต่งหน้าและก่อนนอน
  2. บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้า แต่ละคนมีผิวหน้าที่ต่างกันออกไป ดังนั้นควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง โดยเฉพาะคนที่มีผิวมันและผิวผสมที่มีปริมาณน้ำมันบนผิวมากกว่าผิวชนิดอื่น จะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวโดยเฉพาะ เพื่อลดปริมาณน้ำมันบนผิวให้เหมาะสม ลดการสะสมของน้ำมันบนใบหน้าและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นกระชับรูขุมขน สำหรับคนที่มีรูขุมขนกว้าง
  3. ขัดผิว การขัดผิวด้วยสครับหรือผลิตล้างหน้าที่มีสครับเป็นประจำจะช่วยขัดสิ่งสกปรกตกค้างที่อยู่บนผิวให้ออกไป และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกระชับ ในการล้างหน้าสครับหรือการสครับผิวจะต้องทำด้วยความเบามือ โดยการหมุนวนเป็นวงกลมไปเล็ก ๆ ไปจนรอบผิวหน้า ห้ามขัดด้วยความรุนแรง เพราะจะทำให้ผิวหน้าอักเสบแดงและเป็นรอยแผลได้ 
  4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง โดยเลือกมาส์กชนิดที่เสริมความชุ่มชื้นและดูดซึมไขมันส่วนเกิน ซึ่งการมาส์กหน้าจะช่วยดูดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในรูขุมขนแบบล้ำลึกที่การล้างหน้าธรรมดาไม่สามารถขจัดออกได้ ให้ออกมาจากรูขุมขน ทำให้รูขุมขนสะอาดและกระชับ โดยมาส์กหน้าที่นิยมใช้กระชับรูขุมขนคือ มาส์กแบบโคลนที่สามารถดูดซึมไขมันได้ดีมาก
  5. เสริมคอลลาเจน การที่คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวมีปริมาณลดลงทำให้รูขุมขนมีขนาดที่กว้างขึ้น ดังนั้นเพื่อปรับขนาดรูขุมขนให้เล็กลงและปรับสภาพผิวหน้าให้เรียบ เนียน นุ่ม เปล่งปลั่งจะต้องเสริมปริมาณคอลลาเจนลีลาสตินให้กับผิว ด้วยการเลือกอาหารประเภทโปรตีน ผักผลไม้ เช่น ถั่ว ผักผลไม้สีแดง ปลาทะเลน้ำลึก เป็นต้น 
  6. ดื่มน้ำมากๆ เซลล์มีส่วนประกอบของน้ำมากถึง 80% โดยเฉพาะเซลล์ผิวหน้าและเซลล์รูขุมขน หากร่างกายขาดน้ำ เซลล์ผิวจะแห้ง หยาบกระด้างและทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน เพื่อไม่ให้เซลล์เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะทำให้ผิวชุ่มชื้นและรูขุมขนเล็กลง
  7. นอนพักให้เพียงพอ ถึงแม้ว่าเราจะบำรุงผิวมากแค่ไหน หากร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ สิ่งที่บำรุงเข้าไปไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารเพื่อเสริมสารอาหารและคอลลาเจน การทาครีม การบำรุงผิวต่างๆ ก็จะไม่ทำให้ผิวเนียนได้ เพราะร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมเซลล์ผิวให้กลับมาแข็งแรงได้ ดังนั้นเราจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อร่างกายจะได้ทำการซ่อมแซมเซลล์ในช่วงที่เรานอนได้อย่างเต็มที่นั่นเอง 

จะเห็นว่าการบำรุงผิวให้เรียบเนียนนั้นง่ายมาก แต่ถ้าเราไม่สามารถหาสารอาหารให้เพียงพอ โดยเฉพาะคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวเนียนและแข็งแรงมากขึ้น ควรหาอาหารเสริมคอลลาเจนมารับประทานร่วมด้วย เพียงเท่านี้ผิวเรียบเนียนก็จะมาอยู่บนใบหน้าของคุณแล้ว


ที่มา

https://hellokhunmor.com/

https://theskin.co.th/article/uneven-skin-tone-wide-pores-how-to-fix-it/

ผิวไหม้ใช้อะไรดี 10 วิธีรักษาจากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย

ผิวไหม้ใช้อะไรดี 10 วิธีรักษาจากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย

ผิวไหม้ใช้อะไรดี 10 วิธีรักษาจากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย หน้าไหม้ เรื่องร้ายๆ ที่ใครก็ไม่อยากเจอ ไม่ว่าจะไหม้ด้วย แสงแดด ครีมเถื่อน หรือมลภาวะเป็นพิษ สิ่งต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นปัญหาคู่กับสาวๆ มาหลายยุคหลายสมัย แล้วเราจะทำอย่างไร ให้อาการหน้าไหม้หายไป รักษาอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบ 

1. ประคบผิวด้วยน้ำเย็น

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

หากว่าผิวของเราถูกเผาจากแสงแดด วิธีง่ายในการรักษาคือการประคบผิวด้วยน้ำเย็น เพียงแค่เอาผ้ามาชุบน้ำเย็นแล้วประคบให้ทั่วใบหน้า เพื่อปรับอุณหภูมิผิวหน้าให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง สร้างสมดุลให้ผิวง่ายๆ แต่ได้ผลจริง

2.ว่านหางจระเข้

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

ว่านหางจระเข้ ถือว่าเป็นสมุนไพรครอบจักรวาล ช่วยได้หลายอย่างทั้งบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และยังช่วยช่วยรักษาอาการหน้าไหม้ได้อีกด้วย ผิวหน้าไหม้แดด เพียงนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก

จากนั้นก็ล้างให้สะอาด นำเฉพาะส่วนที่เป็นเมือกใสๆ มาบด นำมาทาผิวหน้าได้ ทาตอนไหนก็ได้ หรือใครที่คิดว่ามันยุ่งยากก็สามารถหาซื้อพวกเจลว่านหางจระเข้สำเร็จรูปได้เลย มีขายทั่วไป หาง่าย ตามร้านสะดวกซื้อ 7 – 11 ก็มีมากมายหลายยี่ห้อ ที่สำคัญมีราคาไม่แพงมาก

3. โยเกิร์ต

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

นอกจากมีรสชาติที่อร่อยล้ำ ที่สำคัญยังสามารถเอาบำรุงผิวได้อย่างดีเว่อร์ เพียงเอาโยเกิร์ตรสธรรมชาติ มาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที จนแห้ง แล้วล้างออกเพียงแค่นี้ก็ดีต่อผิวแล้ว ขอแนะนำว่าควรเอาโยเกิร์ตไปแช่ตู้เย็นก่อนนะ เพื่อความฟินจะได้คูณ 2

4. แตงกวา

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

เคยเห็นในหนังในละครกันมาเยอะ ที่บรรดาเหล่าผู้หญิงจะนำมาวางแปะลงบนใบหน้า เพียงแค่เอามาฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วเอามาวางบนใบหน้าเหมือนอย่างในละครนั้นแหละ ช่วยได้เยอะเลย วางไว้ประมาณ 20 นาที แต่หลายคนไม่ค่อยทำ เพราะว่าต้องนอนเฉยเลยรู้สึกเบื่อ แต่ถ้าอยากสวยมันต้องอดทนกันนิดหนึ่ง

5. งดใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้า

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

ระหว่างที่ผิวของคุณไหม้ คุณต้องรักษาอาการต่างๆ ให้หายดีก่อน เพราะว่าการใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้า อาจทำให้เกิดอาการผิวกำเริบอักเสบ เพราะสิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้หน้าแห้งมากขึ้นกว่าปกติ และในช่วงนี้ผิวของเราจะแพ้ง่ายมาก 

ในสบู่หรือโฟมล้างหน้า อาจมีสารบางตัวที่ทำให้ผิวขอองเราแพ้มากกว่าเดิม ตอนนี้ใช้หน้าเปล่าล้างหน้าเพียงอย่างเดียวก็พอ น้ำเปล่านี่แหละดีต่อผิวมากที่สุดแล้ว

6. งดใช้เครื่องสำอาง

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

ไม่เว้นแม้กระทั่งเครื่องสำอางทุกชนิด เพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้มากขึ้น ช่วงนี้ใครไม่มั่นใจหน้าสด ก็งดออกจากบ้านไปก่อน รอผิวกลับมาคืนสภาพเมื่อไหร่ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะออกไปอวดความสวย

7. ดื่มน้ำเยอะๆ

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

การดื่มน้ำช่วยร่างกายเกิดการสมดุลในทุกสัดส่วน และจะยิ่งช่วยได้มากเมื่อเกิดอาหารผิวหน้าไหม้ เพราะว่าน้ำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง คืนความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณที่ไหม้

