หน้าแห้งใช้อะไรดี 10 อันดับ ครีมแก้ผิวหน้าแห้งได้ผลดีที่สุด

หน้าแห้งใช้อะไรดี 10 อันดับ ครีมแก้ผิวหน้าแห้งได้ผลดีที่สุด

หากว่าสาวๆ คนไหนที่มีผิวหน้าปกติก็ถือได้ว่าเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง แต่สำหรับสาวผิวหน้าแห้งที่ต้องผจญกับความแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื่น ก่อให้เกิดผิวแพ้ง่าย บางคนถึงกับผิวหน้าลอกเป็นขุย แต่งหน้าไม่สวยงาม ที่สำคัญเมคอัพไม่ติดทนต้องหมั่นเติมเครื่องสำอางบ่อยๆ คิดแล้วคงปวดหัวแทนไม่ใช่น้อยเลยใช่มั้ยคะ โดยเฉพาะใกล้ถึงหน้าหนาวแล้วสาวผิวแห้งคงจะวิตกกังวลว่า หน้าแห้งใช้อะไรดี และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

ซึ่งปัญหาของสาวผิวแห้งจะหมดไปเมื่อได้รับการดูแลและรักษาอย่างถูกวิธีเพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าแห้งเพราะดูแลผิวหน้าไม่ตรงกับสภาพของผิวหน้านั่นเอง วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 10 อันดับ ครีมแก้ผิวหน้าแห้งได้ผลดีที่สุด

1. THE BODY SHOP Body Butter

หน้าแห้งใช้อะไรดี

สำหรับ The Body Shop Body Butter ขึ้นชื่อว่าเป็นไอเทมเด็ด สาวๆ หลายคนที่เคยใช้ต่างชื่นชอบด้วยเนื้อครีมที่มีความเข้มข้น ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ และเมื่อทาก่อนนอนเวลาที่ตื่นขึ้นมาสามารถสัมผัสได้ว่าผิวเนียนนุ่มสุดๆ

ในส่วนของกลิ่นก็มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะออกแนวธรรมชาติเบาๆ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ราคาอาจจะแรงไปเสียหน่อย แต่รับรองว่าหนึ่งกระปุกสามารถใช้งานได้นานถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว บอกเลยว่าครีมตัวนี้เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สาวๆ ต้องมี!

2. L’OCCITANE ALMOND MILK CONCENTRATE

หน้าแห้งใช้อะไรดี

สาวๆ คนไหนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ L’Occitane คงทราบดีว่าครีมตัวนี้ ข้อดีคือมีกลิ่นหอมมากโดยเฉพาะกลิ่นหอมของ Almond และตัวของเนื้อครีมที่ไม่หนักเกินไป

แต่สรรพคุณแน่นไปด้วยสูตรเข้มข้นที่บำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นยาวนาน พร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากอัลมอนด์และวอลนัท ยิ่งช่วยให้ผิวเต่งตึง กระชับ ผิวเฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าแห้งอย่างมาก

3. PHARMACOK’F BURNOVA GEL PLUS

หน้าแห้งใช้อะไรดี

เจลว่านหางจระเข้ตัวนี้สาวๆ หลายคนยกให้เป็นไอเทมโปรดในการแก้ปัญหาสิว รอยสิว และสาวผิวหน้าแห้งก็สามารถนำไปใช้ได้ดีเช่นเดียวกัน ด้วยเพราะเจลว่านหางจระเข้ตัวนี้นำไปใช้ทาบำรุงผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าที่แห้งอยู่ให้ชุ่มชื้นขึ้น แถมยังลดอาการแพ้หรือคันได้อีกด้วย

4. JERGENS ULTRA HEALING EXTRA DRY SKIN MOISTURIZER

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ครีมนำเข้าจากต่างประเทศยอดนิยมมาหลายยุคหลายสมัย เรียกได้ว่าเป็นไอเทมเด็ดที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่เลยทีเดียว โดยเฉพาะครีมรุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับสาวๆที่มีผิวหน้าแห้ง

เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง คุณก็จะพบความเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างชัดเจน ผิวของคุณจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น แต่กระซิบก่อนว่าครีมตัวนี้จะค่อนข้างหนืดพอสมควรถ้าอยากสวยคงต้องทนหน่อยนะจ๊ะ

5. SKINFOOD QUINOA RICH BODY CREAM

หน้าแห้งใช้อะไรดี

แบรนด์ชื่อดังสัญชาติเกาหลียอดนิยมของสาวไทย ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของสกินแคร์ เครื่องสำอาง รวมทั้งครีมบำรุงผิวก็เป็นหนึ่งในไอเทมเด็ดที่น่าใช้มากๆ และสำหรับสาวผิวแห้งก็ต้อง Quinoa Rich Body Cream ตัวนี้ เนื้อครีมมีลักษณะคล้ายๆ มูส นุ่มๆ กลิ่นข้าวหอมอ่อนๆ เมื่อใช้แล้วสัมผัสได้ว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นแบบสุดๆ สาวๆ คนไหนที่สนใจก็ไม่ต้องบินไกลถึงเกาหลีแล้ว เพราะในไทยก็มีช้อปให้เลือกซื้อกันแล้วจ้า

6. CETAPHIL MOISTURIZING CREAM

หน้าแห้งใช้อะไรดี

แบรนด์ดังที่ไม่ได้มีดีแค่สบู่เพียงอย่างเดียว ตัวครีมบำรุงผิวผสมมอยส์เจอไรเซอร์ก็ถือว่าเริ่ดเหมือนกัน ยิ่งครีมตัวนี้ที่ผลิตมาให้เฉพาะสาวผิวแห้งและแพ้ง่าย ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องของความเข้มข้น

เพราะครีมมีความเข้มข้นมาก ที่สำคัญคือกระปุกใหญ่มากๆ อีกด้วย ใช้แล้วคุ้มสุดๆ แถมสาวที่พบปัญหาผิวแห้งมากและมีอาการคัน ตกสะเก็ด เป็นขุย ครีมตัวนี้สามารถช่วยได้อย่างยอดเยี่ยม 

7. NEUTROGENA HYDRO BOOST GEL CREAM

หน้าแห้งใช้อะไรดี

สาวคนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองหน้าแห้งหรืออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นตลอดเวลา เจลตัวนี้สามารถเข้าไปช่วยฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านและขาดน้ำได้ แถมยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นยาวนานได้ถึง 2 เท่า และมีสารสกัดจาก Olive ที่จะส่งผลให้หน้าเด้ง เนียนใสน่าสัมผัส

 8. LANEIGE WATER SLEEPING MASK

หน้าแห้งใช้อะไรดี

สุดยอดครีมที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดชื่นและชุ่มชื้นของเกาหลีใต้ เป็นครีมบำรุงผิวหน้าและสลีปปิงมาส์ก เมื่อทาผิวหน้าไว้ตอนกลางคืนแล้วนอน ตื่นขึ้นมาจะรู้สึกว่าหน้าอิ่มน้ำ สัมผัสได้ว่าหน้าเด้งใสเนียนนุ่ม ตัวเนื้อครีมค่อนข้างบางเบา ทำให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายและยังเย็นสบายผิว เมื่อได้ลองตัวนี้แล้วบอกเลยว่าติดใจแน่นอน! 

9. EUCERIN PH5 SKIN-PROTECTION LOTION F

หน้าแห้งใช้อะไรดี

Eucerin สูตรนี้ เป็นสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของน้ำมันช่วยหล่อเลี้ยงสูงมากกว่าสูตรอื่นๆ ฉะนั้นสาวผิวแห้งจึงไม่ควรพลาดที่จะนำมาใช้บำรุงผิวหน้า หรือคนที่ต้องอยู่ในที่อากาศเย็นบ่อยๆ เช่น ในห้องแอร์ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน รับรองว่าผิวของคุณจะนุ่มชุ่มชื้นเนียนน่าสัมผัสอย่างแน่นอน 

10. PHYSIOGEL SOOTHING CARE CREAM

หน้าแห้งใช้อะไรดี

สาวผิวแพ้ง่ายหลายคนคงจะรู้จักแบรนด์นี้อย่างแน่นอน เพราะครีมตัวนี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องผื่นแพ้หรือผื่นคันเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความแห้งของผิวให้ชุ่มชื้นขึ้นทันทีหลังใช้งาน และที่สำคัญมีความปลอดภัย 100% เพราะตัวครีมปราศจากสารกันเสีย น้ำหอม สี จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้ผิวแห้งลงกว่าเดิม

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 ครีมแก้หน้าแห้งที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าของคุณให้กลับคืนสู่สภาพเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ครีมบางตัวยังมีสรรพคุณให้หน้าขาวกระจ่างใส ฉะนั้นหน้าหนาวที่จะถึงนี้คงมีคำตอบสำหรับ หน้าแห้งใช้อะไรดี กันแล้ว


ผิวหน้าแห้งมาก 10 วิธีแก้ผิวหน้าแห้ง หยาบกร้าน ที่คุณควรรู้

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ผิวหน้าแห้งมาก 10 วิธีแก้ผิวหน้าแห้ง หยาบกร้าน ที่คุณควรรู้ สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งอย่านิ่งนอนใจเป็นอันขาด หลายๆ คนอาจจะคิดว่าผิวหน้าแห้งนิดหน่อยนั้นดี เพราะไม่ต้องเผชิญกับสิวและความมันเยิ้ม

แต่ความจริงแล้วผิวหน้าแห้งก็เป็นผิวหน้าที่มีปัญหาและยังจะทำให้เกิดริ้วรอยและความแก่ของผิวหน้าตามมาได้ในภายหลัง ยิ่งใครที่มีผิวหน้าแห้งมากๆ ก็จะเกิดความหยาบกร้านขึ้นกับผิวหน้าอีกด้วย

เวลาที่แต่งหน้าก็จะเกิดเป็นขุย บางคนถึงกับผิวลอกในบางบริเวณ ไม่น่าดู แล้วผิวแห้งเกิดจากอะไรและมีวิธีแก้ไขให้ผิวสุขภาพดีขึ้นสวยเด้งขึ้นได้อย่างไรบ้าง? นั่นไม่ยากเลย เริ่มจากเรามาทราบสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าแห้งกันก่อน

สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหน้าแห้ง 

1. ผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ผิวหน้าสูญเสียน้ำได้ง่ายก็เพราะผิวชั้นปกป้องเกิดความอ่อนแอ เพราะไขมันที่ควรมีในชั้นผิวลดลงทำให้สารให้ความชุ่มชื่นผิวสูญเสียไปกับน้ำหล่อเลี้ยงผิว ในผิวของเรามีประตูน้ำที่อยู่ภายในผิว เรียกว่า อควอพอรีน น้ำจึงไม่สามารถส่งผ่านจากเซลล์ผิวหนึ่งไปสู่อีกเซลล์ผิวหนึ่งได้อย่างราบรื่น เราจะเห็นว่ายิ่งอายุมากขึ้นก็มักจะประสบปัญหาผิวหน้าแห้งได้มากขึ้นด้วย 

2. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือมีลมแรงร่างกายจะสูญเสียน้ำจากผิวออกไปกับเหงื่อและจากลมที่สัมผัสผิว เมื่ออากาศเย็นในช่วงฤดูหนาวความชื้นในอากาศต่ำยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย เมื่อนั้นเซลล์ผิวสูญเสียน้ำ ทำให้ผิวแห้ง หยาบกร้าน เกิดร่องริ้วรอยลึกขึ้น 

3. แสงแดด

หน้าแห้งใช้อะไรดี

แสงแดดเป็นศัตรูที่ร้ายกาจกับผิวหน้าโดยเฉพาะคนที่มีสภาพผิวหน้าแห้ง แสงแดดจะทำให้คุณยิ่งสูญเสียความชุ่มชื่นและยังทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ง่าย 

4. การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและล้างหน้าบ่อย

หน้าแห้งใช้อะไรดี

หลายคนอาจคิดว่าเมื่อผิวแห้งก็แก้ด้วยการล้างหน้าบ่อยๆ ทำให้ผิวได้รับน้ำจะดูชุ่มชื่น แต่ในความจริงแล้วการล้างหน้าบ่อยๆ ไม่ได้ช่วยให้ผิวแห้งกลับชุ่มชื่นแต่อาจทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้นไปอีก ยิ่งการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจะเป็นการทำลายผิวและยังเป็นการเปิดรูขุมขนให้กว้าง ผิวหน้าไม่กระชับ หย่อนคล้อยง่ายด้วย 

5. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องสำอาง

หน้าแห้งใช้อะไรดี

เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่คนผิวหน้าแห้งใช้ หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมจะยิ่งเป็นการทำร้ายผิวให้สูญเสียน้ำและความชุ่มชื่นมากขึ้นไปอีก เช่น การใช้โฟมล้างหน้า การใช้เครื่องสำอางที่เป็นชนิดเนื้อแมตต์ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มาก 

6. โรคจากพันธุกรรม

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ผิวหน้าแห้งอาจจะเกิดจากพันธุกรรม คนบางคนมีลักษณะผิวหน้าแห้งมาตั้งแต่เริ่มต้น บางครอบครัวจะสังเกตได้ว่าเป็นครอบครัวที่มีผิวแห้ง หน้ามีริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย จึงต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวให้ไม่ขาดน้ำและมีความชุ่มชื่นอยู่เสมอ 

7. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ผิวหน้าก็เช่นเดียวกับผิวกายคือมีการสูญเสียความชุ่มชื่นตามธรรมชาติจากการที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป เช่น ในตอนที่ตั้งครรภ์ หรือช่วงวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิง 

8. อายุที่เพิ่มมากขึ้น

หน้าแห้งใช้อะไรดี

เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมาก เมื่อคนเราอายุมากขึ้นความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิวหน้าก็ลดลง ทำให้ผิวหน้าแห้งเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและหยาบกร้าน แต่เราสามารถชะลอให้ผิวหน้าแห้งช้าลงได้ 

9. รับประทานอาหารไม่เหมาะสม

หน้าแห้งใช้อะไรดี

สารอาหารที่ขาดไปในการรับประทานอาหารเพียงบางชนิดกระทบต่อผิวหน้าได้ ทำให้ผิวหน้าแห้งมากและเป็นคนมีสภาพผิวหน้าแห้งจากพฤติกรรมและนิสัยในการกิน

10. ร่างกายขาดวิตามิน

หน้าแห้งใช้อะไรดี

นอกเหนือไปจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าแห้งได้ก็เกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินจำพวก วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี เป็นต้น ทำให้ผิวหน้าแห้งลอกได้ง่าย


วิธีแก้ผิวหน้าแห้งมากและหยาบกร้าน 10 วิธี 

1. ดูแลผิวหน้าด้วยการดื่มน้ำสม่ำเสมอและเพียงพอ

หน้าแห้งใช้อะไรดี

วิธีง่ายๆ ที่มักถูกมองข้ามไปสำหรับการดูแลผิวหน้าแต่มักถูกมองข้ามไปก็คือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันและดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ การดื่มน้ำที่เพียงพอต่อผิวหน้าและผิวกายก็คือควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร และวิธีการดื่มน้ำก็คือค่อยๆ ดื่มในปริมาณไม่มากแต่ดื่มให้บ่อย เพราะการดื่มน้ำครั้งละมากๆ เร็วๆ ร่างกายก็ดูดซึมน้ำไม่ทันอยู่ดี น้ำที่ควรดื่มควรเป็นน้ำเปล่าบริสุทธิ์ 

2. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะสม

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ผิวหน้าแห้งไม่เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์ผสมในปริมาณมาก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไร้แอลกอฮอล์จะดีที่สุด ผิวหน้าแห้งไม่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแรงๆ และไม่ควรใช้โฟมล้างหน้า แนะนำให้ใช้เป็นครีมล้างหน้าหรือเจลล้างหน้าจะเหมาะและดีต่อผิวหน้าแห้งมากกว่า 

3. บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่นสม่ำเสมอ

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ผิวหน้าแห้งจะต้องบำรุงด้วยการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นจะดีที่สุด ในตอนเช้าควรใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงหลังล้างหน้าทันทีเพื่อช่วยกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวหน้าและเพิ่มความชุ่มชื่นใต้ผิวหน้า และไม่ควรลืมที่จะใช้ครีมกันแดดด้วย ในช่วงเย็นหรือค่ำก็ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ก่อนนอน

เพราะช่วงเวลากลางคืนผิวหน้าเสี่ยงต่อการสูญเสียน้ำ ยิ่งหากนอนในห้องแอร์ก็ยิ่งสูญเสียความชุ่มชื่นของผิวหน้ามาก สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์ตลอดวัน หรือคนที่ต้องเผชิญแดดตลอดวันผิวหน้าก็สูญเสียความชุ่มชื่นง่ายเช่นกัน อาจใช้วิธีทาครีมส่วนผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ระหว่างวันด้วยก็จะเป็นการดี 

4. หลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อย

หน้าแห้งใช้อะไรดี

การล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ผิวหน้ายิ่งสูญเสียน้ำ สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งต้องหลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อยๆ ควรล้างหน้าเฉพาะตอนเช้าและเย็นอาจจะล้างในช่วงระหว่างวันได้บ้างในบางครั้ง 

5. เลือกใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าที่เหมาะกับผิว

หน้าแห้งใช้อะไรดี

เครื่องสำอางแต่งหน้าก็มีส่วนทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้นอีกได้และยังจะเน้นในจุดที่หน้าแห้งเป็นขุย หน้าเป็นริ้วรอยร่องลึกอันเกิดจากผิวหน้าแห้ง ความกร้านหมองไม่นุ่มชุ่มชื่น เครื่องสำอางที่เหมาะใช้ในการแต่งหน้าของสาวๆ ที่มีผิวหน้าแห้งก็คือ เครื่องสำอางที่เป็นครีมชุ่มชื่น เครื่องสำอางชนิดเจลและชนิดที่มีประกายมันวาวทำให้หน้าดูชุ่มชื่นและไม่ดูกร้านหมองหรือแห้ง 

6. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

หน้าแห้งใช้อะไรดี

การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องจะทำให้ผิวหน้าสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีขึ้น น้ำเย็นยังไม่ทำลายเซลล์ผิวที่อ่อนแออยู่แล้วของคนผิวหน้าแห้งเสื่อมไปด้วย แต่น้ำเย็นกลับช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและกระชับรูขุมขน ทำให้เซลล์ผิวเต่งตึงขึ้นได้ 

7. ไม่มาส์กหน้าบ่อยๆ

หน้าแห้งใช้อะไรดี

การมาส์กหน้าบ่อยๆ อาจจะเหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้ามันและคนที่มีผิวหน้าปกติ ไม่มีปัญหาผิวหน้ามากนัก แต่สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งมาก ไม่ควรมาส์กหน้าบ่อยเพราะจะทำให้มาส์กดูดความชุ่มชื่นของผิวออกไป 

8. หลีกเลี่ยงการขัดผิวแรงๆ หรือบ่อย

หน้าแห้งใช้อะไรดี

ผิวหน้าของคนผิวแห้งเป็นผิวที่ไม่แข็งแรงและพร้อมที่จะเสียหายได้ง่าย เนื่องจากเซลล์ผิวอ่อนแอเปราะขาดได้ง่าย การขัดผิวหน้าบ่อยๆ จะยิ่งเป็นการทำร้ายผิวหน้าโดยไม่จำเป็น ดังนั้น คนที่มีผิวหน้าแห้งไม่ควรขัดผิวหน้าบ่อยๆ หรือขัดถูหน้าแรงเกินไป 

9. บำรุงผิวด้วยน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก

หน้าแห้งใช้อะไรดี

น้ำผึ้งดีต่อผิวหน้า ให้ใช้น้ำผึ้งมาส์กหน้าสักเดือนละ 1-2 ครั้งและใช้น้ำมันมะกอกนวดผิวหน้าให้ทั่วเบาๆ น้ำผึ้งจะผสานเซลล์ผิวและมีวิตามินที่ทำให้ผิวหน้าแข็งแรง น้ำมันมะกอกช่วยเคลือบผิวไม่ให้แห้งแตกเป็นขุยง่าย

10. รับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง

หน้าแห้งใช้อะไรดี

การเลือกรับประทานอาหารที่บำรุงผิวหน้าแห้งเป็นวิธีแก้ปัญหาผิวหน้าแห้งมากที่ตรงจุดและยั่งยืนที่สุด โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซีสูง วิตามินเอสูง แมกนีเซียมสูง และเบต้าแคโรทีนสูง

การดูแลผิวหน้าแห้งทั้ง 10 ประการอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ปัญหาผิวแห้งลดน้อยลง ผิวชุ่มชื่นและสวยขึ้นได้อย่างแน่นอน


อ้างอิง

https://www.rama.mahidol.ac.th/th/knowledge_awareness_health/26dec2019-1601

https://allwellhealthcare.com/dry-skin-dermatitis/

ครีมสำหรับคนหน้ามัน ครีมบำรุงผิวหน้าและรองพื้นที่อยากแนะนำ

5 ครีมสำหรับคนหน้ามัน ครีมบำรุงผิวหน้าที่อยากแนะนำ

สำหรับคนที่ผิวมัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับการบำรุงผิว และการเลือกครีมทาหน้า เพราะว่าคนที่ผิวหน้ามันนั้นจะเกิดสิวได้ง่าย และหากว่าเลือกครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมัน รับรองว่าผิวจะแย่กว่าเดิม และเกิดสิวมากมายแน่นอน วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำ ครีมสำหรับคนหน้ามัน 5 ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนไทย เพื่อให้ได้เลือกใช้ครีมทาหน้าได้ตรงกับสภาพผิวมากที่สุด

1. LA ROCHE-POSAY EFFACLAR MAT

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

ครีมที่ผสมมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อคนที่มีผิวมันโดยเฉพาะ ด้วยเนื้อครีมที่บางเบา ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวหน้าเริ่มมันน้อยลง และยกกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง นอกจากนี้ยังช่วยดูแลเรื่องปัญหาสิวอีกด้วย ราคาโดยประมาณที่ 950 บาท แต่ถือว่าคุ้มค่า ใช้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

2. GARNIER PURE ACTIVE ANTI-ACNE WHITE ACNE-CARE WHITENING CREAM

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

สำหรับใครที่มีปัญหาผิวหน้ามัน หมองคล้ำ และเกิดสิวได้ง่าย เราขอเสนออีกหนึ่งตัวเลือกที่มีเนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทำให้ไม่เกิดปัญหาอุดตันตามรูขุมขนจนเกิดสิว ท่านจะสามารถสังเกตได้ชัดเจนว่า ผิวหน้ามีความมันน้อยลง ในส่วนของราคาก็ถือว่าดีงาม นั่นก็เพราะว่าราคาเพียง 120-230 เท่านั้นเอง

3. PAN DERMACARE CLARIFYING SHINE CONTROL

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

ครีมยอดนิยมที่หลายคนน่าจะเคยได้ลองใช้ เพราะ Pan เป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่ราคาไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนนักศึกษา หลายผลิตภัณฑ์ก็ใช้ได้ผลน่าประทับใจจริงๆ และผลิตภัณฑ์ตัวนี้เองก็ช่วยสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องผิวมันได้อย่างมาก เพราะว่าจะควบคุมความมันได้ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องซับหน้ากันอีกเลย และราคาก็ไม่แพงอีกด้วย สนนราคาที่ 550 บาทเท่านั้นเอง

4. YVES ROCHER SEBO VEGETAL MATIFYING GEL CREAM

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

ด้วยเนื้อครีมที่บางเบา เพราะว่าเป็นเนื้อเจลที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วมาก และช่วยในการแต่งหน้าให้เครื่องสำอางติดทนนาน และยังช่วยควบคุมความมันได้นาน ใครที่ไม่มีเวลาระหว่างวันในการดูแลผิวหน้าบ่อยครั้ง ตัวนี้รับรองว่าช่วยได้มากมายอย่างแน่นอน ราคาก็เบาๆ สบายกระเป๋าแค่ 490 บาทเท่านั้น

5. SKINFOOD PEACH SAKE PORE SERUM

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

ครีมสำหรับคนหน้ามัน เนื้อเซรั่มที่สร้างเพื่อคนผิวมัน ให้เนื้อครีมบางเบา ซึมไว เอาอยู่เรื่องปัญหาสิว และผิวมัน นอกจากนี้ยังช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง คุณสมบัติมากมาย ใครๆ ก็นิยม และราคาก็ไม่แพงอีกด้วยประมาณ 300-400 บาทเท่านั้นเอง 

หมดปัญหากันแล้วสำหรับการเลือกครีมบำรุงผิวหน้า สำหรับผู้ที่มีสภาพผิวมัน กับ 5 ตัวเลือกยอดนิยม ครีมสำหรับคนหน้ามัน ที่จะช่วยยกระดับอัปเกรดผิวให้ความมันถูกขจัดหาย และหน้าใสได้ตลอดวัน


รองพื้นคุมมัน 7 ยี่ห้อขั้นเทพ ถูกและดี ยังมีอยู่ในโลก

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

จุดเริ่มต้นของความสวยใส เปลี่ยนสาวหน้าสดให้เกิดความมั่น หน้าปัง ไปไหนก็มั่น ไปไหนก็เชิด สวยไม่สนใจใคร ตัวแม่ได้ทุกสถานการณ์ แต่รองพื้นระดับเทพที่ขึ้นชื่อว่าของดีมันก็ต้องมีราคาที่แพงจนน้ำตาตก แบบนี้สำหรับสาย SAVE จะต้องทำยังไง วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำ รองพื้นคุมมัน 7 ยี่ห้อขั้นเทพ ถูกและดี ยังมีอยู่ในโลก  

1. REVLON COLORSTAY ราคา 550 บาท

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

เจ้าของตำนานรองพื้นฝาดำอย่าง Revlon Colorstay แน่นอนว่าจะต้องติดอันดับของเราอยู่แล้วด้วยราคาเบาๆ ที่ 550 บาทเท่านั้น มาพร้อมกับรองพื้นฝาดำเข้ม ใช้กันทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะว่าติดทนนานมาก ไม่ว่าจะโดนน้ำ เหงื่อ แดด ลม ฝน Revlon Colorstay เอาอยู่ ยิ่งเหล่านักศึกษาที่ต้องรับปริญญา บอกเลยว่าใช้กันทุกคน เพราะอยู่ทน อยู่นานตลอดทั้งวัน บิวตี้บล็อกเกอร์ ใช้กันเป็นประจำ รีวิวเพียบ แนะนำว่าใครจะใช้ขอให้เกลี่ยบางๆ ก็พอนะ เพราะว่าเนื้อค่อนข้างหนา 

2. ESSENCE STAY ALL DAY 16 H LONG-LASTING MAKE-UP ราคา 250 บาท

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

ด้วยการการันตีว่าติดทนนานยาว 16 ชั่วโมง บิวตี้บล็อกเกอร์หลายคนจึงแนะนำตัวนี้ Essence Stay All Day 16 h Long-Lasting Make-up คุมมันยาวนาน ไม่ต้องกลัวแม้ว่าจะต้องพบปะผู้คนตลอดทั้งวัน ช่วยความคุมความมัน ปกปิดทุกริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างชิลๆ ไม่หนักหน้า ราคาก็เบาเหลือเกิน เพียงแค่ 250 เท่านั้นเอง 

3. KMA WATER RESIST LIQUID FOUNDATION (OIL FREE) ราคา 390 บาท

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

อีกตัวที่อยากแนะนำ รองพื้นยอดนิยมขวัญใจบิวตี้บล็อกเกอร์ KMA water resist liquid foundation เนื้อครีมแห้งเร็ว ไวเวอร์ คุมความมันแบบเอาอยู่ของจริง ไม่ได้โม้ เนื้อครีมบางเบา ไม่เหนียว ไม่โบ๊ะ หน้าไม่เยิ้มระหว่างวัน ปกปิดดีมาก ราคาก็เบาๆ 390 บาท เท่านั้น 

4. MAYBELLINE DREAM SATIN SKIN SPF24 PA++ ราคา 449 บาท

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

ไม่ถึง 450 ราคากลางๆ แต่คุณภาพอันแน่นกับรองพื้น Maybelline dream satin skin SPF24 pa++ จากเมย์เบลลีน เนื้อละเอียดละมุมมาก เรื่องจริง เกลี่ยง่าย เรียบเนียนกริบ ปกปิดได้ทุกอย่าง ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ คุณภาพสูงมาก พร้อมกันแดดด้วย SPF24 pa++ กันแดดอย่างเพอร์เฟกต์ และยังบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นด้วยเซรั่ม ที่สำคัญเหมาะกับสาวไทยทุกสีผิว และมีหลายเฉดสีให้เลือกเยอะมากๆ รับรองว่าโดนใจแน่นอน แนะนำจากใจเลยตัวนี้ 

5. L’OREAL TRUE MATCH LIQUID FOUNDATION ราคา 339 บาท

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

รองพื้นเบาๆ ไม่หนักหน้า ใครที่ชอบแนวใสๆ เนื้อบางๆ ต้องตัวนี้ L’Oreal True Match Liquid Foundation ไม่วอก ไม่หนา มอบความชุ่มชื้น ขนาดว่ารู้สึกร้อนยังสามารถฉีดสเปร์ยบำรุงหน้าระหว่างวันได้

รองพื้นก็ไม่หายไปไหน ไม่ทิ้งคราบ แถมยังมี SPF กันแดดได้นิดหน่อย คุมมันได้แต่ไม่เยอะมาก เพราะว่าเน้นที่การแต่งบางๆ แบบใสๆ มากกว่า แบบที่ไม่ต้องออกกิจกรรมกลางแจ้งมากนัก เรื่องชื่อเสียงไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว ราคาก็เบาๆ 339 บาท เท่านั้น  

6. BOURJOIS HEALTHY MIX FOUNDATION ราคา 525 บาท

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

สวยๆ งามๆ กับรองพื้น Bourjois Healthy Mix Foundation สัญชาติฝรั่งเศส ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ งามๆ อย่างมีคุณค่าแบบออริจินัล เนเชอรัล ทั้งแอปริคอท เมลอน แอปเปิ้ล รวมอะไรมากมายได้อีกเยอะ

นอกจากจะช่วยปกปิดสภาพผิวที่ผ่านสงครามาอย่างโชกโชนได้แล้ว ยังบำรุงผิวกระจ่างใส คืนความอ่อนเยาว์ พร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่น บอกเลยว่าดีต่อใจมากมาย แต่ราคาจะอัปขึ้นมาสักหน่อย 525 บาท  

7. CATRICE ALL MATT PLUS SHINE CONTROL MAKE UP ราคา 379 บาท

ครีมสำหรับคนหน้ามัน

แบรนด์นอกจากเยอรมนี เลอค่ากับ Catrice All Matt Plus Shine Control Make Up สูตรไม่มีน้ำมัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นรองพื้นที่เนื้อเบามาก มากจริงๆ ไม่เชื่อต้องลองเอง ปกปิดได้ดี แต่ที่เด่นคือเรื่องความคุมความมันบนใบหน้า อันนี้ให้ 5 ดาว ตัวนี้สำหรับคนที่มีสภาวะผิวไม่มีร่องรอยมากเกินไป จะเหมาะมากราคาก็อยู่ที่ 379 บาท 

นี่ก็เป็น รองพื้นคุมมัน 7 ยี่ห้อขั้นเทพ ถูกและดี ที่นำมาแนะนำกัน ใครถูกใจตัวไหน แบรนด์ไหนก็ไปลองหาซื้อมาใช้กันได้เลย


อ้างอิง

https://aquaplus.co.th/หน้ามันใช้อะไรดี/

https://www.top10.in.th/ความงาม/รองพื้น-ยี่ห้อไหนดี/

10 วิธี คุมหน้ามัน แดดร้อนแบบนี้ต้องอ่าน ถ้าคุณไม่อยากหน้าเยิ้ม!

10 วิธี คุมหน้ามัน แดดร้อนแบบนี้ต้องอ่าน ถ้าคุณไม่อยากหน้าเยิ้ม!

10 วิธี คุมหน้ามัน แดดร้อนแบบนี้ต้องอ่าน ถ้าคุณไม่อยากหน้าเยิ้ม! ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน เอกลักษณ์ของอากาศบ้านเราก็ยังคงร้อนอยู่วันยังค่ำ แม้ว่าในฤดูอื่นๆ จะไม่ได้อุณหภูมิสูงสุดๆ เฉกเช่นหน้าร้อนก็ตามที แต่ก็ยังทำให้เราต้องหาเสื้อผ้าบางๆ มาสวมใส่กันอยู่เสมอ

นอกจากอาการไม่สบายตัวเพราะเหงื่อออกบ่อย หรือแสบผิวจากแสงแดดแล้ว ก็ยังมีปัญหาหน้ามันนี่แหละที่กวนใจอยู่ตลอดเวลา บรรดาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่หมั่นเคลมว่าใช้ดีใช้เด่น คุมมันกันเต็มพิกัดก็ไม่อาจให้ผลลัพธ์อย่างที่โฆษณาไว้ได้จริง จนต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปเรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด นั่นก็เพราะปัญหาหน้ามันไม่ได้แก้ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่นที่เราต้องทำร่วมด้วยเพื่อให้หน้าลดการผลิตน้ำมันลงนั่นเอง

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจสาเหตุของความมันกันก่อนเลย ไม่ใช่แค่คนผิวมันเท่านั้นที่จะมีอาการหน้ามันได้ คนผิวแห้งและผิวผสมก็มีโอกาสเจอภาวะที่ว่านี้ได้เหมือนกัน เพราะผิวหน้าของเรามีต่อมไขมันจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณทีโซน คือ ช่วงกลางหน้าผากไล่ลงมาตามแนวสันจมูก ตรงนี้มีเหงื่อออกง่ายกว่าส่วนอื่นและแน่นอนว่าเกิดความมันได้ง่ายกว่าด้วย

แต่ละคนจะมีอัตราการผลิตน้ำมันที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ อารมณ์ ความเครียด อากาศ การสัมผัส ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ดังนั้น หากจะหลีกเลี่ยงความมันบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเข้าใจผิวของตัวเองอย่างลึกซึ้ง แล้วค่อยเลือกวิธีการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิว เพราะถ้าทำไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ทั้งยังอาจเป็นการทำร้ายผิวทางอ้อมอีกด้วย และนี่คือ 10 วิธี คุมหน้ามัน ที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับรับมือในทุกช่วงอากาศร้อน

1. ดื่มน้ำให้มากเข้าไว้

คุมหน้ามัน

วิธี คุมหน้ามัน วิธีแรกง่ายๆ เลย ลองดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ เพราะว่าน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการดูแลร่างกายและผิวพรรณ น้ำเป็นองค์ประกอบที่มีปริมาณมากที่สุด ระบบต่างๆ ในร่างกายต้องการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงให้สามารถทำงานได้ตามปกติ เราจึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในทุกๆ วัน 

หากเจาะประเด็นในเรื่องของความมันบนใบหน้า ก็พบว่าเซลล์ผิวจะชุ่มชื้นเปล่งปลั่งได้ก็ต่อเมื่อมีน้ำในเซลล์ หากสูญเสียน้ำไป เซลล์ผิวจะเหี่ยวลงและเริ่มมีความแห้ง ระบบร่างกายก็ต้องการที่จะรักษาสมดุลความชุ่มชื้นที่เซลล์ผิวเอาไว้ จึงเร่งผลิตน้ำมันออกมาเคลือบชั้นผิว ทำให้เราหน้ามันมากกว่าปกติ นั่นหมายความว่า ถ้าเราหมั่นเติมน้ำให้เซลล์ผิวอยู่เสมอ ต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันออกมาน้อยลงนั่นเอง ดังนั้น ในระหว่างวันให้คอยจิบน้ำสะอาดตลอดเวลา โดยดื่มทีละนิดและรวมให้ได้สักวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย

2. เลือกทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน

คุมหน้ามัน

การได้รับวิตามินที่จำเป็นอย่างเพียงพอ เป็นการลดปัญหาผิวมันจากภายใน เพราะจะช่วยลดกระบวนการผลิตน้ำมันของร่างกายลงได้ วิตามินเหล่านั้นได้แก่ วิตามินเอ และวิตามินบี 2 ซึ่งสามารถหาทานได้ง่ายในอาหารกลุ่มผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชทั่วไป พร้อมกับพยายามหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกของทอดและอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เนื่องจากจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายขับเหงื่อ ตามมาด้วยการขาดน้ำและทำให้ผิวมันตามลำดับ 

3. ใช้กระดาษซับมันเท่าที่จำเป็น

คุมหน้ามัน

หลายคนพกกระดาษซับมันติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา พอหน้าเริ่มมันก็หยิบขึ้นมาซับจนแห้ง ทำให้ร่างกายยิ่งต้องเร่งผลิตน้ำมันออกมาอีก เรียกว่ายิ่งซับก็ยิ่งหน้ามันมากขึ้น ไม่ได้ช่วยคุมมันอย่างที่เข้าใจ ยิ่งถ้าเป็นกระดาษประเภทที่ใส่น้ำหอมหรือแอลกอฮอล์มาด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้นไปอีก ดังนั้น ถ้ายังติดการใช้กระดาษซับมันอยู่ก็ให้ซับเฉพาะช่วงที่หน้ามันเยิ้มมากจริงๆ ก็พอ 

4. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีค่า PH เหมาะสม

คุมหน้ามัน

ความจริงแล้วผิวหน้าของเรามีค่า pH อยู่ในช่วงของกรดอ่อน เพราะเป็นสภาวะที่แบคทีเรียชนิดดีเจริญเติบโตได้ แต่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าส่วนมากทำออกมาให้มีค่า pH อยู่ในช่วงเบสอ่อน มุ่งเน้นการทำความสะอาดเป็นสำคัญ หลายครั้งหลังจากล้างหน้าเราจึงรู้สึกว่าผิวแห้งตึง ซึ่งเป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดความมันบนใบหน้าในเวลาต่อมา เราจึงต้องมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH เป็นกลางหรือค่อนมาทางกรดอ่อนเล็กน้อย เพื่อให้ผิวไม่ต้องปรับสมดุลค่า pH มากนัก ทั้งยังเป็นผลดีต่อชั้นผิวในระยะยาวอีกด้วย 

5. ใช้ครีมกันแดดแบบ OIL FREE

คุมหน้ามัน

ครีมกันแดดเป็นของที่ต้องใช้อย่าได้ขาด ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน หน้าฝนหรือหน้าหนาว เพราะเป็นตัวปกป้องผิวจากความเสื่อมโทรมแทบทุกอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าหากต้องการคุมมันก็ต้องเลือกใช้ครีมกันแดดแบบที่ไม่มีน้ำมัน อาจจะผสมรองพื้นด้วยหรือไม่ก็ได้

วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือ ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำมันน้อยหรือไม่มีเลย มักจะเป็นเนื้อเจลหรือแบบน้ำ มันอาจจะปกป้องผิวไม่ได้ยาวนานเท่ากับแบบครีมข้น ก็ให้ใช้วิธีทาเพิ่มระหว่างวันแทน หมายความว่าเราต้องเลือกเป็นแบบที่ทาทัพเมคอัพได้ด้วย 

6. ปรับเปลี่ยนเครื่องสำอางยกเซต

คุมหน้ามัน

จากที่เคยใช้เครื่องสำอางประเภทหน้าเงาฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน แล้วเปลี่ยนมาเป็นเซตที่ช่วยลดความมันแทน โดยเฉพาะในส่วนของรองพื้นและคอนซีลเลอร์ที่จะเป็นตัวหลักในการคุมมันบนใบหน้า

ซึ่งลุคที่น่าจะเหมาะมากสำหรับร้อนนี้ก็คงหนีไม่พ้นลุคแบบแมตต์ จะใช้รองพื้นที่เป็นชนิดแป้งผงหรือเนื้อครีมก็ย่อมได้ ขอแค่ทาแล้วติดผิวดี ไม่เยิ้ม ไม่มัน เป็นอันใช้ได้ ลองสังเกตดูคำว่า Oil Free ที่ตัวผลิตภัณฑ์แล้วทดสอบดูว่าเหมาะกับผิวของเราหรือไม่

7. ใช้โทนเนอร์เป็นประจำ

คุมหน้ามัน

โทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์เช็ดผิวหลังจากขั้นตอนทำความสะอาดด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่ต่างๆ เพื่อจัดการกับสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่ และปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงต่อไป ประเด็นคือโทนเนอร์ในท้องตลาดนั้นมีหลายประเภท ซึ่งก็สามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบ เพียงแต่ต้องงดเว้นโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เอาไว้

เนื่องจากแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ผิวแห้งแบบเฉียบพลัน จึงมีการเร่งผลิตน้ำมันออกมาอย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าเป็นผิวบอบบางด้วยแล้ว ก็ยิ่งเกิดการระคายเคืองมากขึ้นไปอีก แม้ว่าโทนเนอร์จะดูเหมือนไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรนัก เพราะเป็นเพียงน้ำสำหรับเช็ดหน้าธรรมดา อยู่บนผิวเพียงชั่วอึดใจเท่านั้นเอง แต่หากเลือกให้เหมาะกับผิวแล้วจะส่งเสริมการดูแลผิวอย่างดีมาก ช่วยในเรื่องการเติมน้ำให้ผิว ลดการเกิดสิว และกระชับรูขุมขนได้ด้วย

8. มาส์กหน้าลดความมัน

คุมหน้ามัน

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การมาส์กหน้านั้นคือการบำรุงผิวขั้นสุดที่ให้ผลลัพธ์ดีกว่าการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวหลายเท่า ด้วยความเข้มข้นที่ถูกผลักผ่านชั้นผิวเข้าไปนั่นเอง แต่ส่วนมากพอนึกถึงการมาส์กหน้า เราก็จะนึกถึงการลดความหมองคล้ำ กำจัดรอยแดงจากสิว และลดจุดด่างดำจากฝ้า กระ เสียมากกว่า ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการมาร์คเพื่อคุมมันกันเท่าไรนัก

ซึ่งถือว่าพลาดหนักมากจริงๆ เพราะการมาส์กหน้าด้วยส่วนผสมของ AHA หรือ BHA เป็นการช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว และกำจัดของเสียที่สะสมตกค้างอยู่บนผิว เช่น เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว เป็นต้น ทำให้ผิวหน้าสะอาดเรียบเนียนและลดอัตราการผลิตน้ำมันโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีมาร์คในกลุ่มโคลนที่ดูดซับความมันอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย 

9. ออกกำลังกายขับเหงื่อเป็นประจำ

คุมหน้ามัน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในแทบจะทุกด้านจริงๆ อย่างการคุมมันบนใบหน้านี้ก็มีส่วนช่วยได้ไม่น้อยเลย หากเราออกกำลังกายช่วยขับเหงื่อเป็นประจำอย่างเช่น แอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน ฟุตบอล เทนนิส เป็นต้น

จะทำให้ร่างกายได้ขับของเสียออกมา ทำให้เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายอย่างสะดวก พร้อมกับปรับสมดุลฮอร์โมนและต่อมต่างๆ ในร่างกาย จึงไม่มีการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมา เรียกว่าได้ทั้งสุขภาพดีและผิวพรรณสวยใสไปพร้อมกัน 

10. พึ่งพานวัตกรรมทางการแพทย์

คุมหน้ามัน

หากลองทำดูทุกอย่างแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าความมันจะบอกลาไป ก็คงต้องงัดไม้ตายออกมาใช้ นั่นคือพึ่งพานวัตกรรมทางการแพทย์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนต่อมเหงื่อและต่อมไขมันแทน เดี๋ยวนี้มีสถานเสริมความงามจำนวนไม่น้อยที่ให้บริการกำจัดปัญหาเกี่ยวกับอาการเหงื่อออกมากเกินไป จนเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน

โดยจะเป็นการรักษาด้วยเลเซอร์แบบต่างๆ ทำหน้าที่เข้าไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อกับต่อมไขมันใต้ผิวหนัง บางครั้งก็กำจัดต่อมเหล่านั้นทิ้งไปเลย ส่งผลให้ไม่มีเหงื่อและความมันในระยะยาว แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำการรักษาอยู่หลายครั้ง ราวๆ 3-5 ครั้งโดยเฉลี่ย


10 วิธีแก้ จมูกมัน ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำเองได้ ต้องลอง!

คุมหน้ามัน

10 วิธีแก้ จมูกมัน ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำเองได้ ต้องลอง! จมูกอวัยวะเล็กๆ ที่มีเนื้อที่ไม่มากบนใบหน้าแต่มีความสำคัญมากๆ เพราะจมูกอยู่ตรงกึ่งกลางของใบหน้าคนเราพอดี จมูกจึงเป็นจุดเด่นที่ผู้คนมองเห็นก่อนสิ่งอื่นๆ เมื่อมองมาที่หน้าของเรา จมูกสวยก็ทำให้ใบหน้าดูสวย ดูหล่อไปทันที ในขณะเดียวกันแม้ว่าคุณอาจจะเป็นเจ้าของจมูกที่สวยได้รูปแต่กลับมีความมันระดับสูง จมูกมันต่อให้มีรูปจมูกสวยแค่ไหน จมูกโด่งแค่ไหนก็อาจจะทำให้เสียบุคลิกได้ 

คุณอาจจะมีผิวหน้าที่สวย หล่อ ดูดีเนื้อผิวละเอียด หรือสาวๆ ที่แต่งหน้ามาเป๊ะ ปัง ฉ่ำเด้ง พอจมูกมันเท่านั้นก็คะแนนติดลบและดูดรอปลงมาได้ทันที นอกจากนั้นจมูกมันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมานั่นก็คือสิวที่เกิดขึ้นบริเวณจมูก โดยเฉพาะถ้าสิวที่ขึ้นมาเป็นสิวอักเสบคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ปัญหาจมูกมันจึงเป็นปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยจริง ๆ

สาเหตุที่ทำให้ จมูกมัน ส่วนใหญ่แล้วมาจากการที่เราเป็นคนมีผิวหน้าอยู่ในสองประเภทนี้ก็คือ เป็นคนมีผิวหน้ามันหรืออาจจะเป็นคนมีผิวผสมที่มีความมันมากเฉพาะบริเวณทีโซน

สำหรับบางคนอาจเกิดปัญหาผิวหน้าที่ยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อผิวหน้าบริเวณทีโซนหรือบริเวณจมูกมันมาก แต่บริเวณโหนกแก้ม ข้างแก้ม หน้าผากและคางกลับแตกแห้งเป็นขุย จมูกมันจึงเป็นปัญหาผิวที่ต้องรีบอก้ไขไม่ควรปล่อยเอาไว้อย่างเด็ดขาด วิธีแก้ จมูกมัน ไม่ยากเลยคุณเองก็สามารถทำเองได้ตามวิธีที่นำมาฝากทั้ง 10 วิธีดังนี้! 

1. ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แบบอ่อนโยน

คุมหน้ามัน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้จมูกมันเกิดจากการใช้คลีนเซอร์ล้างหน้าแบบที่มีสูตรเข้มข้นรุนแรง คลีนเซอร์ประเภทดังกล่าวจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงทั้งใบหน้าและบริเวณผิวจมูก ร่างกายจึงขับน้ำมันออกมาทดแทนที่สูญเสียไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณจมูก จึงทำให้จมูกมันมากอยู่ตลอดเวลา 

2. สครับผิวจมูก

คุมหน้ามัน

การสครับผิวก็ช่วยได้ เพราะการสครับจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อุดตันอยู่ตรงบริเวณผิวจมูก ช่วยให้จมูกลดความมันลง แต่การสครับก็ไม่ควรทำจนบ่อยเกินไป อาจจะสครับบริเวณจมูกสักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ 

3. ทาซันบล็อกที่จมูก

คุมหน้ามัน

ซันบล็อกที่เราทาเพื่อกันแดด สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าจมูกมันอยู่แล้วถ้าทาซันบล็อกไปก็กลัวว่าจะยิ่งทำให้จมูกเกิดความมัน แต่ในความจริงแล้วเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากแสงแดดที่กระทบโดนผิวจมูกก็เป็นสาเหตุหลักอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จมูกมันและมีน้ำมันมาหล่อเลี้ยงตรงบริเวณผิวจมูกมากเกินไป

เนื่องจากเมื่อแดดกระทบแผดเผาบริเวณจมูก ผิวก็สูญเสียน้ำมันเคลือบผิวจึงผลิตน้ำมันเคลือบผิวบริเวณจมูกขึ้นมา การทาซันบล็อกช่วงบริเวณจมูกช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดและรังสีได้อย่างดีในระหว่างวัน 

4. มาส์กหน้าและจมูก

คุมหน้ามัน

การมาส์กหน้าและเน้นการมาส์กบริเวณจมูกด้วยจะดีที่สุด การมาส์กบริเวณจมูกช่วยสมานผิวบริเวณจมูกให้เกิดความสมดุลชุ่มชื่นขึ้นและยังช่วยลดขนาดรูขุมขนบริเวณจมูกให้เล็กกระชับลงได้ เมื่อรูขุมขนบริเวณจมูกเล็กลงน้ำมันก็จะออกมาได้น้อยลงและลดความมันบริเวณจมูกได้มากเช่นกัน 

5. ใช้กระดาษซับมัน

คุมหน้ามัน

กระดาษซับมันเป็นสิ่งที่คนมีจมูกมันจะต้องพกพาไว้เสมอ เมื่อจมูกมันระหว่างวันก้ให้ใช้กระดาษซับมันวางลงที่บริเวณผิวจมูกส่วนที่มัน แต่อย่าถูลงไปเพราะจะยิ่งทำให้น้ำมันออกมามากขึ้นและผิวจมูกอาจเกิดการระคายเคืองและเกิดสิวอักเสบตามมาได้ กระดาษซับมันผิวหน้านั้นก็มีหลายเกรด ให้เลือกชนิดที่เป็นเกรดที่ดี เพราะจะช่วยซับมันได้ดีและไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ที่ผิวด้วย 

6. ใช้มะนาวและน้ำตาลขัดจมูก

คุมหน้ามัน

นำน้ำมะนาวและน้ำตาลทรายมาผสมกันในอัตราส่วนที่ไม่เหนียวหนืดไม่และเหลวจนเกินไปถูวนบริเวณจมูกเน้นตรงส่วนผิวปลายจมูกจะช่วยให้ผิวบริเวณนี้สะอาดขึ้นและลดความมันระหว่างวันได้ สามารถทำได้ทุกวันถ้าสะดวก 

7. สูตรอัลมอนด์บด

คุมหน้ามัน

อีกสูตรการลดความมันของจมูกและช่วยทำให้ผิวบริเวณจมูกมีสุขภาพดีและสมดุลขึ้นก็คือ ให้ใช้เมล็ดอัลมอนด์นำมาบดละเอียด นำน้ำผึ้งมาผสมเล็กน้อย จากนั้นให้ทาไว้ตรงบริเวณจมูก ทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาที จากนั้นก็ล้างออก จะลดความมันลงได้หากทำเป็นประจำ 

8. น้ำส้มสายชูช่วยได้

คุมหน้ามัน

นำน้ำส้มสายชูมาผสมเข้ากับน้ำเปล่าโดยให้มีสัดส่วนที่เท่าๆ กัน แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน นำสำลีแผ่นมาชุบแล้วแปะไว้บริเวณจมูกส่วนที่มัน ทิ้งไว้สักประมาณ 15 นาทีจึงค่อยเอาออก คุณสมบัติของความเปรี้ยวและกรดจากน้ำส้มสายชูช่วยลดความมันของจมูกและช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันออกไปได้อย่างดี 

9. หลีกเลี่ยงการทาครีมและแต่งหน้าบางๆ บริเวณจมูก

คุมหน้ามัน

การทาครีมบำรุงผิวต่างๆ และการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางสารพัดชนิดเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้จมูกมันได้ง่าย เคล็ดลับก็คือให้หลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงผิวหน้าบริเวณจมูกหรือทาแต่น้อย การแต่งหน้าให้เลือกแต่งบริเวณจมูกแต่เพียงบางๆ จะช่วยลดจมูกมันระหว่างวันไปได้มาก 

10. ดูแลการรับประทานอาหาร

คุมหน้ามัน

การรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ที่มีผิวจมูกมัน อาหารที่มีสรสจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อผิวให้มันขึ้น รวมไปถึงผิวบริเวณจมูกด้วย หากลดการรับประทานอาหารรสจัดและลดการดื่มแอลกอฮอล์ลงก็จะมีส่วนช่วยลดความมันบริเวณจมูกได้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือวิธีแก้ หน้ามัน และ จมูกมัน ที่เป็นปัญหากวนใจสำหรับหลายๆ คนและเป็นปัญหาเส้นผมบังภูเขาที่เราสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเราเอง ที่สำคัญอย่าลืมรักษาความสะอาดของผิวหน้า และบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นได้


อ้างอิง

https://www.acseine.in.th/campaign/blog/6/ปัญหาผิวมันเกิดจากอะไร%3F

https://www.pobpad.com/หน้ามัน-กับการแก้ปัญหาใ

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด และการเลือกใช้กันแดดให้เหมาะกับแต่ละวัย

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด และการเลือกใช้กันแดดให้เหมาะกับแต่ละวัย

