Tag

ครีมทาผิวแบรนด์ไทย

Browsing

7 ครีมทาผิวแบรนด์ไทย ที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ

7 ครีมทาผิวแบรนด์ไทย ที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ

7 ครีมทาผิวแบรนด์ไทย ที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับครีมกันแดดแบรนด์ต่างๆที่เห็นกันได้ในท้องตลาด แต่จะรู้หรือไม่ว่า คนไทยเราก็ทำครีมกันแดดเองเป็นเหมือนกัน และก็ทำเป็นแบรนด์เลยด้วย รับรองว่าคุณภาพคับกระปุกแน่นอน เพราะคนไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกอยู่แล้ว แต่จะมี ครีมทาผิวแบรนด์ไทย อะไรบ้างนั้น ไปดูกัน

ครีมทาผิวยี่ห้อไทย

  1. ครีมบำรุงผิวเอมบลิก้าพลัส สมุนไพรอภัยภูเบศร์

มากับเจ้าแรกที่มีความนิยมอย่างมากกันก่อนเลยกับ สมุนไพรอภัยภูเบศร์ เพราะผู้ผลิตเจ้านี้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับสมุนไพรมากทีเดียว ซึ่งรับประกันได้เลยว่าดีสมคำล่ำลือ ใช้แล้วหน้าจะขาว ดูกระจ่างใส เพราะได้สารสกัดจากมะขามป้อม ที่จะช่วยกระชับรูขุมขนให้ตื้นขึ้น ลดความหมองคล้ำบนใบหน้า เหมาะสำหรับสาวผิวธรรมดาไปจนถึงสาวผิวมัน รวมทั้งสาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องสิวฝ้า เพราะเนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวเร็ว ทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ และที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นน้ำหอม ราคาอยู่ที่ 140 บาท สามารถหาซื้อตามท้องตลาดทั่วไป

  1. ครีมบำรุงผิวแตงกวาผสมวิตามินอี สมุนไพรอภัยภูเบศร์

แบรนด์เดิม เพิ่มเติมคือ อีกเวอร์ชั่น เพราะได้ผสมสารสกัดจากแตงกวา และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่นวิตามินอี ที่ช่วยในการช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวให้มีสุขภาพดี ตัวนี้เหมาะกับสาวผิวธรรมดาถึงสาวผิวมันเช่นกัน แต่สำหรับสาวผิวแห้งถึงควรใช้เป็น ครีมแตงกวาพลัส จะดีกว่า เพราะจะมีการเพิ่มสารสกัดจากน้ำมันรำข้าว ที่จะไปเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังได้มากกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับคนผิวแห้งมากๆ ราคาอยู่ที่ 245 บาท

  1. Burnova Gel Plus

สำหรับสาว ๆ ผิวแพ้ง่าย เกิดรอยแดงหรือผื่นคันง่าย หรือมีปัญหาสิวเป็นประจำ ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีมากๆ เพราะได้สารสกัดว่านหางจระเข้ สารสกัดใบบัวบก และแตงกวา ที่จะไปช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และช่วยให้ชุ่มชื้นหลังจากที่โดนแดดจัดๆ ไม่มีกลิ่นน้ำหอมเช่นกัน โดยเนื้อเจลจะมีความใส และซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วมาก โดยทั้งนี้สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้า และผิวกาย ราคาอยู่ที่ 45 -200 ตามขนาด

  1. ว่านหางจระเข้ 100% เขาค้อทะเลภู

มากับว่านหางจระเข้แท้ 100% ที่ใช้ทั้งน้ำ และเนื้อว่าน เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ที่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดด หรือคนที่ต้องอยู่ในห้องปรับอากาศทั้งวัน แถมยังช่วยชะลอริ้วรอย ลดจุดด่างดำให้จางลง และยังรักษาแผลพุพองตามร่างกายได้อีก โดยเนื้อครีมจะเป็นน้ำที่มาพร้อมเนื้อว่านหางจระเข้สดๆ ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น เมื่อทาแล้วผิวจะรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นทันที ราคา อยู่ที่ 39 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ

  1. น้ำมันมะพร้าวธรรมชาติ 100% สกัดเย็น ตราฟาร์มดี

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ใครๆ ก็รู้จัก และเราก็รู้กันดีว่าน้ำมันมะพร้าวมีคุณค่าทางอาการ และประโยชน์มากมายกับร่างกาย เพราะมีสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ แถมยังเต็มไปด้วยวิตามินอี และไขมันดีซึ่งร่างกายต้องการ และน้ำมันมะพร้าวจะมีโมเลกุลที่เล็ก ซึ่งสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วมาก

ทำให้สามารถใช้เป็น คลีนซิ่ง ที่ใช้ทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์กับผิวหน้าคือ จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นเปล่งประกาย ลดความหมองคล้ำบนใบหน้า ซึ่งคนผิวมันก็ใช้ได้ เพราะไม่ทำให้อุดตัน เนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติแท้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 89 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ

  1. ครีมหยดน้ำบำรุงผิวหน้า สารสกัดจากฝักข้าว จากโครงการหลวง

แบรนด์เครื่องสำอางที่เป็นสมุนไพร จากโครงการหลวง โดยวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตจะมาจากโครงการพืชสมุนไพรที่มาจากโครงการหลวง โดยจะรับซื้อสมุนไพรในท้องถิ่นที่ชาวเขาได้เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้การผลิตจะผ่านการวิจัยและการทดลองนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างแน่นอน และมั่นใจได้เลยว่าจะไม่เกิดอาการแพ้.ทำให้สามารถการันตีถึงคุณภาพและความปลอดภัยได้เลยว่า ดีแน่นอน โดยครีมหยดน้ำตัวนี้ จะเต็มไปด้วยสารบำรุงจากผลฟักข้าว ซึ่งมีประโยชน์ที่ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวไม่แห้งกร้าน และยังช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสดูเป็นธรรมชาติ ราคาอยู่ที่ 499 บาท

  1. เซรั่มบำรุงผิวหน้าฟักข้าว และ เซรั่มบำรุงผิวหน้าคาเทชินจากใบชาเมี่ยง จากโครงการหลวง

ปิดท้ายด้วยอีกผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง โดยเซรั่มบำรุงผิวหน้าทั้งคู่นี้เป็นสินค้าใหม่ล่าสุดจากโครงการหลวง โดยเซรั่มบำรุงผิวหน้าฟักข้าว จะเต็มไปด้วยไลโคปีน และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีความสามารถในการช่วยสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ให้ผิวหน้าแข็งแรง ช่วยให้ริ้วรอยจางหายไป ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวหน้า ราคาอยู่ที่ 599 บาท

ส่วนเซรั่มบำรุงผิวหน้าคาเทชินจากใบชาเมี่ยง จะมีส่วนช่วยในการกระชับรูขุมขน ช่วยลดการสร้างเม็ดสีในผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า รอยด่างดำ และความหมองคล้ำ โดยเนื้อเซรั่มจะมีความบางเบา ที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือทั้งคู่จะไม่มีกลิ่นน้ำหอม ราคาอยู่ที่ 799 บาท ซึ่งถ้าใช้ทั้ง 2 ตัวนี้คู่กันไปแล้ว รับรองว่าปังแน่นอน