8. นมสด

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

พูดถึงนมสดแล้วต้องนึกถึงรสชาติที่หอมหวาน ยิ่งเป็นนมอุ่นดื่มกี่ทีก็อร่อย แต่วันนี้เราจะไม่มาพูดถึงเรื่องกานกินนมสด แต่เราจะเอานมสดมารักษาอาการหน้าไหม้

เพียงแค่เอานมสดแช่ตู้เย็น แล้วนำผ้าสะอาดมาชุบประคบ หรือว่าโปะลงบนใบหน้า ผิวหน้าที่ไหม้แดดจะกลับมาเนียนนุ่มเปล่งปลั่งอีกครั้ง เพียงปล่อยเอาไว้สัก 5-10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แถมยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียออกไปด้วย

9. ถุงชาเขียว

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

ชาเขียวนอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสมดุลของร่างกายแล้ว การนำถุงชาเขียวที่ใช้แล้วมาแช่ตู้เย็น แล้วนำมาประคบบริเวณผิวหน้าที่ไหม้แดด จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการหน้าไหม้แดด คืนความชุ่มชื้นสู่ผิวอีกครั้ง

10. น้ำผึ้ง

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

นำน้ำผึ้งมาทาไว้ทั่วใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณที่ลอกหรือไหม้ น้ำผึ้งจะช่วยฟื้นฟูทำให้เซลล์ผิวที่ถูกทำลายกลับมาสดใส ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น และยังช่วยสมานผิว แถมยังทำให้หน้าชุ่มชื่นอีกด้วย

วิธีเหล่านี้อาจช่วยป้องกันผิวที่ไหม้แดดและคล้ำเสียจากแดดได้ แต่ทางที่ดีเมื่อต้องออกแดด ควรป้องกันผิวสัมผัสแดดด้วยการใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ปกปิดผิว และควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป จึงจะสามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB)


แพ้ครีมหน้าไหม้ รักษาได้ใน 2 สัปดาห์

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

อาการหน้าไหม้ที่เกิดได้จากอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ การแพ้ครีม แต่สามารถรักษาให้หายได้ใน 2 สัปดาห์ ปัญหาของสาวๆ ทั่วโลก ยิ่งในปัจจุบันมีครีมออกมาเยอะมาก มากจนเลือกไม่ไหวใช้ไม่ถูก ผลที่ได้นอกจากความสวยใสจะไม่ใช่อย่างใจปรารถนาแล้ว ยังหน้าไหม้ หน้าพัง ผิวหนังชำรุด จนอาจหยุดไม่อยู่ แต่เดี๋ยวก่อนวันนี้เราจะมาบอกวิธีแก้หน้าไหม้ หน้าพัง แพ้ครีมและรักษาได้ใน 2 สัปดาห์

อาการแพ้ครีม

ผิวไหม้ใช้อะไรดี

หลายคนเกิดอาการแพ้ครีมที่ใช้ เนื่องจากครีมที่ใช้ไม่ได้คุณภาพ ไม่มี อย. ครีมเถื่อน หรือบางครั้งอาจเป็นเพราะผิวของเราไม่ถูกกับสารประกอบในตัวครีม โดยให้เราสังเกตผิวของตัวเอง หากว่ามีอาการแพ้จะมีผลเช่นนี้

  1. มีผดผื่นขึ้น ผดนั้นจะมีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็กๆ สีแดงๆ คล้ายผื่นปกติทั่วไป แสดงว่าเริ่มเกิดอาการแพ้แล้ว
  2. ลายครั้งอาจจะมีอาการอักเสบ และเป็นหนอง เห่อแดง บางครั้งมีอาการปวดร่วมด้วย

รักษาอาการแพ้ครีมโดยการหยุดทุกอย่าง

เมื่อเรารู้ตัวว่าเกิดอาการแพ้แล้ว อย่างแรกที่ต้องทำคือการหยุดใช้ครีมทุกอย่าง ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ หยุดใช้แม้กระทั่งครีมกันแดด โฟมล้างหน้า หรือพวกมาส์กหน้า และงดการแต่งหน้า

เพราะผิวจะยิ่งแห้ง และเกิดสิวได้ง่าย ห้ามแคะ แกะ เกา เพราะว่าอาจทำให้เกิดการอักเสบ หากว่าอยากใช้ก็สามารถทาได้เพียงแค่พวกมอยส์เจอไรส์เซอร์เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเท่านั้น แต่ที่อยากแนะนำคือหยุดใช้ไปเลยทุกอย่างจะดีที่สุด เพราะว่าสารบางตัวในมอยเจอร์ อาจจะไปยับยั้งการรักษาให้หายช้าลง ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดู หากผิวหน้าของใครที่กำลังเกิดอาการแพ้ต่างๆ รับรองว่าสามารถช่วยได้ ผิวหน้าจะกลับมาสดใสเช่นเดิมเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น


อ้างอิง

http://acnedefend.in.th/exp-allergy-weeks.html

https://acnejung.com/915/วิธีรักษาหน้าไหม้แดด/

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง ครีมกลูต้าไวท์ได้ผลไหม?

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง ครีมกลูต้าไวท์ได้ผลไหม?

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง ครีมกลูต้าไวท์ได้ผลไหม? เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยใช้ครีมกลูต้ากันมาบ้าง แต่บางคนก็อาจจะไม่เคยใช้ บางคนอาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ และคงจะอยากรู้ว่าใช้ได้ผลจริงหรือเปล่า ขาวจริงหรือเปล่า และยิ่งในปัจจุบันได้มีการสร้างครีมกลูต้าออกมาจนนับถ้วน ทีนี้จะเลือกชนิดไหน ราคาไหน ยี่ห้อไหนดีล่ะ คำถามมากมายผุดขึ้นมา ตอบไปก็ไม่หมด วันนี้เราจึงจะมาอธิบายกันว่า ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง หรือไม่ ?

ครีมกลูต้าไวท์คืออะไร

ครีมกลูต้าไวท์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบำรุงดูแลผิวหนัง และช่วยรักษาผิวในรูปแบบของครีมที่สำหรับใช้ในการทาผิวหน้า และผิวบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ครีมกลูต้าทุกชนิดจะมีส่วนผสมของสารกลูต้าไธโอน ซึ่งมีความเชื่อกันว่า เมื่อนำสารกลูต้าไธโอนมาเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงผิวแล้ว จะสามารถช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้ และนอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ครีมกลูต้าไวท์ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะมีความเชื่อกันว่าการทาผิวด้วยสารกลูต้าไธโอนจะมีความปลอดภัย และมีราคาที่ถูกมากกว่าการฉีดสารกลูต้าไธโอนเข้าไปในร่างกายเพื่อให้ผิวขาว

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

สารกลูต้าไธโอนในครีมบำรุงผิว จะช่วยทำให้ขาวขึ้นได้จริงหรือ

ในที่นี้ยังไม่มีข้อมูลของงานวิจัย หรือการรับรองทางการแพทย์ใดๆ เลย ที่แสดงให้เห็นว่า สารกลูต้าไธโอน จะมีคุณสมบัติที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสารตัวนี้มีหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซีได้เป็นอย่างดี เมื่อสุขภาพผิวได้รับการบำรุงให้ดีขึ้น และมีการป้องกันสิ่งแปลกปลอมเพิ่มมากขึ้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่า ครีมทาผิวที่ผสมสารกลูต้าไธโอนจะทำให้ผิวของคุณมีความขาวขึ้นได้แน่นอน

แล้วครีมกลูต้าไวท์ช่วยทำให้ขาวขึ้นได้อย่างไร

อาจจะมีหลายๆ คนที่เคยได้ใช้ครีมกลูต้า แล้วมีผลตอบกลับว่าผิวขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากคุณสมบัติของสารกลูต้าไธโอนที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว แต่อยากให้ผู้ใช้ลองสังเกตส่วนผสมของครีมกลูต้าที่ใช้อยู่สักนิด ว่ามีส่วนผสมที่เป็นสารประกอบอื่นๆ ที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้หรือไม่ เช่น ผงแป้ง รวมไปถึงสารกันแดดในตระกูลไททาเนียมออกซิด ซึ่งสารดังกล่าวมีคุณสมบัติในการเคลือบผิว ส่งผลทำให้เกิดผลลัพธ์ผิวที่ขาวขึ้นอย่างทันใจในเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อล้างครีมออกสีผิวก็จะกลับไปสู่สีเดิม ตรงนี้ต้องระวังให้ดี

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อครีมกลูต้าไวท์ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสเจ้าเล่ห์ที่มากด้วยกลที่พร้อมจะโกงเราทุกเมื่อ และหวังจ้องเอากำไรโดยไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเลยสักนิด โดยอาจมีการแอบใส่สารเคมีที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นทันตา และนำมาขายในราคาที่ถูกกว่า แต่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังในระยะยาว ซึ่งต้องระวังและควรตรวจให้ดี ไม่ควรไปซื้อกับคนเดินเร่ที่ไม่น่าไว้ใจ หรือพวกที่ยัดเยียดให้ซื้อ

ทางที่ดีคือควรจะตรวจสอบ อาจจะใช้วิธีการดูยี่ห้อก่อน แล้วไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตว่ามียี่ห้อนั้นหรือไม่ สีนั้นหรือไม่ บรรจุภัณฑ์เหมือนกันไหม เพราะปัจจุบันทุกบริษัทจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเองเกือบทุกบริษัท และควรดูที่ตรา อย. ด้วยว่าเป็นของจริงหรือไม่ ถ้าหากไม่อยากเสี่ยงก็ไปซื้อกับตัวแทนที่มีหน้าร้านที่น่าไว้ใจดีกว่า เพราะสุขภาพใบหน้าของเราใครๆ ก็ไม่ได้รับผลกระทบเหมือนเรา


วิธีทำให้ผิวขาวใน 3 วัน การทำให้ผิวขาวใสภายใน 3 วัน ที่คุณควรรู้

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

วิธีทำให้ผิวขาวใน 3 วัน การทำให้ผิวขาวใสภายใน 3 วัน ที่คุณควรรู้จะทำอย่างไรให้ผิวดูขาวใสได้?

ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่า ผิวใส กับ ผิวขาว ต่างกันอย่างไร 

  • ผิวใส คือ ผิวที่มีออร่า ดูกระจ่าง ดูแล้วน่าสัมผัส เหมือนมีแสงออกมา ดูไม่สกปรก มีความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ ผิวดูเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย โดยผิวใสอาจจะไม่จำเป็นเฉพาะผิวขาวก็ได้ อาจเปรียบได้เหมือนผิวของเด็กๆ
  • ผิวขาว คือ ผิวที่มีความขาว อาจจะมีความใสอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะขาวแล้วดูกระจ่างใส

ความใสของผิวขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

  1. ความเรียบเนียนของผิว โดยผิวที่มีความเรียบเนียนสูง จะสามารถสะท้อนแสงออกมาได้อย่างระเบียบ ซึ่งถ้าใครที่มีใบหน้าไม่เรียบเนียน เป็นสิว ก็จะสะท้อนแสงออกมาได้ไม่ดี ไม่สม่ำเสมอ
  2. ปริมาณเม็ดสี หรือที่เรียกว่า เมลานินโดยสำหรับเจ้าเมลานิน ถ้าใครที่มีเมลานินสะสมในผิวไว้จำนวนมาก ผิวนั้นจะสามารถดูดซับแสงแดดได้ไว ทำให้ผิวคล้ำขึ้น และไม่กระจ่างใส ทั้งยังทำให้เกิดจุดด่างดำอื่นๆ ตามมาอีกด้วย
  3. ระดับความมัน และความชุ่มชื้นของผิวหนังโดยถ้าใครที่มีน้ำมันเคลือบผิวมากอยู่มากก็จะทำให้สามารถสะท้อนได้ดี แต่บางครั้งก็จะทำให้ดูมันเกินไป จนไม่สวย ซึ่งถ้าใครที่ไม่มีน้ำมันเคลือบหน้า คือเป็นคนผิวแห้ง นั่นก็จะทำให้ผิวไม่สะท้อนแสง และดูหม่นหมองได้ ดังนั้นทางที่ดีคือ ควรรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวให้อยู่ในระดับที่พอดีมากที่สุด

แล้วจะทำอย่างไร จึงจะทำให้ผิวดูขาวใส?

  1. ก่อนอื่นคือต้องทำให้ผิวดูขาวก่อน แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ขาวจนเกินไป อาจจะดูแลตัวเองให้ขาวแบบธรรมชาติ หรือขาวแบบที่เราสามารถทำได้ดีที่สุด ซึ่งความขาวก็จะเป็นส่วนช่วยในการที่จะทำให้ผิวดูมีความกระจ่างใสมากขึ้นวิธีการเพิ่มความขาวง่ายๆ คือ ทาครีมกันแดดเมื่อจะออกจากบ้าน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน กินแต่อาหารที่มีประโยชน์ และไม่นอนดึก เท่านี้ก็เป็นส่วนช่วยที่ทำให้ขาวได้แล้ว
  2. ทำให้ผิวชุ่มชื้นพอเหมาะ เน้นย้ำว่าพอเหมาะ เพราะบางคนพอบอกว่า “ผิวที่ดูขาวใส ต้องมีความชุ่มชื้น” คนพวกนั้นก็ไปสรรหาครีมทาหน้าที่ทำให้หน้ามัน หรือรักษาความชุ่มชื้นของหน้า ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความจริงแล้ว เพียงรักษาความชุ่มชื้นของเราให้อยู่ในระดับที่พอดี ก็สามารถหน้าเราดูกระจ่างใสได้แล้ว
  3. ทำให้ผิวเรียบเนียนขั้นตอนสุดท้ายอาจจะยากนิดนึง เพราะว่าการทำให้ผิวดูเรียบเนียนนั้น ต้องใช้ความอดทน และความพยายามสูงมาก เพราะบางคนก็เป็นสิวเต็มหน้า บางคนก็มีผิวหน้าที่ไม่เรียบเนียนมาตั้งนานแล้ว แต่เชื่อได้ว่าถ้าเราอดทนละก็ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้แน่นอน

แนะนำโลชั่นทาผิว กลิ่นหอมฟุ้งที่ทำให้หนุ่ม ๆ ต้องหลงรัก

แนะนำโลชั่นทาผิว กลิ่นหอมฟุ้งที่ทำให้หนุ่ม ๆ ต้องหลงรัก โลชั่นทาผิวเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการความหอมที่ติดอยู่กับเนื้อตัวของเรา และช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื่น ทำให้เรากลายเป็นหญิงสาวเนื้อหอมที่ไม่ได้หอมเพียงแค่ที่เสื้อผ้าและยังได้ความรู้สึกถึงความหอมที่เป็นกลิ่นกายติดเฉพาะตัวได้ ไม่หอมรุนแรงแฝงสารเคมีในรูปแบบของน้ำหอม ครีมน้ำหอมฟุ้ง ๆ ที่สาว ๆ จะต้องหลงใหลและยังทำให้หนุ่ม ๆ รอบข้างหลงใหลคุณไปด้วย ตามมาดูกันเถอะ

1. SOAP & GLORY Righteous Butter Lotion

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

เป็นครีมเข้มข้นที่เน้นการให้ความชุ่มชื่นแก่สาว ๆ ที่มีปัญหาผิวแห้งได้อย่างดี สาวผิวแห้งคนไหนที่มองหาครีมที่ถูกใจต้องตัวนี้เลย ที่สำคัญเมื่อทาแล้วไม่รู้สึกเหนอะผิวเลยเพราะถึงเนื้อจะข้นแต่กลับซึมซาบได้รวดเร็วจริง ๆ กลิ่นหอมหวานในแบบคลาสสิกจะติดกายสาว ๆ ไปจนคนข้าง ๆ อดใจไม่อยู่เลยล่ะ

2. The Body Shop STRAWBERRY SOFTENING BODY LOTION

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

เป็นครีมทาตัวที่ให้ความรู้สึกสดชื่นสดใสกระฉับกระเฉงและคล่องแคล่ว เหมือนวันที่มีแดดจ้าในฤดูร้อนของสวนผลไม้ที่แสนชุ่มฉ่ำและหลากสีสัน กับกลิ่นผลไม้หลากชนิดนานาพันธุ์ ซึ่งรวมไว้ในบอดี้ช็อปขวดนี้ขวดเดียว แค่เปิดฝาขวดออกมาก็หอมฟุ้งไปแสนไกล ติดทนผิวกายยาวนานมอบความชุ่มชื่นบำรุงให้สาว ๆ ตลอดวัน

3. Jo Malone London Nectarine Blossom & Honey Body Crème

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

มาในรูปแบบของกระปุกที่มีดีไซน์เรียบหรูดูไฮโชเต็มไปด้วยรสนิยม เมื่อหมุนกระปุกออกดูภายใน สัมผัสแรกสาว ๆ จะรู้สึกถึงกลิ่นที่มีรสนิยม หรูหราและดูมีระดับ

ถ้าสาว ๆ คนไหนมองหาความหรูหราและดูมีรสนิยม อย่าพลาดครีมกระปุกนี้ กับส่วนประกอบของสารที่ชื่อว่า เนทารีน ยิ่งทำให้ดูเย้ายวนชวนหลงใหล แถมกลิ่นยังติดกายไปตลอดทั้งวัน ผิวสวยและหอมกระจาย

4. L’Occitane Rose Body Milk

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

หอมกุหลาบราชินีแห่งมวลดอกไม้ด้วยกลิ่นของดอกกุหลาบที่คัดสรรมาหลากหลายพันธุ์รวมอยู่ในครีมทาผิวที่ผสมเข้ากลมกลืนกับน้ำนมสกัดบริสุทธิ์ ทำให้ผิวทั้งนุ่มเนียนชุ่มชื่นและหอมกุหลาบ ชวนฝันได้ตลอดทั้งวัน