มีหลายวิธีในการปกป้องผิวจากแสงแดดที่เป็นอันตราย ครีมกันแดด ก็เป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันมะเร็งผิวหนังที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ผลิตภัณฑ์กันแดดจะทำงานโดยการดูดซับหรือสะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ออกจากผิวของคุณ ดังนั้นเมื่อเลือกซื้อ ครีมกันแดด อย่าลืมเลือกที่มีค่า UVA/UVB จะช่วยบล็อกรังสียูวีได้มากกว่าและให้การปกป้องที่ยาวนานกว่า ซึ่งวันนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด และการเลือกใช้กันแดดให้เหมาะกับแต่ละวัย

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ที่มีขายในท้องตลาด จะมีรูปแบบการผลิตที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดีและมีข้อเสียต่างกันออกไป โดยวันนี้จะมายกตัวอย่าง 3 รูปแบบ ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ที่คนนิยมใช้ และออกขายกัน ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

1. รูปแบบอิมัลชัน ซึ่งก็เป็นแบบที่เราเห็นกันอยู่ประจำ เช่น ครีม โลชั่น โดยรูปแบบนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะมีความหนืดที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อได้ ข้อดีของรูปแบบนี้คือ สามารถกระจายตัวบนผิวหนังได้ดี สามารถเคลือบและยึดติดผิวได้ดีมาก แต่ข้อเสียของรูปแบบนี้คือ รูปแบบอิมัลชันจะทำให้เกิดความรู้สึกเหนอะหนะได้มากกว่ารูปแบบอื่น แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบอิมัลชัน ซึ่งจะที่มีความเหนอะหนะน้อย ก็จะมีวางจำหน่ายในท้องตลาดเช่นกัน

2. รูปแบบเจล รูปแบบนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เห็นได้ชัดในส่วนของเนื้อเจล เพราะมีความใส บางเบา ทำให้น่าใช้ แต่ข้อด้อยที่เห็นได้ชัดคือคือ มีราคาแพง และชั้นเจลสามารถละลายออกไปกับน้ำหรือเหงื่อได้ง่าย ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพการทำงานในการกันแดดได้

3. รูปแบบแอโรซอล รูปแบบนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาในรูปของการฉีดพ่นหรือแบบสเปรย์ มีข้อดีคือ สามารถฉีดเป็นวงกว้างได้ แต่ชั้นที่ป้องกันจะไม่เท่ากัน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานในการปกป้องผิวจากรังสี UV ลดลง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

วิธีเลือกครีมกันแดด เห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดในปัจจุบัน ที่วางขายในท้องตลาด จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในด้านความสามารถการป้องกันรังสี UV และในด้านรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดจึงขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้

1. ความสามารถในการป้องกันรังสี UV

การเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดด โดยเน้นไปที่รักษาผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่มีทั้งค่า SPF และ PFA เพราะถ้ามีทั้งคู่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UV-B และ UV-A

2 รูปแบบของผลิตภัณฑ์

เลือกรูปแบบให้เข้ากับผิวของเรา เช่น ไม่ควรเลือกแบบครีมหรือแบบโลชั่นถ้าเป็นคนผิวมัน เพราะจะทำให้อุดตันง่าย และให้ดูที่ประเภทผิวของเราด้วยว่าเข้ากับครีมได้หรือไม่ เพราะครีมบางชนิดก็ใช้แล้วทำให้ผิวแพ้ได้อีก [นอกจากผลิตภัณฑ์กันแดดแบบทาแล้ว ยังมีอาหารเสริมกันแดด ที่เป็นตัวช่วยให้ผิวป้องกันแสงแดดระหว่างวันได้เป็นอย่างดี]

3. ดูอายุ

ไม่ควรใช้ครีมกันแดดกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี เพราะผิวของเด็กยังไม่เหมาะกับการรับสารเคมี ควรเลือกใช้กับเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 ปี หรือเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์กันแดด ของเด็กแทน  และที่สำคัญควรดูที่ SPF ด้วยว่าเหมาะกับช่วงอายุหรือไม่

4. กิจกรรมที่ทำ

การเลือกครีมกันแดดควรดูที่กิจกรรมการทำงานด้วย เพราะบางคนก็ออกแดดมาก บางโดนแดดแค่บางช่วง ดังนั้นการเลือกใช้ค่า SPF ที่เหมาะสมควรดูที่กิจกรรมที่ทำด้วย


10 ครีมกันแดดสูตรเย็น ที่ใช้แล้วดี และเย็นสดชื่นไปตลอดทั้งวัน

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

ด้วยความที่เมืองไทยคือเมืองร้อน ที่เหมือนจะดูดพระอาทิตย์มาให้ได้ทั้งวัน ซึ่งนอกจากแสงแดดจะให้ความร้อนเป็นของขวัญแล้ว แสงแดดยังมอบความดำให้เราอีกด้วย ทำให้วันนี้ เรามี 10 ครีมกันแดดสูตรเย็น ที่ใช้แล้วดี และรับรองว่านอกจากจะไม่ดำแล้ว ยังเย็นสดชื่นไปตลอดทั้งวันอีกด้วย  

1. NIVEA SUN PROTECT & REFRESH INVISIBLE COOLING MIST SPF50

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

มากับสเปรย์ตัวบางเบา ที่สามารถกันแดดได้อีกด้วย เพียงแค่ฉีดลงไปบนผิวหนัง ก็สามารถเดินออกไปที่แดดได้ทันที แน่นอนว่าสเปรย์ตัวนี้จะให้ความสดชื่นกับผู้ใช้แน่นอน เพราะมีส่วนผสมหลักเป็นเมนทอล ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ไม่มีคราบเกาะติดที่ผิว ที่สำคัญเลยคือยังสามารถกันน้ำได้อีกด้วย

2. SUNPLAY WATERY COOL SPF 65 PA+++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

นี่เป็นครีมสูตรบางเบาที่สามารถใช้งานได้ทันทีไม่เกิดอาการเหนียวเหนอะหนะ และยังมีกลิ่นหอมที่มาจากเมนทอลอีกด้วย โดยมีคุณสมบัติคือ ไม่ทำให้ผิวแห้งเสีย เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง เพราะสามารถให้ความชุ่มชื้นได้ดีมากๆ และยังกันน้ำได้ด้วย

3. BANANA BOAT SPORT COOLZONE SUNSCREEN LOTION SPF50 PA++++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

สเปรย์กันแดดสูตรเย็น สำหรับผิวกาย ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬากลางแจ้ง ช่วยปกป้องผิวจากการเผาไหม้ของแสงแดดได้ถึง 50 เท่า พร้อมป้องกันทั้งรังสี UVA&UVB ปกป้องผิวด้วยเทคโนโลยี AvoTriplex ที่สามารถป้องกันรังสีได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว พร้อมสารสกัดจากว่านหางจระเข้ที่จะมอบความเย็นสดชื่นสู่ผิว

4. ISA KNOX COOLING SUN SPRAY

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

นี่เป็นสเปรย์สูตรเย็นที่อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ โดยสเปรย์ตัวนี้มีจุดเด่นคือ เนื้อสเปรย์ที่บางเบา ไม่ทำให้เกิดการเหนอะหนะที่ผิว สามารถกันน้ำ กันเหงื่อได้ดีมากทีเดียว และสามารถกันแดดได้อีกด้วย โดยตัวนี้จะให้ความเย็นในระดับที่เย็นสุดๆ แถมเรายังจะฉีดตอนไหนก็ได้ด้วยเช่นกัน

5. BIO WATER POWER PROTECT COOLING SUNSCREEN SPF 30 PA++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

สโลแกน ทาปุ๊บเย็นปั๊บ ต้องมอบให้กับครีมตัวนี้เลยทีเดียวกับครีมกันแดดตัวนี้ที่ให้ความชุ่มชื้น และความเย็นสุดคูลอีกด้วย นอกจากจะเย็นถึงใจแล้ว ยังไม่ทำให้ผิวเหนอะหนะ กลับกันก็ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ชุ่มชื้น ไม่เยิ้ม เหมาะมากๆ กับสภาพอากาศเมืองไทย ที่จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ไปทุกวัน

6. NEUTROGENA FRESH COOLING BODY MIST SUNBLOCK SPF 70

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

จะบอกว่าสเปรย์กันแดดสูตรเย็นตัวนี้ มีค่า SPF มากถึง 70!! ทำให้ไม่ต้องกังวลเลยว่าเราจะดำ ให้ไปโดนแดดบนดวงจันทร์ยังไม่ดำเลย โดยตัวนี้ก็ไม่มีคราบ ไม่มีความเหนียวหนืดให้ได้รำคาญใจกันแน่นอน เรียกว่าถูกใจสาวกกันแน่ๆ

7. Vaseline Healthy Bright Daily Sun Refreshing Serum SPF50+ PA++++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

เซรั่มกันแดดสูตรเย็น มี SPF50+ PA++++ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA UVB และมลภาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย พร้อมสัมผัสบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความเย็นสดชื่น สบายผิว เหมือนพึ่งอาบน้ำ พร้อมบำรุงผิวให้แลดูกระจ่างใส

8. Biore UV Aqua Rich Watery Essence Cool SPF50+ PA++++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

ครีมกันแดด Aqua Rich Cool สูตรใหม่ล่าสุดจาก Biore เป็นกันแดดสูตรใหม่เนื้อเดิมเพิ่มเติมคือความเย็น ทาแล้วรู้สึกเย็นๆ เนื้อเกลี่ยง่าย  ไม่เหนอะหนะผิว ช่วยลดอุณหภูมิผิว แถมยังมีบำรุงในตัว ป้องกันผิวแก่ก่อนวัย ที่สำคัญเนื้อบางเบามากสามารถทาทับเมคอัพได้เลย และยังกันน้ำกันเหงื่อได้

9. Smooto Hya C Bright Up Sunscreen

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

ครีมกันแดดโทนอัพ SPF50 PA+++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ทั้งรังสี UVA และ UVB ผสานคุณค่าของไฮยาลูรอนิค แอซิด และมีวิตามินซี ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ปรับสีผิวให้สว่างไบร์ทขึ้นหลังทา เนื้อครีมเป็นเนื้อเอสเซนส์ที่แตกตัวเป็นน้ำ และเป็นกันแดดสูตรเย็นที่ทาแล้วรู้สึกสบายผิว

10. Mistine Snow Frozen Whitening Sunscreen Body Lotion SPF50/PA++++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

โลชั่นกันแดดสูตรน้ำ ซึมซาบเร็ว เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ พร้อมทำให้ผิวเย็นสบายขึ้น ด้วยสารสกัดจาก Mirabilis Lalapa Extract พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง UV-A และ UV-B พลิกฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้าย ให้กลับมาดูสุขภาพดีอีกครั้ง


10 สเปรย์กันแดด สุดฮอต กันแดดใช้ง่าย และมอบพลังป้องกันแสงแดดให้แก่คุณ

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

10 สเปรย์กันแดด สุดฮอต กันแดดใช้ง่าย และมอบพลังป้องกันแสงแดดให้แก่คุณ ในปัจจุบันไม่ได้มีครีมกันแดดอย่างเดียวที่เป็นเครื่องสำอาง ที่สามารถกันแดดได้เท่านั้น เพราะเดี๋ยวนี้ได้มีการคิดค้นสเปรย์กันแดดกันออกมา ซึ่งก็สามารถใช้งานได้สะดวก และไม่ต้องทนใช้ครีมที่เหนอะหนะอีกต่อไปแล้ว ซึ่งนี่แหละคือจุดเด่นของสเปรย์กันแดด แต่ว่า สเปรย์กันแดด สุดฮอต จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 

1. BANANA BOAT ULTRAMIST CLEAR SUNSCREEN SPRAY SPF50 / PA+++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

ใครที่ไม่รู้จักตัวนี้ถือว่าเชยมาก เพราะนี่คือสเปรย์ตัวโด่งดังของแบรนด์นี้ ซึ่งนี่ก็เป็นสเปรย์กันแดด ที่มีส่วนผสมของอโรเวร่า ทำให้สามารถรักษาระดับความสมดุลน้ำ ในผิวได้ และยังมีความสามารถในการกันน้ำอีกด้วย โดยสเปรย์ตัวนี้สามารถแห้งได้เร็ว ไม่เกิดการเหนอะหนะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวของแต่ละคนด้วย ราคาอยู่ที่ 720 บาท

2. SUN CUT ESSENCE IN UV PROTECT SPRAY SPF 50+ / PA++++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

มากับสเปรย์กันแดดจากแดนซากุระ ซึ่งจุดเด่นคือ ฉีดแล้วออกแดดได้เลย เพราะสามารถป้องกันแสงแดดได้ทันทีที่ฉีด และยังไม่มีกลิ่นสเปรย์ให้กวนใจอีกด้วย แต่บางคนอาจจะไม่ชอบ เพราะตัวนี้จะออกอาการเหนอะหนะหน่อยๆ โดยราคาอยู่ที่ 400 บาท คุ้มสุดๆ

3. SUNPLAY UV BODY MIST SUNBLOCK SPF80 / PA+++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

นี่เป็นสเปรย์กันแดดอีกตัวหนึ่งที่เมื่อฉีดไปแล้ว สามารถออกแดดได้เลยเช่นกัน โดยตัวนี้สามารถป้องกันแสงแดดได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว โดยอาจจะเกิดการเหนียวเหนอะหนะบ้าง แต่โดยรวมแล้วใช้ดีมาก ราคาอยู่ที่ 480 บาท

4. FRACORA PLACENTA UV WHITENING SPRAY SPF 50+/PA+++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

มากับสเปรย์ที่ใครหลายๆ คนก็ให้ความสนใจ และถึงกับบอกต่อกันไปเป็นทอดๆ เลยเพราะว่า สเปรย์ตัวนี้สามารถฉีดได้ทั้งผิวหน้า และผิวกาย ทั้งยังไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะ ใครที่อยากได้ก็ต้องควานหากันหน่อย เพราะหายากเสียเหลือเกิน ราคาอยู่ที่ 500 บาท

5. SOLANOVEIL UV SPRAY SPF 50+ / PA+++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

สเปรย์อีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะตัวนี้มีจุดเด่นคือ แห้งไว ไม่เหนอะหนะ ไม่ทำให้เกิดคราบบนผิวหนัง ราคาเท่าตัวบนเลยคือ 500 บาท ซึ่งคุณภาพก็ไม่ต่างกันมากนัก

6. NIVEA SUN PROTECT & REFRESH INVISIBLE COOLING MIST SPF 50

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

เรียกได้ว่าสเปรย์ตัวนี้เหมาะมากๆ สำหรับเมืองไทย เพราะเป็นสเปรย์ที่สามารถชนะใจคนไทยไปได้แน่นอน เนื่องจากเมื่อฉีดแล้วจะให้ความรู้สึกที่เย็นมากๆ แต่ก็ไม่ทำให้หนักผิว และเกิดคราบได้แน่นอน แถมยังเย็นอยู่ไม่ใช่แค่ตอนฉีดตอนแรกอีกด้วย แต่ใครที่ชอบความเย็นละก็พลาดไม่ได้แน่นอน

7. ETUDE HOUSE SUNPRISE FACE&BODY SUN SPRAY SPF 50 + / PA +++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

สเปรย์กันแดดจากแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลี สามารถหาซื้อได้ที่ช้อปหรือสั่งออนไลน์ แต่ก็มีหลายคนสั่งพรีออเดอร์อิมพอร์ตมา ราคาอยู่ที่ประมาณ 400 บาท กันแดดแบบสเปรย์ประสิทธิภาพสูง อ่อนโยนใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย แห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ คุ้มสุดๆ

8. Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Spray SPF50 PA++++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

สเปรย์กันแดดละอองละเอียดจากแอนเนสซ่า กระจายตัวสม่ำเสมอบนผิว สามารถสเปรย์ทับเครื่องสำอางได้โดยไม่ทำให้เป็นคราบ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและสารต้านอนุมูลอิสระ เนื้อผลิตภัณฑ์มีความติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันสามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของซิตรัสที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นในขณะที่ใช้ ล้างออกง่ายด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวทั่วๆ ไป

9. La Roche Posay Anthelios Invisible Fresh Mist Anti-Shine SPF50++++

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

สเปรย์กันแดดสูตรที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากรังสี UVA ในระดับที่สูงมาก ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50++++ พร้อมควบคุมความมัน ไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มกว่าเดิม มีประสิทธิภาพในการกันน้ำ กันเหงื่อและทราย อ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตาที่ระคายเคืองง่าย เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากสารกันเสียพาราเบน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือไวต่อแดด

10. Supergoop! PLAY Antioxidant Mist With Vitamin C Broad Spectrum Sunscreen SPF50

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

มากับสเปรย์กันแดดตัวสุดท้ายของวันนี้ ที่เป็นสเปรย์กันแดดมาพร้อมกับ SPF 50 สูตร water-resistant มีแอลกอฮอล์น้อยกว่าสเปรย์ทั่วไป 35% จึงไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ถนอมผิวให้ชุ่มชื้นยาวนาน พร้อมการปกป้องจากรังสียูวี เหมาะสำหรับคนที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ล็อกความขาวใสให้กับผิวด้วยสเปรย์กันแดดที่ใช้งานง่าย สะดวก และสามารถพกไปเติมระหว่างวันได้ ไม่ทำให้เกิดความมันต่อผิว ที่สำคัญอย่าลืมปกป้องผิวอีกขั้นด้วยการสวมแว่นกันแดดและหมวกเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง เพื่อช่วยปกป้องดวงตาของคุณเช่นกัน สุดท้ายอย่าลืมดูแลผิว รวมถึงการใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอก่อนออกแดดและหลังออกแดดด้วย


อ้างอิง

The 16 Best Spray Sunscreens for Face and Body : https://www.marieclaire.com/beauty/best-spray-sunscreens/