5. Bath and Body Works Japanese Cherry Blossom Body Lotion

ครีมทาผิวใช้แล้วขาวจริง

ด้วยกลิ่นหอมที่ออกแนวหวานซึ้งของเชอรี่บลอสซั่มสายพันธุ์ญี่ปุ่นจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมีความสุขและยังทำให้คุณมีผิวกายหอมจนไม่ต้องพึ่งพาน้ำหอม อีกทั้งยังมีสารสกัดบำรุงจากเมล็ดเชียและวิตามินนานาชนิดผสมอยู่ในเนื้อครีม ด้วยความนุ่มและเข้มข้นของครีมที่ซึมซาบเร็วเข้าสู่ผิวให้คุณหอมและผิวสวยจากภายใน 

สาว ๆ ที่รักความสวยและหอม อย่ารอช้าคว้าโลชั่นหอม ๆ ต่างกลิ่นต่างสไตล์ เลือกแบบที่เป็นตัวคุณให้ทั้งหอมและผิวสวยแบบที่คุณต้องการ และเป็นผู้หญิงที่ใคร ๆ ก็หลงใหลกับ 5 ขวดบอดี้โลชั่นนี้


อ้างอิง

https://www.cosmenet.in.th/cosme-intrend/41565

https://promotions.co.th/สำรวจตลาด/สินค้าทั่วไป/beauty-สินค้าทั่วไป/10-long-lasting-scented-lotions.html

10 โลชั่นทาผิวขาว เร็วที่สุด แบรนด์สุดฮอตและยอดนิยมของคนไทย

10 วิธี เร็วที่สุด แบรนด์สุดฮอตและยอดนิยมของคนไทย

ทั้งแสงแดด มลภาวะ และการใช้ชีวิตประจำวันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ล้วนเป็นตัวการที่ทำร้ายผิวให้หมองคล้ำและทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ โลชั่นทาผิวขาว จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยฟื้นบำรุงและคืนความกระจ่างใสให้ผิว เพราะมีสารบำรุงผิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไวท์เทนนิ่ง วิตามิน และช่วยป้องกันแสงแดด สำหรับใครที่กำลังหา โลชั่นทาผิวขาว เราขอแนะนำให้ลอง 10 โลชั่นทาผิวขาว ตัวดังสุดฮอตและเป็นที่นิยมเหล่านี้

โลชั่นทาผิวขาว

10. BHAESAJ BODY WHITENING LOTION DOUBLE SUNSCREEN

โลชั่นขาวเร็วที่สุด อันดับ 10 เป็นโลชั่นสูตรปกป้องผิวแบบ 24 ชั่วโมง โดยโลชั่นตัวนี้จะผสมสารป้องกันรังสีจากแดด และช่วยลดการหมองคล้ำของผิวหนัง แถมยังเพิ่มความเรียบเนียน ความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับใครที่ต้องการปกป้องจากรังสีแสงแดด

เพราะมีส่วนผสมของ Double UV Filter ที่ช่วยในการแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ และฝ้า กระ จุดด่างดำ และมีวิตามินอี ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า และมีมอยซ์เจอไรเซอร์ ที่ช่วยถนอมผิวหนังได้เป็นอย่างดี

9. CUTE PRESS IDEAL WHITE BRIGHTENING BODY LOTION

โลชั่นบำรุงผิวกายที่ผสมสารกันแดดลงไปด้วย ทำให้ผิวมีความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะมีส่วนผสมของวิตามินบี 3 ที่ช่วยปกป้องผิวจากจุดด่างดำ ฝ้า และมี บี-ไวท์ เพื่อลดความหมองคล้ำ และมีสารสกัดจากอัลฟัลฟา ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวมีความกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น น่าสัมผัส

8. 12 PLUS SNAIL WHITENING BODY LOTION

เป็นโลชั่นบำรุงผิวกายที่ผสมผสานสารสกัดจากเมือกหอยทากที่เลี้ยงด้วยโสมเกาหลี โดยเจ้าโลชั่นนี้จะเต็มไปด้วยแร่ธาตุสารอาหารมากมาย และยังทำให้ผิวได้รับประโยชน์อีกมากมาย โดยจะทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ไม่มีความหมองคล้ำ จุดด่างดำจางหายไป สีผิวสม่ำเสมอ ริ้วรอยตามผิวหนังจางลง ผิวอ่อนเยาว์น่าสัมผัส สุขภาพผิวดีขึ้น ผิวมีความชุ่มชื่น นุ่มนวล เรียบเนียน น่าสัมผัส

7. SMOOTH E WHITE THERAPIE

เป็นโลชั่นที่ช่วยในการปรับผิวให้ขาว ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง ผิวเป็นขุย และยังลดรอยแผลเป็น สามารถอุ้มน้ำได้ดี ทำให้ผิวไม่แห้งง่าย ทั้งยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้เต่งตึงยิ่งขึ้น

6. BHAESAJ BODY WHITENING LOTION PLUS VITAMIN E

โลชั่นสูตรเพิ่มวิตามินอีเข้มข้น เพื่อช่วยในการบำรุงผิวพรรณ และช่วยสารต่อต้านสารอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับผิวที่ต้องการความชุ่มชื่นเป็นอย่างมาก เพราะมีส่วนผสมของวิตามินอี ซึ่งช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยถนอมผิวหนังให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และวิตามินบี 3 ที่ช่วยยับยั้งเม็ดสีในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

5. VASELINE HEALTHY WHITE SKIN LIGHTENING

เป็นโลชั่นที่มีวิตามินบี 3 ที่ช่วยในการแก้ปัญหาให้ผิวดูขาวกระจ่างใส โดยจะซึมเข้าสู่ผิวชั้นนอกลงไป ทั้งช่วยปกป้องผิวจากจุดด่างดำ และยังช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้อีกด้วย และยังซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้เร็ว เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ผิวหนังแห้ง

4. BHAESAJ BODY WHITENING LOTION COLLAGEN

โลชั่นบำรุงผิวสูตรคอลลาเจน ที่มีความสามารถในการเติมเต็มผิวให้ดูกระชับ เต่งตึง น่าสัมผัส และยังมีวิตามินบี 3 ที่ไปช่วยในการปรับสภาพผิวให้ดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับผิวที่ต้องการความกระชับเพราะมีส่วนผสมของคอลลาเจน

ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ สารสกัดคอลลาเจนจากหนังแกะ ที่สามารถซึมเข้าผิวได้ง่าย วิตามินบี 3 ที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ดับเบิลยูวีฟิลเตอร์ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB และมีมอยซ์เจอไรเซอร์ ที่ช่วยถนอมผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

3. NIVEA UV WHITENING SERUM SPF22

โลชั่นที่บำรุงผิวกาย ซึ่งผสมสารป้องกันแสงแดดลงไปด้วย เพื่อการยกระดับผิวให้ขาวขึ้นเป็นธรรมชาติ และด้วยอะตอมของโลชั่น ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีบริสุทธิ์ และซอยเปปไทด์ ที่สามารถซึมซับเข้าฟื้นบำรุงได้ถึงระดับเซลล์ผิว ถึงแม้ผิวนั้นจะคล้ำเสียสะสม และยากต่อการแก้ไข แต่โลชั่นตัวนี้ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้แน่นอน

2. MISTINE NATURAL FUK KAO BODY LOTION

เป็นโลชั่นบำรุงผิวกาย ที่ทำมาเพื่อทำให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียนแบบสุดๆ ครีมตัวนี้จะเพิ่มความกระจ่างใสมากกว่าโลชั่นจากมะหาดได้มากถึง 4 เท่า เพราะมีสารสกัดเข้มข้นของฟักข้าวแท้ ที่ทำให้ผิวดูเรียบเนียนได้ดียิ่งขึ้น และมีสารที่ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นตลอดเวลาอีกด้วย แถมยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดี แบบนี้ไม่ซื้อได้ไง

1. VASELINE HEALTHY WHITE UV LIGHTENING

นี่คือโลชั่นบำรุงผิวที่ดีที่สุด โดยจะทำให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียนน่าสัมผัสมากที่สุด เพราะมีวิตามินบี 3 ที่จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และยังสารที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้เป็นอย่างดี ซื้อตัวนี้บำรุงได้หลายมากบอกเลย

นี่ก็เป็น 10 โลชั่นทาผิวขาว ที่เรานำมาแนะนำกัน ใครชอบตัวไหนก็ไปลองซื้อมาทากันได้เลย และนอกจากการบำรุงผิวด้วยโลชั่นแล้ว ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำ หรือหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วย และแนะนำให้บำรุงผิวจากภายในควบคู่กันไปด้วย ทั้งการนอน การดื่มน้ำ เลือกรับประทานอาหาร และออกกำลังกาย เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการบำรุงผิวให้ดีขึ้น