10 เจลล้างหน้าลดสิว ที่ช่วยให้ใบหน้าดูกระจ่างใสได้ภายใน 7 วัน

10 เจลล้างหน้าลดสิว ที่ช่วยให้ใบหน้าดูกระจ่างใสได้ภายใน 7 วัน

10 เจลล้างหน้าลดสิว ที่ช่วยให้ใบหน้าดูกระจ่างใสได้ภายใน 7 วัน ปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของสาวๆ ก็คือ การที่โบ๊ะหน้าโชว์ชาวบ้านแบบสวยมาก แต่พอกลับมาบ้าน กลับล้างหน้าไม่เกลี้ยง นั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน และมีปัญหาทางผิวหน้าตามมาได้ 

ทำให้วันนี้เรามี 10 เจลล้างหน้าลดสิว มาฝากกัน ที่อ่อนโยนและจะมาช่วยให้การล้างหน้าของเราสะอาดขึ้น เกลี้ยงเกลา และยังช่วยบำรุงความขาวกระจ่างใสในแต่ละวันได้อีกด้วย ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 

1. VICHY NORMADERM PURIFYING CLEANSING GEL

เจลล้างหน้าลดสิว

สำหรับใครที่มีผิวที่บอบบาง แพ้ผิวง่ายแล้วละก็บอกเลยว่าเจลตัวนี้เหมาะกับคุณแน่นอน เพราะนี่คือเวชสำอางที่สะอาด มีความอ่อนโยน และยังไม่มีแอลกอฮอล์ผสมอีกด้วย จึงทำให้สาวๆ ที่มีผิวบางชื่นชอบตัวนี้มากๆ ราคาอยู่ที่ 700 บาทเท่านั้น

2. CLINIQUE LIQUID FACIAL SOAP MILD

เจลล้างหน้าลดสิว

สำหรับตัวนี้ คือเจลล้างหน้าที่ขายดีมากๆ จากแบรนด์นี้ เพราะเจลตัวนี้สามารถชำระล้างความสกปรกออกจากผิวไปได้หมดจด จึงช่วยทำให้ผิวนุ่มเนียน น่าสัมผัส และยังมีหลากหลายสูตรให้เลือกอีกด้วย และยังสามารถเลือกใช้ตามสภาพผิวได้อีกด้วย คุ้มสุดๆ กับราคา 1,000 บาท แพงแต่คุ้มมากๆ

3. LA ROCHE POSAY EFFACLAR PURIFYING FOAMING GEL

เจลล้างหน้าลดสิว

นี่เป็นเจลล้างหน้าที่เหมาะสำหรับคนที่เกลียดเอฟเฟกต์หลังจากการล้างหน้า คือเจลบางตัวเมื่อล้างหน้าเสร็จใบหน้าจะตึงๆ แปลกๆ ซึ่งตัวนี้ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีค่าความเป็นกรดแค่ 5.5 และยังไม่มีแอกอฮอล์ผสมอีกด้วย ดังนั้นเจลตัวนี้จึงเหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายมากๆ ราคาอยู่ที่ 700 บาทเท่านั้น

4. SMOOTH E BABYFACE GEL

เจลล้างหน้าลดสิว

มากับเจลล้างหน้าตัวนี้ที่ให้ความอ่อนนุ่ม อ่อนโยนแบบสุดๆ ซึ่งก็เหมาะกับความที่ผิวบาง ผิวแพ้ง่าย หรือคนที่เป็นสิวเยอะๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน โดยเจลตัวนี้เป็นเจลที่ไม่มีฟอง ทำให้ใบหน้าเมื่อแห้งแล้วไม่ตึง ทั้งยังทำให้ใบหน้าสะอาด รักษาสิวได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 350 บาท

5. NEUTROGENA DEEP CLEAN HYDRATING BAMBOO GEL CLEANSER

เจลล้างหน้าลดสิว

ใครที่ผิวแห้งยกมือ! บอกเลยว่าเจลตัวนี้เหมาะมากๆ กับสาวๆ ที่มีผิวแห้งมากๆ โดยเจลตัวนี้จะมีสารสกัดที่ใช้ความชุ่มชื้นได้ดี และเนื้อเจลยังไม่เกิดอาการระคายเคืองให้กับผิวได้แน่นอน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเจลที่ล้างแล้ว ผิวหน้าลื่น เหมือนล้างไม่สะอาด จัดตัวนี้รับรองไม่ผิวหวัง โดยราคาอยู่ที่ 180 บาท

6. GARNIER PURE ACTIVE FRUIT ENERGY GEL

เจลล้างหน้าลดสิว

สำหรับใครที่ชอบผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น ดูมีมิติขึ้น เจลล้างหน้าตัวนี้ถือว่าทำได้ดีทีเดียว และนอกจากนี้ยังสามารถรักษาสิวเสี้ยนได้อีกด้วย โดยส่วนผสมของครีมตัวนี้จะมีวิตามินซี ที่ช่วยให้ผิวสุขภาพดี และสารสกัดจากผลไม้ต่างๆ ที่ล้างแล้ว ช่วยให้ใบหน้าดูขาวกระจ่างใส แน่นอน ราคาเพียง 140 บาท

7. CUTE PRESS MANUKA HONEY CLEANSING GEL

เจลล้างหน้าลดสิว

นี่เป็นนวัตกรรมการนำน้ำผึ้งมาบำรุงผิวหน้า ซึ่งก็สามารถล้างความสกปรกที่ใบหน้าได้ดีทีเดียว ดีกว่าน้ำผึ้งธรรมดาซะอีก เพราะมีสารสกัดจากน้ำผึ้งธรรมชาติ และผลมะนาว ซึ่งก็มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว และยังสามารถสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ด้วย ราคาแค่ 100 บาทเท่านั้น

8. Oxe Cure Facial Liquid Cleanser

เจลล้างหน้าลดสิว

เจลล้างหน้าสูตรน้ำ สูตรอ่อนโยน ฟองน้อยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด ลดสิวและลดการอุดตันของรูขุมขน พร้อมช่วยควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้า มีสารสกัดจากโพรโพลิสเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย และมีปัญหาสิว ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว ไม่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ น้ำมัน และพาราเบน มั่นใจได้ว่าผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ราคา 200 บาท

9. Bioderma Sensibio Gel Moussant

เจลล้างหน้าลดสิว

แบรนด์นี้นอกจากเด่นเรื่องคลีนซิ่งแล้ว เจลล้างหน้าก็ทำออกมาดีไม่แพ้กัน โดยตัวนี้จะช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน ไม่มีสารกันเสีย แอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน ทำให้ไม่อุดตันรูขุมขน โดยมีค่า pH balance ที่ไม่ทำให้หน้าเสียสมดุล พร้อมล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวหน้าไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า ราคา 700 บาท

10. Eucerin Pro Acne Solution Cleansing Gel

เจลล้างหน้าลดสิว

เจลล้างหน้าที่ช่วยปัญหาสิว ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยนต่อผิว ช่วยขจัดคราบสกปรก คราบเครื่องสำอาง สลายความมันอุดตันอย่างล้ำลึกถึงต้นตอสิว และช่วยลดความมันส่วนเกิน พร้อมปรับสมดุลผิวให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง และช่วยลดโอกาสการเกิดสิว รอยสิว ให้เผยผิวเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติได้ ราคาประมาณ 700 บาทเท่านั้น

นี่ก็เป็น 10 เจลล้างหน้าลดสิว ที่นำมาแนะนำกันและรับประกันว่าใช้ดีจริง! ใครที่มีปัญหาสิวหรือหาเจลล้างหน้าที่ช่วยทำความสะอาดผิวอยู่ก็ไปลองเลือกใช้กันดูได้ แต่อย่าลืมเลือกให้ตรงกับสภาพผิวและปัญหาผิวของตัวเองด้วยนะ ที่สำคัญอย่าลืมล้างและทำความสะอาดผิวหน้าผิวกายทุกวัน จะได้ไม่เสี่ยงในการทำให้เกิดการอุดตันสิว และปัญหาผิวอื่นๆ ที่อาจจะตามได้


วิธีรักษาสิวอักเสบ ด้วยสมุนไพรแบบง่ายๆ แต่เป๊ะเวอร์!

เจลล้างหน้าลดสิว

วิธีรักษาสิวอักเสบ ด้วยสมุนไพรแบบง่ายๆ แต่เป๊ะเวอร์! เรื่องสิวเป็นเรื่องปวดหัวของทุกคน ใครอยากสวย หน้าใส ก็ต้องหาวิธีหยุดสิวเอาไว้ไม่ให้เกิดขึ้นมาใหม่ วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีรักษาสิวอักเสบ กำจัดลึกถึงปัญหาต่างๆ อย่างตรงจุด ทั้งสาเหตุ วิธีแก้ไข และหนทางป้องกัน ด้วยการใช้สมุนไพรแบบง่ายๆ กัน

การเกิดสิวอักเสบ แบ่งออกเป็น 2 สาเหตุ

การเกิดของสิวอักเสบนั้น ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้นมาได้เลย มันต้องเกิดมาจากสิวธรรมดาทั่วไปที่เกิดการติดเชื้อมันจึงกลายเป็นสิวอักเสบ จากนั้นจะเริ่มบวม แดง และมีหนอง โดยส่วนใหญ่มักมาจาก 2 สาเหตุ ได้แก่

1. เกิดจากการแกะ เกา

ของมือเรานี่แหละตัวดีที่สุด เวลามีสิว ไม่ว่าจะสิวอะไรก็ตามเราจะชอบไปแกะเกาเสมอ จนทำให้อักเสบ และติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococci

2. เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

มีเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Propionibacterium acnes มันจะกินไขมันบนหน้าเราเป็นอาหาร และตรงไหนที่มีการอุดตันของไขมัน มันจะยิ่งเจริญเติบโตได้ดีมาก ทำให้สิวบริเวณนั้นเกิดการอักเสบ และระคายเคือง


รู้หรือไม่? สิวอักเสบมีด้วยกัน 5 ประเภท

เจลล้างหน้าลดสิว

1. สิวเสี้ยน (TRICHOSTASIS SPINULOSA)

ในรูขุมขนของเรา บริเวณใบหน้า หลัง หรือจมูกจะมีขนอ่อนที่เกิดขึ้นแล้วเข้าไปอุดตันได้ เพียงแค่เส้นเดียวก็สามารถทำให้เกิดสิวอักเสบได้แล้ว

2. สิวชนิดตุ่มนูนแดง (PAPULE)

การอักเสบชนิดนี้จะเป็นเพียงแค่ส่วนบนของผิวหนัง ทำให้มีรอยนูนแดง

3. สิวชนิดหัวหนอง (PUSTULE)

จะอยู่ในชั้นผิวหนังทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก ระยะเวลาในการรักษาอยู่ที่ความลึกของสิวหนอง

4. สิวอักเสบและเป็นก้อนลึก (NODULE)

ถือว่าเป็นสิวอักเสบที่มีอาการหนักพอสมควร เพราะว่าสามารถรักษาให้หายได้ช้ากว่าปกติ และจะท้องรอยแผลเป็นไว้อีกด้วย มีลักษณะเป็นก้อน บวม

5. สิวชนิดเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (CYST)

หรืออีกชื่อที่เราเรียกกันว่า “สิวหัวช้าง” มีลักษณะใหญ่ บวม แดง และปวด


การรักษาสิวอักเสบ 3 ระยะ

เจลล้างหน้าลดสิว

1. สิวเป็นไต

ลักษณะของสิวไต คือ เป็นตุ่มแดง และแข็ง เมื่อสัมผัส หรือกด จะรู้สึกเจ็บ แต่ว่าไม่มีหัวหนอง ถือว่าน่ารำคาญมาก เพราะว่าเวลาเผลอเอามือไปโดนจะเจ็บทุกที และก็หายช้าด้วย แถมยังเป็นรอยนูนแดงๆ ควรใช้พวกยาทาแก้อาการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบไปเอง อาจจะช้าหน่อย แต่ถ้ารักษาได้ถูกวิธีจะไม่มีหัวหนอง และไม่เป็นแผลเป็น

2. มีหัวหนอง และหัวสิวยังไม่สุก

สิวประเภทนี้จะมันน่าแกะจริงๆ ทางที่ดีเราควรกระตุ้นให้สิวมันสุกไวๆ เพราะจะได้รีบเอาหนองออกมาให้หมด แล้วจะได้รักษาได้เร็วทำให้โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นน้อยลง เวลาสิวสุกเราไม่จำเป็นต้องแกะ แต่ว่าเราสามารถออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายขับความร้อนได้

แล้วสิวจะหลุดออกมาเอง จากนั้นใช้ครีมแต้มสิว พอเริ่มตกสะเก็ดก็ตามด้วยยาที่ใช้รักษารอยแผลเป็น แต่หากว่าออยากจะกดสิวออกเอง เพราะไม่อยากไปออกกำลังกายให้มันยุ่งยาก ต้องกดตอนที่สิวสุกเต็มที่เท่านั้น ไม่งั้นมันเกิดสิวหัวหนองอีกครั้งตรงที่เดิม

3 สิวสุก

สิวระยะสุดท้าย เราจะต้องเอาหัวหนองออกมาให้หมด จากนั้นก็ทายาป้องกันการติดเชื้อ และการเกิดรอยแผลเป็น


วิธีป้องกันสิวอักเสบ

1. เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ

มือของเรานั้นสกปรกมาก เพราะว่าในแต่ละวันเราต้องจับอะไรต่ออะไรไปมากมาย เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้า หยุดการแกะ เกา เพราะว่าเชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปสู่ผิว และทำให้เกิดจนกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด

2. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่แพ้หรือมีน้ำมัน

อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือน้ำมัน เพราะสารเหล่านี้จะยิ่งทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน โดยเฉพาะคนที่ผิวหน้าผิวหน้ามัน สิ่งเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

3. ล้างหน้าให้สะอาด

ความสะอาดคือหัวใจหลักของการป้องกันสิวที่ดีที่สุด ล้างหน้าทำความสะอาดสิ่งที่อุดตันในรูขุมขนหรือขจัดสิ่งสกปรก การล้างหน้าจะช่วยขับของเสียและน้ำมัน ไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ในการล้างหน้าควรใช้ตามสภาพผิวของตัวเองอย่างเหมาะสม และที่แนะนำเบื้องต้นคือการไม่ใช้สบู่ทั่วไปล้างหน้า เพราะว่าสบู่มีฤทธิ์เป็นด่าง

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด สำหรับทุกผิวหน้าคือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Water – based หรือ Oil – free เป็นหลัก เพราะไม่เกิดอาการแพ้ ให้ความชุ่มชื้น สร้างความยืดหยุ่น และไม่ทำให้เกิดสิว

5. การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร

จริงๆ แล้วสมุนไพรไทยช่วยรักษาสิว และดูแลผิวหน้าได้เยอะมาก เราแทบจะไม่จำเป็นต้องหาผลิตภัณฑ์จากต่างประเภท หรือหาผลิตภัณฑ์ราคาแพงจากที่อื่นเลย เราสามารถนำสูตรการดูแลผิวด้วยสมุนไพรที่มีมากมายมาใช้ในการมาส์กได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นสูตรรักษาสิว 8 ตัวเด็ด ที่อยากแนะนำ

1. เปลือกมังคุด

เจลล้างหน้าลดสิว

เราจะใช้น้ำที่คั้นจากเปลือกมังคุด หรือว่าจะนำเปลือกมังคุดมาบดแล้วใส่น้ำอุ่นลงไปก็ได้ นำมาผสมกับดินสอพองให้มีความหนืดนิดๆ จากนั้นทาหน้าให้ทั่ว หรือทาเฉพาะบริเวณสิวอักเสบ หรือจะเอาน้ำสดๆ ทาเลยก็ได้เช่นกัน สามารถทำได้ทุกวัน รับรองเห็นผลไว้ เพราะว่าในเปลือกมังคุดจะมีสาร GM – 1 ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และสาร Xanthone ช่วยลดการอักเสบ และ Tannin ช่วยสมานแผล

2. มะนาวและมะเขือเทศ

เจลล้างหน้าลดสิว

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา + เนื้อมะเขือเทศสับ หรือปั่นละเอียด 1 ลูก ลูกขนาดกลางๆ ผสมกันแล้วทาหน้าทิ้งไว้ 10 – 15 นาที จากนั้นก็ล้างออก หรือว่าจะใช้มะเขือเทศอย่างเดียวหั่นแล้วเอามามาส์กหน้าก็ได้เช่นกัน คุณประโยชน์ในมะเขือเทศมีสาร Licopersioin ที่ช่วยจัดการเชื้อแบคทีเรีย และมีกรดอ่อนๆ และน้ำมะนาวที่มี Alpha Hydroxy Acids ช่วยลดการอักเสบ และทำให้หัวหนองเปิด สิวอักเสบหลุดออกมาได้ง่าย ช่วยสมานแผลได้เร็วขึ้นด้วย

3. ว่านหางจระเข้

เจลล้างหน้าลดสิว

สมุนไพรไทยที่ใช้ง่ายจนต้องบอกต่อ ใช้ว่านหางจระเข้ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป แช่น้ำทิ้งไว้ 10 – 15 นาที เพื่อเอายางออก จากนั้นก็ปอกเปลือกเพราะว่าเราจะใช้แค่วุ้นใสๆ แล้วนำมาล้างน้ำอีกรอบ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทาบนใบหน้า หรือเฉพาะตรงจุดที่สิวอักเสบได้ ในว่านหางจระเข้มีสาร Carboxypeptidase ช่วยลดอาการอักเสบ และ Aloctin A ที่ช่วยสร้างเซลล์ใหม่

4. มะละกอ

เจลล้างหน้าลดสิว

มะละกอสุกนอกจากจะทานได้และดีต่อร่างกาย ดีต่อผิวแล้ว ยังสามารถนำมาบดผสมกับข้าวโอ๊ตหรือน้ำผึ้งก็ได้เช่นกัน ทาทิ้งเอาไว้บนใบหน้า 10–15 นาที แล้วล้างออก ทำได้สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง จะดีต่อผิวมาก เพราะในมะละกอสุกจะมีสาร ชื่อ Papain และ Chymopapain ช่วยลดอาการอักเสบ และทำให้สิวยุบเร็ว

5. กระเทียม

เจลล้างหน้าลดสิว

ใช้กระเทียมกลีบใหญ่ 2–3 กลีบ บด หรือคั้นเอาแต่น้ำ ใช้น้ำกระเทียมมาทาบริเวณเฉพาะจุดเท่านั้น อย่าทาทั่วใบหน้า น้ำกระเทียมจะช่วยลดอาการอักเสบได้เร็ว แต่ว่าทาทิ้งไว้แค่ 10–15 นาทีพอจากนั้นล้างออกให้สะอาด หากทิ้งไว้นานาเกิดอาจทำให้ผิวไหม้ได้

หรือเราจะนำน้ำกระเทียมผสมกับน้ำสายชู ในสัดส่วนที่เท่ากันแล้วทาบริเวณสิวอักเสบทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกก็ได้เช่นกัน ในกระเทียมจะมีสาร Alliin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดอาการอักเสบ 

6. ขมิ้นชัน + ปูนแดง

เจลล้างหน้าลดสิว

ใช้ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา + ปูนแดงปริมาณ 1/2 ช้อนชา + น้ำมะนาว 1 ช้อน ผสมให้เข้ากันทาบริเวณสิวอักเสบ ทุกเช้า – เย็น ทำได้สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ในขมิ้นจะมีสาร Curcuminoids ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ปูนแดงช่วยการสมานแผล และมะนาวสรรพคุณเยอะมาก ทั้งช่วยลอกเซลล์ผิวและลดอาการอักเสบ

7. หอมแดง

เจลล้างหน้าลดสิว

หอมแดง 1 ผล สับละเอียดคั้นเอาแค่น้ำของมัน ทาบริเวณสิวอักเสบทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำได้ทุกวัน แต่บางคนอาจจะไม่ชอบวิธีนี้ เพราะว่าหอมแดงจะมีกลิ่นฉุน เราสามารถลดกลิ่นได้โดยการเอาไปแช่ตู้เย็น ในหอมแดงจะมีสาร Allicin และ Diallyl disulfide ยับยั้งแบคทีเรียได้อยู่หมัด

8. ตำลึง

เจลล้างหน้าลดสิว

นอกจากเอาไปทำอาหารแล้ง ตำลึงยังสามารถทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีก โดยใช้ต้นตำลึง 1 กำมือ ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำ ชุบสำลีแล้วแปะเอาไว้บนสิวอักเสบประมาณ 15 – 20 นาที จากนั้นล้างออก สามารถทำได้ทุกวัน เพราะว่าตำลึงมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบได้ดีมาก

นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนร่างกาย และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็เป็นวิธีลดสิวแบบทางอ้อมที่ดีอีกทางหนึ่ง เพราะจะทำให้ผิวชุ่มชื้น สุขภาพดีจากภายใน และไม่ผลิตความมันส่วนเกินออกมา ปัญหาสิวก็จะลดลงตามไปด้วย


อ้างอิง

https://skinx.app/content/acne/comedones-acne

https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/1321183

ครีมกันแดดรองพื้น 10 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า

ครีมกันแดดรองพื้น 10 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า

ครีมกันแดดรองพื้น 10 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า รองพื้นเป็นไอเทมที่สาวๆ ทุกคนชอบใช้ (หรืออาจะมีบางไม่ใช้) รวมถึงครีมกันแดดเป็นไอเทมตัวเด็ดที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ร้อนแรงเกินจะทน ถ้า 2 ไอเทมนี้มารวมกันในชิ้นเดียวมันจะดีงามขนาดไหน ใครที่อยากได้ไอเทมกันแดดรองพื้นชิ้นพิเศษ ตามมาทางนี้ได้เลย เราจะพาคุณมาพบกับ ครีมกันแดดรองพื้น 10 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า 

1. CUTE PRESS SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดรองพื้น

ไม่รู้ว่าจะมีเครื่อง + ไปไหนมากมาย แต่นั่นก็บอกได้ถึงการปกป้องอย่างเหนือชั้นในทุกสภาวะแสงแดด แม้แดดเมืองไทยจะร้อนแรงขนาดไหน Cute Press SPF50+ PA++++ เอาอยู่แน่นอน จากช้อปคิวท์เพรส

กันแดดที่มีขนาดของอณูเล็กมากๆ ป้องกัน UVB และ UVA1/2 นอกจากนี้ยังพิเศษด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลและวิตามินซี ช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวใส ไร้สิว ลดจุดด่างดำ คุมความมัน ปริมาณ 30 มิลลิลิตร ราคา 379 บาท

2. MINUS-SUN SPF 40 PA+++

ครีมกันแดดรองพื้น

Minus-Sun มาในสูตรใหม่แบบ Facial Sun Protection SPF 40 PA+++ คุณอาจจะคิดว่าเพียงแค่ค่า SPF 40 PA+++ จะกันแดดเมืองไทยได้เหรอ บอกเลยว่าเอาอยู่แน่นอน และเนื้อรองพื้นที่เรียบเนียน ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วเพิ่มความขาวถึง 2 ระดับ ดีต่อใจ ใครๆ ก็ชอบ ปริมาณ 25 กรัม ราคา 250 บาท

3. Eucerin CC Cream SPF50 Acne Oil Control

ครีมกันแดดรองพื้น

ครีมกันแดดผสมรองพื้นจาก Eucerin สำหรับคนที่มีผิวบอบบางหรือเป็นสิวแพ้ง่าย เพราะว่าไม่มีซิลิโคนอุดตัน ช่วยปกปิดรอยสิวให้ผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ พร้อมลดปัญหาสิวใน 1 เดียว เพราะมีส่วนผสมจากลิโคไรซา ช่วยลดแบคทีเรียสะสมจึงช่วยลดปัญหาสิวได้ เนื้อเจลครีมสีเบจแต่บางเบา ไม่มันระหว่างวัน ทำให้ออกแดดได้อย่างมั่นใจ ปกป้องแดดอย่างมีคุณภาพ ปริมาณ 50 กรัม ราคา 1,500 บาท

4. L’Oreal Paris Dermo Expertise UV Perfect BB Max SPF50 PA++++ 

ครีมกันแดดรองพื้น

จากแบรนด์ชื่อดัง L’Oréal เนื้อครีมกันแดดสูตร BB โลชั่น ปกป้องผิวได้ดีไม่ให้รังสียูวีเข้ามาทำร้ายผิวอันบอบบาง ปกปิดรอบต่างได้ทุกผิว ป้องกันแสงแดดได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง เนื้อครีมมีความเนียนละเอียด ไม่มัน ไม่เงา ไม่แพ้ ไม่เกิดสิว ใช้แล้วทำให้รอยหมองคล้ำดูลดเลือน รูขุมขนก็ดูกระชับขึ้นด้วย ขวดเดียวครบ ใช้ง่ายสบายๆ ตลอดวัน ปริมาณ 30 มิลลิลิตร ราคา 399 บาท

5.  ANESSA SPF50++ PA+++

ครีมกันแดดรองพื้น

ANESSA SPF50++ PA+++ ที่ผสมผสานคอลลาเจน และรองพื้นสูตร BB SPF50++ PA+++ เอาไว้ในตัวเดียว ช่วยปกป้องผิวของคุณจาก รังยูวีเอ ยูวีบี พร้อมบำรุงผิวของล้ำลึก ปริมาณ 30 กรัม ราคา 1,300 บาท

6. PHD SPF50+ PA+++

ครีมกันแดดรองพื้นPhD SPF50+PA+++ ไม่ว่าสภาพผิวของคุณจะเป็นแบบไหน คุณก็สามารถใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวล พร้อมกันเหงื่อ กันน้ำ ท้าแดด ท้าลม ตลอดวัน ไม่มีหวั่น ปกป้องยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีเอนแคปซูเรชั่น ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 990 บาท

7. Biore UV CC Color Control Milk SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดรองพื้น

จะขาดกันแดดจาก Biore ไปไม่ได้ โดยรุ่นนี้เป็นโลชั่นกันแดดเนื้อน้ำนมสีเบจ ที่มีเทคโนโลยี Waterproof UV Film ช่วยให้กันแดดติดทนนาน และปกป้องผิวจากแสงแดด รังสี UVA/UVB มาพร้อมกับเทคโนโลยี Color Control ที่ช่วยปรับผิวให้สวย เรียบเนียนสม่ำเสมอ ติดทนนานอีกด้วย แต่มีเนื้อสัมผัสบางเบาสบายผิว เกลี่ยง่ายมาก กันแดดกันน้ำติดทนนาน ไม่ทำให้เครื่องสำอางไหลเยิ้มด้วย และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ปริมาณ 15 กรัม ราคา 360 บาท

8. Bioderma Photoderm Cover Touch

ครีมกันแดดรองพื้น

นอกจาก Bioderma Photoderm Cover Touch จะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยปกปิดลดเลือนรอยฝ้าแดด และสิว แบบ 2 in 1เนื้อสัมผัสมีความแมตต์ แต่ยังสามารถเกลี่ยลงบนผิวได้ง่าย  ปกป้องสูงสุดเหนือกว่าด้วย SPF 50+ ตัวนี้ใครที่เป็นกังวลเรื่องความมันใช้ได้หายห่วง เพราะว่าช่วยดูแลเรื่องความมันของคุณได้ตลอด 8 ชั่วโมง และเป็นครีมกันแดด​​สูตรมิเนอรัล ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันผิวตามธรรมชาติ ทำให้ช่วยปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำร้าย และยังป้องกันไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัยด้วย ถือว่าเป็นครีมกันแดดที่มี่ 2 คุณค่าในตัวเดียว ปริมาณ 40 กรัม ราคา 940 บาท

9. Smooth E Physical White Babyface

ครีมกันแดดรองพื้น

ใครที่ผิวแพ้ง่าย บอบบาง เราแนะนำแบรนด์ Smooth E เพราะว่าแบรนด์นี้ทำมาเพื่อคนผิวบางโดยเฉพาะ Smooth E Physical White Babyface เป็นเวชสำอางที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ คืนความสดใสให้ผิว ลด ฝ้า กระ จุดด่างดำ Non Chemical ไม่มีสารตกค้าง หรือสารเคมีที่จะมาทำร้ายผิว ช่วยสะท้อนรังสี UVA/UVB ออกจากผิว ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับผิวหน้า ปราศจากการระคายเคือง และอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ปริมาณ 15 กรัม ราคา 360 บาท

10. Shiseido BB For Sports

ครีมกันแดดรองพื้น

Shiseido BB For Sports กันแดดในรูปแบบบีบี พร้อมช่วยดูแลและปรับผิวให้สวยสุขภาพดี และดูมีมิติในเวลาเดียวกัน เป็นครีมกันแดดเนื้อ BB ที่สามารถช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ และยังทำให้ผิวเนียนเป็นธรรมชาติหรือไม่เป็นคราบแต่อย่างใด ที่สำคัญคือตัวนี้เป็นสูตร WetForce จึงไม่ต้องกังวลที่ต้องเผชิญแดดจัดๆ เหงื่อออกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้ง ทำงานกลางแสงแดด เพราะสามารถปกป้องผิวได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญทาง่ายมาก ปริมาณ 30 มล. ราคา 1,350 บาท

ลองดูสำหรับ ครีมกันแดดรองพื้น 10 ตัวที่ได้นำเสนอไป รับรองว่าสู้กับแดดเมืองไทยได้อย่างสบายๆ แถมหน้าเนียนใสด้วยแน่นอน เป็นไอเทมระดับเทพที่คุณต้องมีไว้ เพราะว่าแดดเมืองไทยร้อนแรงเหลือเกิน และครีมกันแดดจะช่วยทำให้ปกป้องผิว จนแสงแดดไม่สามารถทำอะไรผิวของคุณได้เลย


ล้างครีมกันแดด และล้างเครื่องสำอาง ต้องล้างให้หมดจด

ครีมกันแดดรองพื้น

ล้างครีมกันแดด และล้างเครื่องสำอาง ต้องล้างให้หมดจด หลายๆ คนเป็นกันบ้างไหม เวลาล้างหน้ามันล้างออกไม่หมด ล้างยังไงก็ไม่สะอาด ทั้งครีมกันแดด เครื่องสำอาง มลภาวะ และละอองฝุ่นที่ตกค้างบนใบหน้า

แล้วหากล้างไม่สะอาดแบบนี้บนใบหน้าก็มีสิ่งสกปรกตกค้าง ผิวหน้าก็ไม่เรียบเนียนใส โอ้ย ปวดใจจริงๆ แต่ไม่เป็นไร เพราะว่าวันนี้เราจะมาบอกถึงวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในการล้างหน้า เพื่อคืนความขาวใส ไร้สิว ทั้งล้างครีมกันแดด ล้างเครื่องสำอาง และล้างให้สะอาดกันเลยทีเดียว

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ดี

ครีมกันแดดรองพื้น

แน่นอนว่าการทำความสะอาดหน้าให้ได้หมดจด ทั้งครีมกันแดด เครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกต่างๆ ในขั้นตอนเดียว เพียงแค่นั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ อีกทั้งในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าบางยี่ห้อยังทำให้เราผิวหน้าแห้งตึงได้ โดยเฉพาะประเภทที่มีสครับ โฟม หรือเจลล้างหน้า แนะนำให้ใช้เครื่องสำอางเช็ดหน้าหรือคลีนซิ่งต่างๆ ก่อนหนึ่งรอบ เพื่อเช็ดให้สิ่งที่ตกค้างหรือผลิตภัณฑ์ที่แต่งหน้าออก แล้วจึงใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทำความสะอาดอีกครั้ง ทางที่ดีควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีน้ำหอม เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองได้

การล้างหน้าด้วยสบู่

ครีมกันแดดรองพื้น

หลายคนยังคงติดการล้างหน้าด้วยสบู่อยู่เช่นเคยเพราะว่าง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่ผิด แม้ว่าสบู่จะสามารถล้างไขมันออกได้อย่างหมดจด แต่ว่าเครื่องสำอางที่เกาะติดใบหน้านั้นล้างออกได้ยาก

และสบู่ยังเป็นด่าง ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าเป็นชื่นชอบของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และที่สำคัญสบู่ยังทำให้ใบหน้าแห้งจนเกินไป และอาจเกิดการระคายเคืองได้ง่าย


การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เหมาะกับผิว

ครีมกันแดดรองพื้น

1. สบู่สังเคราะห์

สบู่ประเภทนี้จะทำขึ้นมาโดยให้มีค่า pH ที่เหมาะสมกับผิวหน้า สบู่สังเคราะห์สามารถใช้ล้างหน้าได้ดีกว่าสบู่ทั่วไป เพราะว่านอกจากจะช่วยให้ล้างหน้าได้อย่างสะอาดแล้วยังไม่ทำให้ผิวแห้ง และเพิ่มความชุ่มชื้นได้ในบางยี่ห้อ

2. โลชั่นหรือออยล์เช็ดเครื่องสำอาง

โลชั่นหรือออยล์เหล่านี้ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ล้างหรือเช็ดเครื่องสำอางโดยเฉพาะ ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ลึกล้ำมากยิ่งขึ้น อยากจะแนะนำสำหรับคนที่มีผิวแห้งถึงแห้งมากให้ลองใช้ cleansing oil ของ L’Occitane ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นก็ใช้โลชั่นล้างหน้าของนีเวีย ราคาเบาๆ แต่คุณภาพเกินตัว

3. ครีมทำความสะอาด

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าในลักษณะครีมเช่นเดียวกับออยล์หรือว่าโลชั่น คุณสมบัติคล้ายกัน โดยจะพิเศษกว่าตรงที่ใช้สำหรับคนที่แต่งหน้าจัด เพราะว่ามีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูงกว่า แต่ถ้าใครไม่ค่อยแต่งหน้า หรือแต่งหน้าบางก็ไม่ต้องใช้ตัวนี้ ไม่ต้องคิดว่าใช้แล้วจะดีกว่า เพราะสำหรับคนที่แต่งหน้าน้อยๆ ใช้แบบโลชั่นหรือออยล์นั่นก็เพียงพอแล้ว

4. โลชั่นเช็ดหน้า

จริงๆ แล้วมีหลายคนชอบวิธีนี้ แต่เราเองเลือกที่จะล้างหน้าดีกว่า เพราะว่าให้ความรู้สึกว่าสะอาดมากกว่า แต่ใครที่ต้องการความเร่งรีบ หรือว่าไม่มีเวลาก็สามารถใช้โลชั่นเช็ดหน้าได้เช่นกัน แต่ขอแนะนำว่าควรเลือกที่ไม่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์นะ

5. สครับหน้า

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ไม่ใช่เพียงทำความสะอาดได้อย่างยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ว่ายังช่วยขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือสครับหน้าได้อีกด้วย แต่ว่าขอแนะไม่ควรใช้เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

6. ข้อแนะนำ

สำหรับคนที่ผิวแห้งความเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบที่มีไขมันเป็นส่วนผสมสักหน่อย พยายามอย่าไปถู ขัด โดยใช้แรงมากเกินไประหว่างเช็ด หรือล้างหน้า เพราะโดนธรรมชาติแล้วผิวของเราทุกคนบอบบางมากและความเลือกสูตรอ่อนโยนเพื่อการถนอมผิวให้มากที่สุด การล้างหน้าในตอนเช้าเราไม่จำเป็นต้องใช้อะไรมากมาย บางคนใช้เพียงน้ำสะอาดก็พอแล้ว

แต่ว่าเพื่อความสะอาดมากยิ่งขึ้นคุณอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวประเภท soap less cleanser ก็ได้ ส่วนในตอนเย็นหรือหลังจากกลับมาที่บ้าน สำหรับคนที่แต่งหน้าจัด อาจจะใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าก่อนการล้างก็ได้