อยากขาว ลอง 10 วิธีนี้ กินให้ถูกและดูแลตัวเองให้ดี

โลชั่นทาผิวขาว

อยากขาว ลอง 10 วิธีนี้ กินให้ถูกและดูแลตัวเองให้ดี ใคร ๆ ก็อยากขาว เพราะว่าผิวขาวทำให้ดูเป็นสะอาด มีออร่า น่าสัมผัส ถือว่าเป็นค่านิยมและกลายเป็นความชอบของคนส่วนมากไปแล้ว

เพราะฉะนั้นสาว ๆ จึงได้ค้นหาความขาวจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อเอาไว้พิชิตใจหนุ่ม ๆ หรือบำรุงผิวตัวเองให้ดีขึ้น วันนี้เราจะมาแนะนำความขาวที่เกิดจากการกิน ว่ากินอะไรแล้วผิวสวย พร้อมกับวิธีป้องกันที่ทำให้ผิวของทุกคนสวยใสไร้ที่ติ มาดูกันได้เลย

1. วิตามิน C

โลชั่นทาผิวขาว

วิตามิน C มีมากในน้ำมะเขือเทศ น้ำที่หลายคนไม่ชอบรสชาติของมันอย่างรุนแรง แต่ก็ต้องทนเอาเพราะว่ามีวิตามิน C เข้มข้นที่สูงมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนสวย ใส มีน้ำมีนวล ลดเลือนจุดด่างดำ หรือว่าใครที่ไม่ชอบทานน้ำมะเขือเทศจริง อันนี้ก็สามารถหาซื้อผลไม้อื่น ๆ  หรืออาหารเสริมมาทานแทนได้ ในบ้านเราก็มีอาหารเสริมประเภทวิตามิน C มากมายหลายยี่ห้อ

2. วิตามิน E

โลชั่นทาผิวขาว

วิตามิน E สิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผิวของสามารถปกป้องอัลตราไวโอเล็ตจากแสงแดดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เจ้าแสงแดดที่ร้ายกาจมักจะคอยทำร้ายผิวให้หมองคล้ำ

โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ไม่ต้องบรรยายถึงความร้อนแรงก็แทงทะลุชั้นผิวหนังแล้ว ซึ่งวิตามิน E จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเปล่งปลั่ง รอยสิว และจุดด่างดำลดเลือนอย่างรวดเร็ว

3. GRAPE SEED

โลชั่นทาผิวขาว

Grape Seed คือ สารสกัดเข้มข้นจากเมล็ดองุ่น แต่รู้หรือไม่ว่า Grape Seed แรงกว่าวิตามิน C ถึง 20 เท่า และสูงกว่าวิตามิน E ถึง 50 เท่า ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างน่าอัศจรรย์

4. โคเอนไซม์คิวเทน (Q10)

โลชั่นทาผิวขาว

โคเอนไซม์คิวเทน (Q10) หรือ ยูบิควิโนน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวอันเป็นพื้นฐานของเซลล์ ทำให้ผิวแก่ช้า ย้อนวัยได้อีกครั้ง และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกาย

5. คอลลาเจน

โลชั่นทาผิวขาว

คอลลาเจน ถือได้ว่าเป็นอาหารเสริมที่กำลังนิยมมากที่สุด เพราะว่ามีส่วนช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คืนทุกระบบในร่างกายให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่โดยตรงในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ผิวขาว เรียบเนียนใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ลดเลือนริ้วรอย รวมถึงยังช่วยบำรุง ผม เล็บ และข้อต่อให้ดีขึ้นด้วย

6. ขัดผิว

โลชั่นทาผิวขาว

อีกหนึ่งวิธีของการคืนสภาพผิวขาวให้สาว ๆ ได้สวยกันอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่พ้นการดูแลผิวยอดนิยมอย่างการขัดผิวหรือสครับ วิธีการขัดผิวนั้นง่าย ๆ ไม่ว่าจะใช้สบู่ สครับสำเร็จรูป หรืออะไรก็ได้ที่มีสารประกอบของวิตามินซี วิตามินดี สามารถใช้ขัดได้ทั้งตัว อย่างสูตรเด็ดที่นำมาเสนอก็เช่น มะขามเปียก กากกาแฟ ขมิ้น เป็นต้น ซึ่งนอกจากช่วยผลัดเซลล์ผิวแล้วยังทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย

7. ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด

โลชั่นทาผิวขาว

เพราะว่าแดดเมืองไทยมันร้อนแรงเสียจริง เราจึงต้องปกป้องตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกเครื่องแต่งกาย เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมนอกอาคารที่มีแสงแดด อย่างแรกที่ควรคำนึง คือ เรื่องของเสื้อผ้า ถ้าจะให้ดีควรใส่เสื้อแขนยาว เพื่อช่วยปกป้องผิวขั้นต้นจากแสงแดดและรังสี UV หรือไม่ก็ควรพกร่มไปด้วย

8. ทาครีมบำรุงผิว

โลชั่นทาผิวขาว

เรื่องอาการกินก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่นอกจากนั้นเราควรดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพราะว่านี่ถือเป็นเรื่องพิ้นฐานของการมีผิวขาวสวย อย่าขี้เกียจ เพราะว่าความสวยมันเป็นอะไรที่ต้องลงมือทำ มาทาครีมบำรุงผิวกันเถอะ ซึ่งก็มีครีมมากมายให้เราได้เลือกใช้  เลือกให้เกมาะกับผิวก็จะส่งผลดี

9. การนอน

โลชั่นทาผิวขาว

พื้นฐานสำคัญของร่างกาย การนอนที่ดีช่วยให้ร่างสมดุลในทุกสัดส่วน และมีผลต่อผิวเช่นกัน เช่นเมื่อเรานอนดึกจะทำให้ร่างกายผลิตคอลเจนน้อยกว่าปกติ ส่งผลมากมายกับผิวที่เรารัก เช่น ใบหน้าหมองคล้ำ ขาดน้ำ ผิวซีด ทางที่ดีอยากแนะนำว่าควรนอนก่อน 4 ทุ่ม แต่เชื่อเถอะว่าหลยคนคงทำกันไม่ได้หรอก ถ้าอย่างนั้นเราควรนอนให้เพียงพอประมาณวันละ 7-8 ชั่วโมงก็ยังดี

10. ครีมกันแดด

โลชั่นทาผิวขาว

สมัยนี้ใครไม่ทาครีมกันแดดยกมือให้ดูหน่อย แน่นอนว่าไม่มีเลย ทุกคนทากันหมด เพราะว่าแดดมันช่างรร้ายกาจ ยิ่งแดดเมืองไทยไม่ต้องให้พูด ทาเถอะจะได้ไม่เป็นภาระต่อผิว โดยสามารถเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวของตนเอง ยิ่งถ้าออกแดดบ่อยก็อย่าลืมทาซ้ำด้วย

โลชั่นทาผิวขาว ก็เป็นส่วนสำคัญในการช่วยรักษาและบำรุงสุขภาพผิว แต่ก็ยังมีหลายวิธีที่สามารถใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ได้ อย่างการกินพวกอาหารเสริมบำรุงผิวต่าง ๆ เหล่านี้ และคุณยังสามารถหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองได้ เพราะบางคนทำเหมือนกันแต่ได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันก็มี รวมถึงขึ้นอยู่กับประเภทผิว ผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ใช้ และการใช้ชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน


อ้างอิง

Whitening beauty tips to lighten your skin tone naturally : https://www.india.com/lifestyle/how-to-lighten-skin-tone-14-skin-whitening-beauty-tips-to-lighten-your-skin-tone-naturally-1949825/

https://www.sanook.com/campus/1390537/

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น 5 เคล็ด (ไม่) ลับความสวยแบบปัง ๆ ที่คุณควรรู้

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น 5 เคล็ด (ไม่) ลับความสวยแบบปัง ๆ ที่คุณควรรู้

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น 5 เคล็ด (ไม่) ลับความสวยแบบปัง ๆ ที่คุณควรรู้ ใครว่าผู้หญิงสวยเพราะเกิดมาเป็นคนสวยเท่านั้น ความสวยไม่ว่าสาวคนไหนก็ทำให้ตัวเองสวยได้ โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอหรือวิธีซับซ้อนอะไรมากมาย นี่เป็นเคล็ดลับที่คนสวยทุกคนต่างก็ทำกัน แต่พวกเธออาจจะไม่เคยมากระซิบบอกกับคุณ ถ้าสาวคนไหนอยากสวยใสโดดเด่นลองวิธีง่าย ๆ เพียงทำเป็นประจำและทำตาม 5 ประการนี้เลยนะ