วิธีล้างเครื่องสำอางให้หมดจด

ครีมกันแดดรองพื้น

สำหรับหลายคนที่แต่งหน้าคงจะล้างออกยากมาก และยิ่งคนที่แต่งหน้าจัดเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะฉะนั้นแล้วเราต้องมาเรียนรู้วิธีการทำความสะอาดผิวหน้าให้ถูกต้องกันนะ

1. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางทาบริเวณใบหน้า และเริ่มนวดเบา เพื่อให้ซึมซาบเข้าสู่เครื่องสำอางและง่ายต่อการล้างออก

2. การเลือกเครื่องสำอางมาใช้ควรเลือกประเภทที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ละลายน้ำได้ดี

3. ควรเบามือเวลาเช็ดเครื่องสำอาง หรือขณะล้างเครื่องสำอางเพื่อให้ผลกระทบต่อผิวให้น้อยมากที่สุด


อ้างอิง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rumpuey&month=15-11-2007&group=28&gblog=3

https://sistacafe.com/summaries/26479-รีวิว6ครีมกันแดดสำหรับผิวเป็นสิวง่ายหน้ามันแพ้ง่ายตัวโดนคู่ควรกับหน้าเราที่สุด

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น 20 วิธีรักษาให้หายหมดจด เห็นผล 100%

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น และเกิดสิว

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น 20 วิธีรักษาให้หายหมดจด เห็นผล 100% สิวผดมีลักษณะคล้ายผื่นหรือเล็กๆ และมีลักษณะแหลม ในช่วงเช้าเราอาจจะไม่สังเกตเห็น แต่ว่าในช่วงบ่ายจะเห่อออกมา ทำให้เห็นได้ชัดมาก ในบางครั้งจะมีอาการคันหรือแดง ยิ่งเราล้างหน้าบ่อยก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น พบได้บริเวณใบหน้า หน้าผาก และขมับ มีทั้งอักเสบและไม่อักเสบ 

สาเหตุการเกิดสิวผด

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

ส่วนมากแล้วสิวผดเกิดจากแสงแดด และความร้อน เพราะว่าจะไปกระตุ้นให้ต่อมเหงื่ออุดตัน ระบายเหงื่อออกมาไม่ได้ เพราะเหตุในนี้ในช่วงที่อากาศเย็นเราจึงไม่ค่อยพบสิวผด ซึ่งในอากาศของบ้านเรามันก็เอื้อต่อการเกิดสิวผดอย่างมาก เพราะว่าส่วนใหญ่มีแค่หน้าร้อนกับหน้าร้อนมาก

สิวผด เกิดจากยีสต์ P.ovale เมื่อเข้าหน้าร้อน หรือในช่วงที่มีอากาศร้อน ไขมันบนหน้าของเราจะเป็นอาหารของมัน จนเกิดการแบ่งตัวแล้วกลายเป็นสิวผด บีบยากมาก บางทีบีบแล้วก็ไม่มีอะไรออกมา และยิ่งบีบหนักๆ เข้าก็จะอักเสบกลายเป็นปัญหาหนักเข้าไปอีก

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวผด

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

  • เกิดจากการแพ้ผลิตภัณฑ์
  • แพ้น้ำหรือเหงื่อ
  • มลพิษจากสภาวะอากาศ และสิ่งแวดล้อม
  • ใช้น้ำอุ่นล้างหน้าบ่อยเกินไป
  • การเช็ด ถู หรือขัดหน้าบ่อยๆ แรงๆ
  • แพ้เครื่องสำอางบางประเภท
  • นอนน้อย นอนไม่หลับ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สมบูรณ์

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น 20 วิธีรักษาให้หายหมดจด เห็นผล 100%

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

  1. อย่างแรกที่ต้องทำคือการรักษาความสะอาดของใบหน้าให้มากที่สุด และหยุดการรบกวนใบหน้า เช่น การนวดหน้า ขัดหน้า เช็ดถูหน้า เพราะว่ามือของเราในบางครั้งจะสกปรก ทำให้เกิดการกระตุ้นของสิว
  2. ล้างหน้าอย่างถูกวิธี การล้างหน้าบางครั้งก็เป็นอันตรายต่อผิวเช่นกัน เช่น การล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะว่าจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวผด ไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2-3 ครั้ง
  3. เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาด เนื่องจากเครื่องสำอางเป็นสิ่งแปลกปลอมและอาจมีสารเคมี หรือแม้แต่วันที่ทาแค่ครีมกันแดด หากไม่เช็ดทำความสะอาดให้ดี ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวผดได้ด้วย
  4. ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเพาะว่าความร้อนจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวผด และหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่ หรือโฟมล้างหน้า
  5. สภาพจิตเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าความเครียดจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก นอนให้เป็นเวลา และพักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึก
  6. อาหารควรทานให้ครบตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะพวกผัก ผลไม้ และแร่ธาตุสังกะสี นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้มาก เพื่อคืนความชุ่มชื้นสู่ผิว
  7. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แพ้ อย่างที่ได้บอกเอาไว้ว่าไม่ควรใช้อะไรทั้งนั้นระหว่างที่กำลังเกิดสิวผด แต่ว่าเราสามารถบำรุงหน้าได้ด้วย ว่านหางจระเข้ โรสแมรี ฯลฯ แต่อย่าลืมว่าก่อนนอนต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง เพราะอาจกลายเป็นสาเหตุของปัญหาสิวอุดตัน
  8. หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด แต่หากว่ามีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับแสงแดด ควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง แต่ถ้าจะให้ดีควรเลือกครีมกันแดดที่มีความมันน้อย อ่อนโยนต่อใบหน้า และมีค่า SPF 15 PA+++
  9. ยาคีโตโคนาโซล คือยาที่ใช้ทาเพื่อลดสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ แต่ว่าต้องใช้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  10. ยาอะดาพาลีน คือยาในกลุ่มของ เรตินอยด์ เช่นยา “ดิฟเฟอริน” เพื่อใช้ทาก่อนนอนให้สิวผดมีหัวขึ้นมา แล้วทำการรักษาอีกทีหนึ่ง
  11. ทำเลเซอร์ หลายคนที่ไม่ค่อยมีเวลาและต้องการการดูแลผิวอย่างรวดเร็ว การทำเลเซอร์ถือเป็นตัวเลือกที่หลายคนใช้ แต่ว่าจะมีผลข้างเคียงคือทิ้งรอยดำๆ เอาไว้บนใบหน้า ถึงจะเป็นเช่นนั้นหลายคนก็เลือกที่จะมารักษารอยดำกันทีหลัง
  12. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หลายคนมีปัญหาสิวผดเรื้อรัง เพราะมันขึ้นถาวรเมื่อรักษาหายมันก็ขึ้นมาอีก ถ้าเป็นเช่นนี้ควรใช้วิธีรักษาสิวผดอย่างถูกต้อง โดยการทายาตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
  13. มะนาว + ผงพิเศษตราร่มชูชีพ + แป้งโยคี นี่คือสูตรที่ดีมาก เพราะนอกจากรักษาสิวผดได้อย่างชัดเจน ยังช่วยให้ผิวมันหายไปอย่างหมดจด วิธีทำ คือ นำ ผงพิเศษตราร่มชูชีพ + แป้งโยคี มาผสมให้เข้ากันในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นนำน้ำมะนาวคั้นสดๆ มาใส่เพื่อให้เกิดความเหนียว แบบหนืดๆ ไม่ต้องเหลวมาก แล้วนำมาพอกหน้า ยิ่งใช้ผิวของคุณจะยิ่งดีขึ้น
    ข้อแนะนำสามารถทาก่อนนอน และทิ้งไว้จนถึงตอนเช้าได้เลย ในครั้งแรกอาจมีอาการแสบๆ คันๆ เล็กน้อย บริเวณที่มีสิวอักเสบ เพราะว่าฤทธิ์ของมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า รูขุมขนสะอาด และสลายไขมันอุดตันต้นเหตุของการเกิดสิวผดได้อย่างหมดจด แต่ถ้าใครผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้วิธีนี้
  14. ผงหอมศรีจันทร์ + โยเกิร์ต แบรนด์ไทยใช้ดี ผงหอมศรีจันทร์ สามารถช่วยลดสิวผดได้อย่างไม่น่าเชื่อ จริงๆ แล้วเรามีหลายสูตรกันที่คนนิยมใช้ แต่ในวันนี้เราจะมาใช้สูตรผสมกับโยเกิร์ต โดยการเอาโยเกิร์ตธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงหอมศรีจันทร์ 1 ช้อนโต๊ะ ทาหน้าทิ้งเอาไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ช่วยขจัดสิ่งสกปรก สิ่งที่อุดตันในรูขุมขน กระชับผิว สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รักษาสิวผด ลดความมันบนใบหน้าได้ดี
  15. เลิกใช้ครีมที่แพ้ ถ้ามันใช้แล้วแพ้ก็เลิกใช้ก่อน อย่าคิดว่าของแพงจะดีเสมอไป เลือกใช้ให้ตรงกับสภาพผิวจะดีที่สุด และเมื่อเกิดอาการแพ้ให้ดูว่าผลิตภัณฑ์ที่เราแพ้มีส่วนผสมของอะไร คราวหน้าจะได้ไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมพวกนี้ แพ้อย่างฉลาดต้องรู้จักตัวเอง
  16. หยุดใช้เครื่องสำอางทุกอย่าง เมื่อเกิดอาการแพ้เราต้องงดใช้ทุกอย่างแม้กระทั่งครีมบำรุง เพราะว่าพวกนี้จะไปยับยั้งการรักษาอาการแพ้ให้หายช้า แล้วรักษาอาการแพ้ให้หายก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้ใหม่
  17. ทายาลดผดผื่นคัน หากว่ามีอาหารไม่มากมายเท่าไหร่เราสามารถไปปรึกษาเภสัชตามร้านขายยาได้เลย เช่น ยาทาลดอาการคัน หรือยาที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole ยาเหล่านี้จะช่วยลดอาการแพ้ แต่หากว่ามีอากรแพ้ที่รุนแรง แน่นอนคงไม่ต้องให้บอก ปรึกษาแพทย์ด่วนเลย
  18. ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำสะอาดล้างหน้าสำคัญมาก ไม่ต้องใช้โฟมเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้มากยิ่งขึ้นไปอีก น้ำสะอาดธรรมดานี่อหละดีที่สุดแล้ว ไม่แพ้แน่นอน รอหายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับมาบำรุงผิวหน้ากันใหม่ก็ยังไม่สาย
  19. งดการมาส์กหน้า แม้แต่การมาส์กหน้าเราก็ต้องหยุดเช่นกัน เพราะการมาส์กหน้าอาจจะมีสารบางอย่างที่ทำให้หน้าแพ้กว่าเดิม จึงควรงดไปก่อน
  20. อย่าบีบสิว บางคนเวลาเกิดอาการแพ้จะมีสิวขึ้นหนัก โดยเฉพาะคนที่มีสิวอยู่แล้วสิวจะยิ่งเห่อขึ้นมากหนักว่าเดิม อย่าบีบเด็ดขาด! เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลเป็น อาการแพ้ก็จะหายช้า หากว่ามีอาการอักเสบสามารถซื้อยาทาได้ เช่น Clinda-M , Clindalin gel เป็นยาแต้มสิวที่นิยมใช้กัน

นี่ก็เป็น 20 วิธีช่วยคุณได้ เห็นผล 100 % คนเรานั้นมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน บางคนแพ้ยาตัวนั้น ครีมตัวนี้ หรืออาหารตัวโน่น จนทำให้ผิวเกิดผลกระทบเกิดสิว มีผื่น มีตุ่มน้ำเม็ดเล็กๆ คันจนเกาไม่หยุด จนทำให้มีอาการอักเสบ ดังนั้น ดูแลจากภายนอกแล้ว การดูแลภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ รักษาสุขภาพของจิตให้แข็งแรง ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้ผิวของเราแข็งแรงขึ้นได้


7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด หายชะงักพร้อมรักษารอยแผลเป็น

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด หายชะงักพร้อมรักษารอยแผลเป็น สำหรับคนที่เป็นสิว ใครไม่เป็นคงไม่เข้าใจว่ามันบั่นทอนความมั่นใจอย่างรุนแรงแค่ไหน เพราะฉะนั้นการตามหาผลิตภัณฑ์รักษาสิวจึงเป็นเรื่องที่ถูกค้นหาใน Google จำนวนหลายพันครั้งต่อวัน และในวันนี้เรามีครีมดีๆ มานำเสนอกับ 7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด รับรองว่าครีมทั้ง 7 ตัวนี้จะทำให้คุณประทับในผลลัพธ์อย่างแน่นอน

1. HIRUSCAR POSTACNE

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

เนื้อเจลสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว และลึกล้ำ ลดรอยดำ รอยหลุม รอยแดง และลดปัญหาของการเกิดสิวได้อย่าชะงัก ราคา 350 บาท ขนาด 10 กรัม

2. SCAR ESTHETIQUE

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

ด้วยการผสมสารสกัดจากเปลือกสน ทำให้ช่วยฟื้นฟูผิว รักษารอยแผลใหม่จากสิวได้อย่างรวดเร็ว และยังมีสารสกัดจากหัวหอมกับเมล็ดองุ่น ทำให้สิวอักเสบลดอาการลง ไม่เกิดรอยแดง และช่วยยับยั้งการสร้างคอลลาเจน และการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เกินความจำเป็น อันเป็นสาเหตุของการเกิดรอยนูนแดง ช่วยให้รอยแผลของสิวดูจางลง ราคา 450 บาท

3. CYBELE SCAGEL

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์รักษาสิวเนื้อเจลใส ไม่มีกลิ่น ซึมเข้าสู่ผิวทันทีที่ทา ไม่เหนียว และช่วยให้รอยดำหยุดลงจนจางหายในที่สุด อีกทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว และเต็มไปด้วยสารสกัดจากผลไม้ เช่น มะขาม และผลไม้อื่นๆ ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่า ราคา 158 บาท ขนาด 9 กรัม

4. HIRUDOID MILD CREAM

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

ได้ยินชื่อนี้มานานมาก สินค้ายอดนิยมสำหรับการแก้ปัญหาสิว ลบรอยแผลเป็นได้ทุกที่บนผิวของเรา ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่เกิดอาการแพ้ ไม่เหนียว ดีงานพระราม 8 ใช้มาตั้งแต่เด็กจนโต แถมยังลดอาการอักเสบ ชิวๆ กับผิวสวยได้เลยหายห่วง ราคาก็เบามีทั้งแบบ 122 บาท ขนาด 10 กรัม และ 405 สำหรับขนาด 50 กรัม

5. SMOOTH-E CREAM

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

Smooth E ชื่อนี้ก็เป็นหนึ่งเรื่องรักษาสิว ว้าว !!! ขจัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ ไม่มีผิดหวัง สำหรับท่านที่ประสบปัญหาสิว สิว แล้วก็สิว แถมยังช่วยบำรุงผิวให้สดใส ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ราคา 120 บาท ขนาด 15 กรัม

6. SCARLESS

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาตินานาชนิด เรียกว่าสร้างมาโดยธรรมชาติก็ว่าได้ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยสมานรอยแผลได้อย่างรวดเร็ว ลดเลือนทุกริ้วรอย ไม่เหนียว ราคา 234 บาท ขนาด 20 กรัม

7. MEDMAKER VITAMIN E CREAM

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

เภสัชยังแนะนำ มีวิตามิน E ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอบนผิวหน้าได้อย่างดีเยี่ยม รอยแผลต่างๆ ดูจางลงอย่างชัดเจน สร้างความชุ่มชื่นตลอดทั้งวัน ให้ผิวหน้าเต่งตึงสดใส ไม่ต้องหลบหน้าใคร ราคา 85 บาท ขนาด 20 กรัม

หมดปัญหาเรื่องผิว พิชิตสิวด้วย 7 ครีมรักษาสิวที่ดีที่สุด คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามที่สบายใจกันไปเลย รับรองว่าหน้าจะใสขึ้นได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญอาจจะต้องใช้เสียหน่อย อย่าเพิ่งด่วนใจร้อน บีบสิวให้หน้าพังมากกว่าเดิมกันนะ


อ้างอิง

https://medthai.com/สิวผด/

http://acnedefend.blogspot.com/2013/11/allergic-acne.html

10 รองพื้นใช้ดี รีวิวสุดยอดที่ใครๆ ก็ต้องชอบ

10 รองพื้นใช้ดี รีวิวสุดยอดที่ใครๆ ก็ต้องชอบ

10 รองพื้นใช้ดี รีวิวสุดยอดที่ใครๆ ก็ต้องชอบ ใครบ้างที่ผิวหน้าดูไม่สวย ใครบ้างที่มีผิวหน้าเยินซะจนไม่อยากออกจากบ้าน และใครบ้างละที่ไม่อยากสวย แน่นอนว่าการใช้รองพื้นก็คือคำตอบ และวันนี้เรามี 10 รองพื้นใช้ดี ที่ใครๆ ก็ชอบมาฝากให้สาวๆ ได้เลือกกัน จะได้เป็นตัวเลือกให้หลายๆ คนได้ลองใช้กัน ถ้าใช้แล้วดีอย่าลืมมาบอกต่อกันนะ

1. MAKE UP FOR EVER ULTRA HD FOUNDATION

รองพื้นใช้ดี

ตัวนี้ก็มากับชื่อที่มีคำว่า HD แน่นอนว่างานรองพื้นนี่คือระดับกล้อง HD ซูมขนาดหนักก็ยังกลบได้ดี และถึงจะปกปิดได้ดีขนาดนั้น นั่นก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าคุณดูหนาโบ๊ะจนเกินไป เพราะทาแล้วยังไงก็ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้เหมือนผิวมีสุขภาพดี ไม่เคยมีปัญหาผิวมาก่อน ราคาอยู่ที่ 1,800 บาท