1. ให้ความสำคัญกับความสะอาด

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

เรื่องของความสะอาดผิวพรรณเป็นเคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้สาว ๆ ผิวสวยได้อย่างไม่ต้องสงสัย ใครที่มีพฤติกรรมไม่ค่อยดูแลผิวและความสะอาดต่าง ๆ ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วเพื่อผิวสวย ไม่ว่าจะเป็นการเข้านอน เมกอัพที่เกรอะกรัง แปรงและพัฟพันปีที่ไม่เคยล้างทำความสะอาดเลย หรือแม้แต่ปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนที่ต้องสัมผัสกับใบหน้าและเนื้อตัวทุกวัน อย่าปล่อยให้สกปรก เพราะนี่คือสาเหตุของการเกิดสิวและร่องรอยที่ทำร้ายผิวไม่ให้เรียบเนียน

2. ครีมและโลชั่นคือสิ่งที่ขาดไม่ได้

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

ผิวสวยก็ต้องการการบำรุงให้สวยเสมอ ครีมทาผิวสารพัดสูตรคือตัวช่วยที่ดีที่สุดที่จะทำผิวของสาว ๆ สวยเปล่งปลั่ง เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและจุดประสงค์การใช้ ทั้งโลชั่น เซรั่ม บอดี้ครีม อย่าขี้เกียจทาเป็นอันขาด ถ้าจะให้ดีวางโลชั่นต่าง ๆ ไว้ในที่ ๆ หยิบง่าย รับรองว่าถ้าสาว ๆ ทำประจำจะเห็นความเปลี่ยนแปลงจากการทาครีมบำรุงผิวแน่นอน

3. ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

เมืองไทยของเราไม่ว่าฤดูไหนก็มีแดดแรง เคล็ดลับความสวยและยังช่วยให้อ่อนเยาว์ไม่มีริ้วรอยมาทำร้ายก็คือ ครีมกันแดด แม้แต่แสงไฟในอาคารก็ยังอันตรายต่อผิวไม่ต่างกัน ดังนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวันหลังจากบำรุงผิวด้วยครีม นี่คือสูตรความงามที่ขาดไม่ได้

4. ดูแลระบบขับถ่าย

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

คนสวยจะต้องสวยมาจากภายในด้วย ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างผิวพรรณอย่างไร ผิวขาว ผิวสองสีหรือสาวผิวน้ำผึ้ง รูปร่างผอมบางหรืออวบ หมั่นดูแลระบบขับถ่ายให้ถ่ายสม่ำเสมอ ทานอาหารที่เต็มไปด้วยกากใย จะช่วยขับของเสียต่าง ๆ และจะเป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณ ง่ายแบบนี้ความสวยผุดผ่องจะไปไหนเสีย

5. บำรุงเส้นผม

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

เส้นผมสำหรับผู้หญิงก็คือเสน่ห์ คนสวยคู่กับผมสวยเงางาม ดังนั้นผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่เหมาะกับสภาพเส้นผมคือเคล็ดลับความงามแท้จริง นอกจากนั้นการหวีผมบ่อย ๆ จะช่วยทำให้คุณมีผมที่เงางามและดกดำสลวย เพราะการหวีผมจะไปปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณศีรษะ ทำให้ผมสวยแข็งแรงขึ้น

ถ้า อยากสวยขึ้นขาวขึ้น นี่ก็เป็นเพียง 5 เคล็ดลับความงามง่าย ๆ ที่ควรลองนำไปทำอย่างสม่ำเสมอ แล้วคุณจะพบว่าตัวคุณนั้นสวยขึ้น จนแม้แต่คนรอบตัวก็ยังต้องทักเลยทีเดียว


ผิวสวยไม่พัง เพียงระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น อย่าลืมระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง สาว ๆ กับผลิตภัณฑ์บำรุงความงามของผิวพรรณเป็นของที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะไปไหนสาว ๆ ก็คงจะต้องแวะแผนกเครื่องสำอางมองหาสกินแคร์รูปแบบต่าง ๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันประจำ แต่สาว ๆ ทราบไหมว่า สกินแคร์หลาย ๆ แบรนด์ที่มีขายกันอยู่

มีส่วนผสมของสารเคมีที่มีอันตรายผสมอยู่ด้วย เมื่อนำมาใช้บำรุงผิวจากที่จะทำให้ผิวสวยขึ้นกลับเป็นผลร้ายต่อผิวพรรณอย่างน่าเสียดาย ยิ่งถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดผลเสียร้ายแรงเช่น ทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ในบรรดาสารที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางประเภทสกินแคร์ที่สาว ๆ ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

1. ทรีโคซาน

อันตรายต่อระบบของฮอร์โมนโดยเฉพาะฮอร์โมนในการการเจริญเติบโต ทรีโคซานมักผสมอยู่ในโฟมล้างหน้าและสบู่ล้างมือที่มีสรรพคุณยับยั้งและปกป้องผิวจากแบคทีเรีย เมื่อใช้ไประยะยาวจะเกิดผลเสีย เพราะทรีโคซานจะไปสะสมในร่างกายเมื่อซึมเข้าไปในชั้นผิว ทำให้ระบบของฮอร์โมนที่ควบคุมการเติบโตผิดปกติโดยเฉพาะเด็กในวัยที่กำลังเจริญเติบโตหรือหญิงตั้งครรภ์

2. พาราเบน

แม้ชื่อจะฟังดูเป็นภาษาอังกฤษที่ไพเราะไม่มีพิษภัย แต่ถ้าแปลให้เข้าใจง่าย ๆ เป็นภาษาไทย เชื่อว่าสาว ๆ จะต้องรู้สึกสยองกันอย่างแน่นอน เพราะ พาราเบน เรียกง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือ สารกันบูดชนิดหนึ่ง นั่นเอง ลองคิดดูว่าร่างกายและผิวพรรณของเราที่ยังมีชีวิตอยู่กลับต้องถูกเคลือบด้วยสารกันบูดที่เราเป็นคนทาให้กับผิวเอง แถมสารกันบูดตัวนี้ยังซึมซาบเข้าไปในผิวของเราด้วย ยิ่งถ้านำไปทาให้เด็กเล็ก ๆ ก็จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายด้วย แม้สกินแคร์ขวดนั้นมีสารอื่น ๆ ที่บำรุงผิวดีแค่ไหน แต่ถ้าปนเปื้อนด้วยพาราเบนหรือสารกันบูดก็คงไม่มีใครอยากใช้แน่ ๆ

3. ออกซิเบนโซน

ในครีมกันแดดหลาย ๆ ยี่ห้อที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีการแอบใส่สารที่ชื่อว่า ออกซิเบนโซน ตัวนี้ผสมอยู่ สารตัวนี้มีฤทธิ์ร้ายกาจมาก เพราะเมื่อสะสมอยู่ในร่างกายจากการซึมซาบไปใต้ผิวหนัง จะไปรบกวนและทำให้การผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงทำให้เกิดอาการผิดปกติได้ และยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ในเบื้องต้นสารตัวนี้จะทำให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย นับว่าเป็นสารที่ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อผิวพรรณ กลับให้โทษเสียมากกว่า แล้วอย่างนี้สาว ๆ จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใดไม่ระวังคงจะไม่ได้เสียแล้ว

4. เรตินัล

เรตินัลที่เคยฮิตกัน เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางบำรุงผิวและปัจจุบันก็ยังมีอยู่มากในครีมกันแดดและโฟมล้างหน้า เป็นศัตรูตัวร้ายของผิวพรรณ เพราะเมื่อเรตินัลโดนแสงแดดจะเกิดปฏิกิริยา ทำให้มีผลเสียกับผิว ทำให้ผิวแก่เร็วเกิดความผิดปกติในระบบการทำงานของเซลล์ผิว

5. น้ำหอม

ใครว่าน้ำหอมไม่อันตราย เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สกินแคร์หลายอย่างมักนิยมใส่น้ำหอมลงไปเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นที่น่าใช้ ทำให้สาว ๆ จำนวนมากรู้สึกติดใจ แต่น้ำหอมเหล่านั้นก็มีอันตรายที่แฝงมาโดยไม่คาดคิด เพราะมักจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ รบกวนต่อมรับกลิ่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ดังนั้น ถ้าจะให้ดีสาว ๆ ก็ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ปราศจากน้ำหอมจะดีกว่า

เมื่อทราบเรื่องราวความสวยความงาม น่ารู้ดี ๆ แบบนี้กันแล้ว ถ้า อยากสวยขึ้นขาวขึ้น ในครั้งหน้าที่ไปเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สกินแคร์ อย่าลืมตรวจดูส่วนผสมก่อนซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารเหล่านี้แน่นอนก่อนซื้อนะ


ขั้นตอนการทาครีมทาผิวที่ควรเข้าใจ วิธีการทาครีมง่าย ๆ มีดังต่อไปนี้

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

ขั้นตอนการทาครีมทาผิว ที่ควรเข้าใจ วิธีการทาครีมง่าย ๆ มีดังต่อไปนี้ การทาครีมทาผิวเป็นการรักษาผิวหน้าให้สวยใสอยู่ตลอด แต่ก็อาจจะมีข้อสงสัยว่า ต้องลำดับการทาไหม บางคนบอกต้องลำดับ บางคนบอกไม่ต้องหรอก ทา ๆไปเหอะ ซึ่งแบบหลังขอบอกเลยว่าใครที่ทำอยู่ให้รีบหยุดทันที เพราะการลำดับการทาครีมที่ผิด จะส่งผลเสียต่อผิวและทำให้ครีมทาผิวทำงานได้แบบไร้ประสิทธิภาพเลยก็ว่าได้ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาดูขั้นตอนการทากันว่าควรเป็นอย่างไร

เราควรเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าอย่างไรดี

การทาลงบนผิวโดยตรงเป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุด เราจึงควรเริ่มด้วยผลิตภัณฑ์ที่รักษาสิวก่อนเสมอ หลังจากนั้นจึงค่อยทาโลชั่นบำรุงผิวที่ควบคุณความมัน แต่ต้องทาในบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อที่เราจะได้รับประโยชน์การทำงานจากผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดโดยที่เราต้องไม่ลบล้างการทำงานและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์รักษาสิวออกไป จากนั้นจึงตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งมีหน้าที่ในการบำรุงผิว แต่ถ้าเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องสิวหรือความมัน เราก็สามารถข้ามขั้นตอนดังกล่าวไปได้เลย

การทาครีมบำรุงผิวหน้าไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม เราควรทาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการรักษาผิวลงไปก่อน จากนั้นค่อยตามด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบำรุงผิว สุดท้ายตบด้วยครีมกันแดด หลักในการเรียงลำดับการทาครีมไม่ว่าจะเป็นชนิดก็ตาม ให้ทาผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบาก่อน จากนั้นทาเนื้อหนักทีหลัง วิธีที่สังเกตว่าครีมจะมีเนื้อบางหรือเนื้อแน่นก็มาจากการสัมผัสเนื้อครีม

วิธีเรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง

อยากสวยขึ้นขาวขึ้น

  • จำให้ดีว่าใช้บูสเตอร์และตามด้วยอายครีมก่อนเป็นลำดับแรกเสมอ
  • ถ้าเป็นสิวอักเสบบนใบหน้าให้ใช้ยาแต้มเฉพาะจุด และต้องเว้นการทาครีมบำรุงทุกชนิดในบริเวณที่ทายารักษาสิว
  • สำหรับครีมบำรุง ถ้ามีเนื้อบางเบาให้เริ่มทาก่อน
  • สำหรับครีมบำรุง ถ้ามีเนื้อหนักให้ทาทีหลัง
  • ถ้ามีครีมบำรุงในกลุ่มผลัดผิว เช่น AHA หรือ BHA หรือว่าจะเป็นพวกทรีตเมนท์ต่าง ๆ เช่น Retinol จะต้องทาก่อนพวกมอยส์เจอไรเซอร์เสมอ

นอกจากนี้ ก่อนที่จะซื้อครีมบำรุงผิว ไม่ว่าจะตัวไหนก็ตาม เราควรจะเช็กการทำงานของครีมชนิดนั้น ๆ ให้ดีก่อน จะได้ไม่เสียดายเงิน ถ้าหากใช้แล้วไม่ตรงกับความต้องการ หรือจะได้ไม่ต้องซื้อมามากเกินความจำเป็น ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งจะดีกว่า และอย่าชโลมครีมหน้าใสทั้งหมดลงบนผิวจนเยอะเกิน เพราะยิ่งทามาก ยิ่งอุดตัน ไม่ใช่ว่าทาเยอะแล้วจะดีเสมอไป และวิธีทาครีมบำรุงผิวที่ถูกต้องก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

ทั้งนี้ ก็เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการบำรุงผิวของเรา ใครที่ อยากสวยขึ้นขาวขึ้น ก็จะได้มีผิวสวยใสเปล่งประกายสมดังใจ และสำหรับใครที่เคยสับสนว่า ฉันจะต้องทาครีมบำรุงผิวชนิดไหนก่อนหรือหลังดี เชื่อว่าถ้าอ่านบทความนี้กันจบแล้ว ทุกคนคงจะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าได้อย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพผิวและหน้าที่ใสเด้ง ๆ เปล่งประกาย ควรเรียงลำดับขั้นตอนการทาครีมทาผิวตามข้างต้นที่บอกไป เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ


อ้างอิง

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/สารอันตรายในเครื่องสำอ/

https://www.watsons.co.th/blog/th/skincare-tips-th/วิธีทาครีมตามลำดับขั้น

10 วิธีลดหน้ามัน ให้หน้าไม่เยิ้ม และกลับมาเนียนใสด้วยสูตรนี้

10 วิธีลดหน้ามัน ให้หน้าไม่เยิ้ม และกลับมาเนียนใสด้วยสูตรนี้

วิธีลดหน้ามัน ให้หน้าไม่เยิ้ม และกลับมาเนียนใสด้วยสูตรนี้… หน้ามัน เชื่อผิวของคนไทยส่วนใหญ่ต้องเจอกับปัญหานี้อย่างแน่นอน และด้วยความที่เป็นเมืองร้อนปัญหานี้จึงแก้ได้ยาก และน่ารำคาญมากที่สุด

แต่วันนี้เรามีเรื่องดีๆ มาบอก เพราะว่าคุณจะสามารถหา วิธีลดหน้ามัน ให้น้อยลงไปได้ด้วย 10 วิธีเหล่านี้

1. เลือกรับประทานอาหาร

วิธีลดหน้ามัน

เรื่องอาหารการกินก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อผิวโดยตรง อย่างของทอด ของมันทั้งหลาย จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้ผิวหน้ามันเพิ่มขึ้น แถมทำให้สิวขึ้นง่ายด้วย

สารอาหารสำหรับคนที่หน้ามันหรือผิวมันควรจะได้รับมากที่สุด คือ วิตามินเอ และวิตามินบี 2 เพราะว่าหากขาดสองตัวนี้ผิวของคุณจะเพิ่มความมันมากขึ้นไปอีก วิตามินเอจะช่วยให้ร่างกายลดกระบวนการผลิตความมัน อยู่ในอาหารประเภท แครอท แคนตาลูป ผักโขม และควรงดรับประทานของมัน ของทอด รวมถึงน้ำตาล น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีรสจัด ส่วนวิตามินบี 2 จะอยู่ในอาหารประเภท ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี

เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะไปเพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือด ให้ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ และร่างกายเกิดการขาดน้ำ ผิวของคุณจะมัน ไม่สดใส หมองคล้ำ หันมาเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะดีกว่า

2. ดื่มน้ำสะอาด

วิธีลดหน้ามัน

การดื่มน้ำบ่อยเป็นอีก วิธีลดหน้ามัน ที่ได้ผลอย่างมาก แต่ไม่ใช่ดื่มทีละเยอะๆ ในครั้งเดียว คุณควรจิบบ่อยๆ ตลอดวัน จะทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น ช่วยในการขับของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

3. อย่าให้อะไรมาบดบังใบหน้า

วิธีลดหน้ามัน

เพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะสกปรก เช่น เส้นผมโดยเฉพาะคนที่นิยมใส่เจลหรือน้ำมันใส่ผม จะยิ่งทำให้ไปโดนหน้า และอาจทำให้เกิดสิวได้ง่าย เวลานอนก็เช่นกัน ควรปัดผมไว้ด้านหลัง ยิ่งถ้าคุณไม่ค่อยสระผม รับรองว่าตื่นมาหน้าของคุณต้องมันแน่นอน

4. หลีกเลี่ยงแสงแดด

วิธีลดหน้ามัน

พยามยามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ร้อนมาก หากว่ามีกิจกรรมที่ต้องออกแดดจริงๆ แนะนำว่าควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง แต่ควรเลือกใช้สูตรบางเบาซึมซาบเร็ว เพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้า

5. ทำความสะอาด

วิธีลดหน้ามัน

ความมันเกิดจากการสะสมของสิ่งสกปรกต่างๆ เราควรล้างทำความสะอาดผิวหน้า แต่ว่าไม่ต้องบ่อยเกินไป ทำปกติทั่วไปล้างเช้าและเย็น การล้างหน้าบ่อยเกินไปจะไปกระตุ้นให้ผิวขับความมันออกมามากขึ้น

6. เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าช่วยลดหน้ามัน

วิธีลดหน้ามัน

สำหรับคนที่มีผิวหน้ามันกว่าคนปกติทั่วไป การเลือกโฟมล้างหน้าควรเลือกที่มีค่า pH เป็นกลาง หรือไปทางกรดเล็กน้อย หรือเลือกที่เป็นสูตรเย็น ช่วยกระชับรูขุมขน สำหรับใครที่ใช้สบู่ล้างหน้าขอให้เลิกเสีย เพราะว่าสบู่มีฤทธิ์เป็นด่าง และไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าที่มีสครับทุกวัน เพราะว่าจะไปกระตุ้นให้หน้าผลิตน้ำมันตลอด

7. ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า

วิธีลดหน้ามัน

ใครที่ต้องการใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะหน้ายิ่งแห้ง ซึ่งจะยิ่งขับน้ำมันออกมากขึ้นกว่าเดิม และควรโทนเนอร์หลังล้างหน้าทั้งเช้าและเย็น เพื่อช่วยควบคุมความมัน

8. ใช้ครีมบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำมัน

วิธีลดหน้ามัน

ไม่ว่าคุณจะใช้บำรุงอะไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกคือต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ควรเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ชนิดบางเบาที่ซึมเข้าสู่ผิวอย่างเร็วไม่เหนอะหนะ

9. เครื่องสำอางลดหน้ามัน

วิธีลดหน้ามัน

การเลือกเครื่องสำอางประเภทคุมมันก็เป็นวิธีที่ดี อย่างรองพื้นควรใช้สูตรน้ำหรือรองพื้นสูตรเจล และทั้งหมดต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ยิ่งถ้ารองพื้นของคุณมีส่วนผสมของแร่ธาตุ และวิตามินจะดีมาก โดยเฉพาะซิงค์ ออกไซด์ และวิตามินซี เพราะว่าแร่ธาตุเหล่านี้จะช่วยควบคุมความมันให้คุณได้อีกระดับ

10. มาส์กแก้หน้ามัน

วิธีลดหน้ามัน

การเลือกมาส์กหน้า ควรเลือกประเภทที่มีสาร AHA หรือ BHA เพราะจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวและกระชับรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ไม่ควรใช้มากจนเกินไป ควรใช้แค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะเลือกสมุนไพรก็ได้เช่นกัน ได้แก่ ขมิ้น และมะขามเปียก เป็นต้น หรือเลือกใช้เป็นมาส์กแผ่นสำเร็จรูปเลยก็ได้เช่นกัน

วิธีจัดการปัญหาหน้ามันอาจขึ้นอยู่กับสาเหตุต่างๆ ซึ่งปัญหาหน้ามันอาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมนก็ทำให้แก้ไขได้ยาก รวมถึงสภาพผิวที่แตกต่างกันของแต่ละคนก็มีส่วนที่ทำให้ดูแลผิวหน้าได้ยากหรือง่ายแตกต่างกัน 

แต่เราก็มีอีกวิธีมาแนะนำ นั่นก็คือ สูตรมาส์กหน้าจากธรรมชาติที่ทำได้ด้วยตัวเอง อีกวิธีที่ช่วยจัดการหน้ามันได้แบบง่ายๆ และสามารถลองไปทำตามดูได้


แนะนำ 10 วิธีแก้หน้ามัน รูขุมขนกว้าง ด้วยสูตรมาส์กหน้าที่ทำได้ด้วยตัวเอง

วิธีลดหน้ามัน

10 วิธีแก้หน้ามัน รูขุมขนกว้าง ด้วยสูตรมาส์กหน้าที่ทำได้ด้วยตัวเองและสามารถทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน เพราะบางทีการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางตัวก็อาจจะมีส่วนผสมของสารเคมีที่รุนแรง ฉะนั้นนี่จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งก็คือสูตรมาส์หน้าจากธรรมชาติ ที่ช่วยลดความมันได้ง่ายๆ และช่วยบำรุงผิวด้วย

1. สูตรมาส์กหน้าด้วยไข่ขาว

วิธีลดหน้ามัน

สูตรนี้คุณสามารถทำเองได้ง่ายๆ เพียงนำส่วนผสมต่างๆ มาผสมให้เข้ากัน ไข่ขาว 1 ฟอง, น้ำมะนาว 1 ช้อนชา, แตงกวา 1 ลูก และใบสะระแหน่ แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

2. สูตรมาส์กหน้ามะเขือเทศ

วิธีลดหน้ามัน

บดมะเขือเทศจนละเอียดแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออก จะช่วยควบคุมความมันได้ดี และผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

3. สูตรแก้หน้ามันด้วย มะนาว + มะเขือเทศ + ข้าวโอ๊ต

วิธีลดหน้ามัน

นำ มะนาว + มะเขือเทศ + ข้าวโอ๊ต มาผสมให้เข้ากัน ทาทิ้งไว้บนหน้าประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

4. สูตรแก้หน้ามันด้วย ข้าวโอ๊ต + น้ำมันมะกอก + น้ำมะนาว

วิธีลดหน้ามัน

ใช้ข้าวโอ๊ตบด ตามด้วยน้ำมะนาว และน้ำมันมะกอกนิดหน่อยเพียงแค่หยดสองหยดก็พอ คนให้ทุกอย่างข้นเข้าที่ จากนั้นนำมาขัดหน้าเบาๆ แล้วล้างออกให้สะอาด

5. สูตรมาส์กหน้าด้วยมะนาว

วิธีลดหน้ามัน

สามารถใช้น้ำมะนาวสดๆ ได้เลย นำสำลีมาชุบแล้วทาบริเวณใบหน้าได้ แต่ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา หากว่าใครมีอาการแสบให้เจือจางด้วยน้ำอุ่น ทำได้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ระวังอย่าทิ้งไว้นานเพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรด

6. สูตรคุมหน้ามันด้วย น้ำเกลือ + เปลือกมะนาว

วิธีลดหน้ามัน

อีกหนึ่งสูตรเจือจางสักหน่อยและยังคงใช้น้ำมะนาวเช่นเดิม โดยในสูตรนี้เราจะใช้น้ำเกลือด้วย โดยต้มน้ำเกลือให้เดือดได้ที่ รอให้เย็น เอาหน้าไปอังไอน้ำเกลือเพื่อให้รูขุมขนเปิด จากนั้นเอาน้ำเกลือมาเช็ดหน้า รอจนแห้งแล้วใช้เปลือกมะนาวขัดหน้าเบาๆ จากนั้นใช้นำเกลือล้างหน้าอีกครั้ง แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้าที่ใช้ปกติ

7. สูตรลดหน้ามันด้วย แอปเปิ้ล + น้ำผึ้ง

วิธีลดหน้ามัน

สูตรนี้ก็หาส่วนผสมไม่ยาก ใช้ แอปเปิ้ล 1 ผล + น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ นำแอปเปิ้ลมาปั่น ใช่ๆ อย่าลืมปลอกเปลือกก่อนแล้วล้างให้สะอาดนะ เมื่อได้แอปเปิ้ลละเอียดแล้ว ให้เอามาผสมกับน้ำผึ้ง พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาด จบพิธี

8. สูตรมาส์กหน้าด้วยว่านหางจระเข้

วิธีลดหน้ามัน

ให้นำว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกออกให้เหลือแต่วุ้น ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาพอกไว้ที่หน้า ว่านหางจระเข้จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น และช่วยลดความมันบนใบหน้าได้

9. สูตรมาส์กหน้าด้วยดินสอพอง

วิธีลดหน้ามัน

ดินสอพองนั้นมีสรรพคุณในการช่วยดูดซับความมัน โดยสามารถนำไปผสมกับมะนาวและน้ำผึ้งร่วมด้วยก็ได้ จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สัก 15 นาที แล้วล้างออก จะทำให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นได้

10. สูตรมาส์กหน้าด้วยกล้วยหอม

วิธีลดหน้ามัน

สูตรนี้ทำง่ายๆ ด้วยการนำกล้วยหอม 1 ลูก ผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ มาปั่นผสมให้เข้ากันและนำไปพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้จะช่วยทำให้หน้าใสไกลสิวและลดความมันได้

สกินแคร์บางตัวก็อาจจะไม่เหมาะกับสภาพผิวของเรา รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิดก็มีส่วนทำให้ผิวมันมากขึ้นได้เช่นกัน การแก้ไขปัญหาผิวมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ วิธีลดหน้ามัน ที่เรานำมาฝากกันนั้นก็เป็นวิธีที่ทำตามกันได้และยังมีสูตรมาส์กหน้าจากธรรมชาติ หากลองทำตามดูก็อาจจะช่วยลดความมันของผิวไปได้บ้าง ที่สำคัญการแก้ไขปัญหาผิวต่างๆ อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้อย่างทันที ทุกอย่างต้องใช้เวลาและหาวิธีที่เหมาะสมกับผิวของเราจึงจะมีประสิทธิภาพที่สุด


อ้างอิง

A Skin Care Routine for Oily Skin : https://greatist.com/health/skin-care-routine-for-oily-skin

https://women.kapook.com/view239880.html