2. ESTEE LAUDER DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE MAKEUP SPF10/PA+++

รองพื้นใช้ดี

นี่เป็นรองพื้นในตำนานที่ใครๆ ก็ชอบ เพราะเป็นรองพื้นที่ดีงามและยังใช้ได้ดีมาก แถมยังช่วยให้ใบหน้าเด้งหน้าผ่องได้ตลอดทั้งวัน แม้ไม่ลงไพรเมอร์ก่อน รองพื้นตัวนี้ก็จะช่วยพรางรูขุมขนและรอยสิวได้ดี ราคาอยู่ที่ 1,750 บาท

3. KMA NOURISHES FOUNDATION

รองพื้นใช้ดี

แค่ส่องเนื้อรองพื้นก็รู้แล้วว่าการปกปิดบนผิวหน้าของรองพื้นตัวนี้จะดีขนาดไหน และไม่ต้องกลัวว่าเมื่อทาไปแล้วใบหน้าจะดูหนาไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งถ้าเกลี่ยดีๆ และเมื่อทาหน้าเสร็จแล้วก็จะทำให้ใบหน้าดูเนียนใสเด้ง ไม่ดูโบ๊ะหนาแน่นอน ราคาอยู่ที่ 590 บาท

4. REVLON COLORSTAY WHIPPED CREME MAKEUP

รองพื้นใช้ดี

มากับแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องรองพื้น ซึ่งถ้าใครที่กำลังต้องการตัวปกปิดผิวหน้าแบบสุดขั้ว แนะนำรองพื้นเนื้อมูส ที่เต็มไปด้วยความนุ่มเนียนในกระปุกตัวนี้เลย เพราะเมื่อทาแล้วใบหน้าจุดูผ่องเนียน ไร้ที่ติ และแม้ว่าจะมีปัญหาผิวใบหน้าที่หนักหนาสักขนาดไหน รองพื้นตัวนี้ก็จะช่วยปกปิดอำพรางผิวเนียนได้ในพริบตา ราคาอยู่ที่ 550 บาท

5. CATRICE VELVET FINISH FOUNDATION WITH HYALURON

รองพื้นใช้ดี

นี่เป็นรองพื้นเนื้อกำมะหยี่ ที่เมื่อทาลงบนผิวหน้าแล้ว จะทำให้ผิวสวยเด้งแบบสุดๆ แถมยังจะช่วยปกปิดร่องรอยบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย และใครที่มีรูขุมขนกว้าง รองพื้นตัวนี้ก็จะช่วยกลบให้รอยนั้นหายไปได้เลย ราคาอยู่ที่ 480 บาท

6. MAYBELLINE DREAM MATTE MOUSSE

รองพื้นใช้ดี

รองพื้นตัวนี้ มีชื่อเสียงมากๆ ที่เมืองนอก เพราะมีเนื้อรองพื้นแบบมูส และสามารถเกลี่ยได้ง่าย มีความเนียนนุ่ม มีสีที่เป็นธรรมชาติ และยังปกปิดผิวได้ดี เนียนสนิทมากๆ ราคาอยู่ที่ 449 บาท

7. COVERMARK WATERPROOF FOUNDATION UV JQ

รองพื้นใช้ดี

รองพื้นตัวนี้สามารถรองรับผิวได้ทุกรูปแบบ เพราะจะมีปัญหาผิวหน้าแบบไหนก็สามารถรับได้ โดยรองพื้นเนื้อครีมตัวนี้สามารถปกปิดผิวหน้าได้เนียนสนิท แถมยังช่วยในเรื่องของการกันน้ำและกันเหงื่อได้ด้วย ซึ่งใครที่มีปัญหาผิวแล้วต้องเร่งรีบไปออกงาน เลือกใช้กระปุกนี้ รับรองไม่ผิดหวัง ราคาอยู่ที่ 350 บาท

8. MTI SIGN COLLECTION MATT FOUNDATION

รองพื้นใช้ดี

นี่เป็นรองพื้นเนื้อครีมแบบแมตต์ ที่เหมาะกับสาวหน้ามันมากๆ แถมยังมาในกระปุกกลม ขนาดกำลังพอดีมือ ทำให้พกพาได้ง่ายสุดๆ และที่สำคัญยังช่วยในการปกปิดให้ผิวเรียบเนียนกริบ แต่ไม่ก็หนาจนเกินไป สำหรับใครกำลังจะไปออกงานหรือวันที่ต้องไปถ่ายรูป ใช้ตัวนี้รับรองผิวหน้าสวยแน่นอน ราคาอยู่ที่ 300 บาท

9. WET N WILD COVER ALL FOUNDATION

รองพื้นใช้ดี

เจ้ารองพื้นที่อยู่ในรูปแบบของหลอดบีบตัวนี้ มีความสามารถในการรองพื้นได้ดีมากๆ และด้วยความที่รองพื้นตัวนี้ผสมไปด้วยซิลิโคน นั่นจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกปิดเข้าไปอีกมาก ส่วนเรื่องควบคุมความมันก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ราคาอยู่ที่ 249 บาท

10. CUTE PRESS EVORY PERFECT SKIN PLUS VITAMIN E SUPER COVER FOUNDATION 

รองพื้นใช้ดี

บอกได้เลยว่ารองพื้นเนื้อครีมตัวนี้ มีเฉดสีที่เข้าได้ดีกับผิวสาวไทยมาก แถมยังช่วยในการปกปิดใบหน้าได้เรียบเนียนสนิท เมื่อทาแล้วจะช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื้น ไม่แห้งจนเกินไป ถ้าหากใครไม่อยากให้ใบหน้าดูหนามาก อาจจะแตะและใช้แค่เฉพาะก็ได้ ราคาอยู่ที่ 199 บาท

การแต่งหน้าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สาวหลายๆ คนมักใช้ในการปกปิดปัญหาผิวบนใบหน้าของตัวเอง ซึ่งหนึ่งในเครื่องสำอางที่ใช้แก้ปัญหาในการปกปิดร่องรอยได้ดีที่สุดนั่นก็คือการใช้ “รองพื้น” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ แต่เมื่อแต่งหน้าแล้วก็อย่าลืมทำความสะอาดให้หมดจดด้วย ไม่เช่นนั้นปัญหาผิวอื่นๆ อาจจะตามมาอย่างแน่นอน


6 วิธี ลงรองพื้นไม่ให้เป็นคราบ สิ่งที่คุณควรรู้หากไม่อยากให้หน้าลอย!!

รองพื้นใช้ดี

6 วิธี ลงรองพื้นไม่ให้เป็นคราบ สิ่งที่คุณควรรู้หากไม่อยากให้หน้าลอย!! คงไม่มีใครที่พบเจอแต่ความถูกต้องไปตลอด คนเราก็ต้องเจอกับข้อผิดพลาดบ้าง ตั้งแต่ลืมกุญแจ ทำกระเป๋าเงินหายหรือลืมเอกสารทำงาน ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านั้นก็เกิดขึ้นได้ในทุกวันของการทำงาน และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงแทบจะทุกคนเลยก็คือ การเลือกใช้รองพื้นผิด ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกัน 

รองพื้นใช้ดี

1. เลือกรองพื้นไม่ตรงกับสีผิว

สำหรับการเลือกรองพื้นที่ไม่ตรงกับสีผิว นั่นคือความผิดพลาดอันใหญ่หลวงมากที่สุดเลย เพราะการเลือกรองพื้น สิ่งที่สำคัญที่สุดของรองพื้นคือ ต้องมีสีเดียวกันกับผิวเรา โดยดูที่การทำให้ผิวของเราขาวเนียนได้แค่ไหน กระจ่างใสได้แค่ไหน ดูเป็นธรรมชาติหรือไม่ ถ้าเลือกผิดแน่นอนว่าชีวิตเปลี่ยนแน่ จากขาวใสอาจจะเป็นเขียวเสวยเลยก็ได้ ดังนั้นควรลองทาแล้วส่องกระจกดูว่าเหมาะไหม ไม่ก็ถามเพื่อนไปเลยว่ารองพื้นตัวนี้เป็นยังไง จะได้แก้ไขได้ทัน และเลือกใช้ได้ถูกเบอร์

2. รองพื้นไม่ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน

การจะซื้อรองพื้นให้คุ้ม ไม่ใช้ว่าจะต้องซื้อแบบที่สามารถใช้ได้หลากหลากมาก แต่ไม่เข้ากับเราสักนิด แบบนั้นก็ไม่ควรซื้อ การซื้อที่ดีควรดูที่ว่าเราจะใช้รองพื้นในโอกาสใดบ้าง เพราะอาจจะแค่แต่งหน้าไปเพื่อไปเรียน หรือแต่งไปทำงาน แต่ก็ซื้อชนิดหนามาเลย มันวับมาแต่ไกล แบบนี้ก็ถือว่าเลือกผิดจุดประสงค์ ถ้าเราไม่ได้ไปงานใหญ่โตอะไร ก็ให้เลือกรองพื้นแบบบางๆ ก็พอ เพื่อถนอมผิวพรรณอันแสนสวยของเราไว้

3. รองพื้นคุมความมันได้ไม่ดี

ในการใช้รองพื้นนั้น เราควรใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการทารองพื้น เพราะถ้าไม่อย่างนั้นอาจจะเจอกับเหตุการณ์หน้ามันก็ได้ เพราะบางคนทาครีมกันแดด โดยที่หน้ายังไม่ทันแห้งดีเลยก็รีบลงรองพื้นต่อไปแล้ว แบบนี้ยังไงๆ ก็ทำให้หน้ามันแน่นอน ทางที่ดีคือ ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าทาครีมกันแดดก่อนแล้ว รอให้แห้งก่อน จากนั้นจึงค่อยลงรองพื้น

4. หน้าไม่เนียน ดูไม่มีประกาย

หลายสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าไม่เรียบเนียน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรองพื้นที่ราคาถูก คุณภาพไม่ดี และการปกปิดของรองพื้นที่มากเกินไป นั่นก็จะทำให้ใบหน้าเราดูไม่เนียนได้แน่นอน และถ้าเราอยากให้ใบหน้าเรียบเนียน สวยผ่องละก็เราควรเลือกดูที่รองพื้นเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ดูสภาพใบหน้าของเราว่าควรใช้รองพื้นแบบไหน ใช้แบบเน้นให้หน้ากระจ่างใส หรือใช้แบบให้หน้าดูเรียบเนียน ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมาย

5. ใช้รองพื้นแล้วสิวขึ้น

ปัญหาใหญ่ที่ใครๆ ก็เจอก็คือ ใช้รองพื้นแล้วเกิดสิวอุดตันขึ้นมา ซึ่งก็สร้างความรำคาญ และพาลให้เราไม่ใช้รองพื้นไปได้แน่นอน แต่เดี๋ยวก่อนมั่นใจแล้วหรือว่าที่เกิดสิวเป็นเพราะรองพื้น ไม่ใช่เพราะเราล้างหน้าไม่สะอาด เพราะถ้าเราล้างไม่สะอาด ต่อให้เหลืออุดตันแค่รูเดียว ยังไงก็เกิดสิวอุดตันได้แน่นอน

6. ไม่ทดสอบการแพ้ก่อนจะใช้งานจริง

การทดสอบอาการแพ้ ควรทดสอบตั้งแต่ตอนซื้อมาแต่แรก เพราะนั้นจะทำให้ไม่ต้องมากังวลว่า นี่เพิ่งใช้ครั้งแรก แต่ก็ออกงานใหญ่แล้ว หน้าจะดูสวยไหมเนี่ย ปัญหานี้หมดไปแน่นอน ถ้าเราลองใช้ตั้งแต่ซื้อมาเลย

เพื่อทดสอบอาการข้างเคียงว่ามีผลเสียอะไรหรือไม่ ถ้ามีก็รีบล้างหน้าและทิ้งไปเสีย ถ้าไม่มีก็ให้ยึดใช้ตัวนี้เป็นหลักเลย ซึ่งรองพื้นยี่ห้อใช้ดีก็มีให้เลือกมากมาย ส่วนเทคนิคการลงรองพื้นก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้หน้าไม่ลอย


5 ITEM BB CC CREAM ถูกและดี สุดยอดตัวช่วยให้สาวๆ สวยได้ในเวลาน้อย

รองพื้นใช้ดี

BB CC cream ถูกและดี 5 ไอเทมสุดฮิต ตัวช่วยให้สาวๆ สวยได้ในเวลาน้อย ถ้าจะถามว่าในช่วงที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์แต่งหน้าอะไรที่ฮิตกันสุดๆ ในหมู่สาวๆ ที่รักการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจ 1 ในผลิตภัณฑ์อันดับต้นๆ ที่แทบทุกคนจะต้องนึกถึงก็คือ รองพื้นในแบบที่เรียกว่า บีบี ครีม และ ซีซี ครีม นั่นเอง เหตุผลง่ายๆ ที่ครีมทั้งสองแบบนี้ครองใจสาวๆ ทำให้หลายคนหลงรักและขาดไม่ได้ก็เพราะคุณสมบัติอันแสนวิเศษของครีมตัวนี้

เพียงแค่สาวๆ ใช้ทารองพื้นในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็จะช่วยให้หน้าของสาวๆ ขาวเนียนตามเฉดสีผิว หน้าดูสว่างใส ช่วยลบเลือนจุดบกพร่องและตำหนิริ้วรอยต่างๆ ของผิวได้อย่างรวดเร็วในขั้นตอนเดียวก็เนรมิตผิวหน้าสวยๆ ให้ตัวเองได้แล้ว แล้ว บีบี ครีมและซีซี ครีมแบรนด์ใดบ้างที่เป็นไอเทมใช้ดีจนต้องบอกต่อและซื้อซ้ำบ้างมาดูด้วยกัน

1. Cute Press UV Expert Protection White & Matte SPF 50+

รองพื้นใช้ดี

ครีมตัวนี้ขอบอกเลยว่าดีงาม เพราะนอกจากจากเนื้อครีมที่มาในรูปแบบน้ำเหลวๆ ให้ความชุ่มชื่นและเนื้อที่อ่อนบางไม่รู้สึกหนาเหนอะแล้ว ยังแทรกซึมได้เนียนปิดร่องรอยของรูขุมขนได้อย่างดี สามารถกันน้ำได้อย่างดี ทำให้ผิวหน้าเนียนไปตลอดวันและยังมีคุณสมบัติกันน้ำอีกด้วย

ทาได้ทุกเฉดสีผิวเพราะจะกลมกลืนแมชไปกับผิวทุกสี ที่สำคัญยังช่วยกันแดดมีส่วนผสมของสารกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟถึง 50+ อีกด้วย ไม่รักก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร หาซื้อก็ง่ายจริงๆ

2. Nami Make Up Pro BB Wet To Powder

รองพื้นใช้ดี

แอบมาในรูปของซองที่พกพาง่ายและหาซื้อได้ง่ายแม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อ ที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็คือเนื้อครีมที่เกลี่ยลื่นและเนียนไปกับผิว เมื่อเกลี่ยลงไปที่ผิวครีมจะอยู่ในรูปของเนื้อแมตต์ ทำให้กลายเป็นเนื้อแป้งไปในตัวได้เลย มีส่วนผสมของครีมบำรุงใส่มาด้วย ความปกปิดเรียกได้ว่าเป็นที่น่าปลื้มของสาวๆ เพราะปกปิดเนียนเนี้ยบไปตลอดทั้งวัน แต่ผลิตมาสีเดียว ดังนั้นอาจจะต้องนำมาใช้คู่กับแป้งฝุ่นหรือแป้งพัฟให้สีกลมกลืนกับผิวสักหน่อย เท่านี้ก็จะลงตัว

3. ANESSA Perfect UV Sunscreen BB Foundation

รองพื้นใช้ดี

ครีม บีบี ตัวนี้ทำมาสำหรับคนผิวมันใช้จะเหมาะมากๆ เพราะไม่ทิ้งค้างความมัน ตัวเนื้อครีมเมื่อทาแล้วจะแห้งเป็นพิเศษ ช่วยซับความมันได้ดี คนผิวมันจะต้องมีไว้ทีเดียว แล้วยังเหมาะกับผิวแพ้ง่าย เพราะอ่อนโยนไม่ทำให้แพ้ ปกป้องผิวให้อีกต่างหากด้วยสารกันแดด ค่าเอสพีเอฟ 50+ นอกจากนั้นยังกันน้ำ ทำให้หน้าไม่เกิดคราบระหว่างวัน คนที่มีเหงื่อออกง่ายก็เหมาะที่จะใช้ได้

4. Nami Magic White 1-Step Wow CC Cream

รองพื้นใช้ดี

มาในรูปแบบซองเช่นกัน คุณสมบัติเด่นก็คือ ช่วยปรับให้หน้าผ่องขึ้น ใสและดูสว่างมากขึ้น เนื้อครีมเกลี่ยง่ายมาก แถมยังบางเบา ปกปิดได้ดี กันน้ำได้ดีระดับหนึ่งเหมาะจะใช้ในวันทำงาน

5. Cathy Doll Speed White CC Cream 

รองพื้นใช้ดี

เป็นครีมซีซีที่ใครๆ ก็รู้จักกันดี เพราะฮิตในหมู่สาวๆ ให้ความชุ่มชื้นและเกลี่ยง่าย เนื้อครีมจะมีสีขาว มีความเหลวมากกว่าครีมตัวอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งมากๆ บางเบาปกปิดระดำกลาง แต่ไม่เหมาะกับคนผิวหน้ามัน

จะเลือก บีบี หรือ ซีซี ครีมแบบใด สาวๆ ก็ลองพิจารณาให้เหมาะกับผิวหน้าและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน บีบีและซีซีครีม ทำให้สาวๆ สนุกกับการแต่งหน้าและค้นพบตัวเองที่สวยสดใสขึ้น


อ้างอิง

https://www.mangozero.com/foundation-bb-cc-cushion/

https://www.wongnai.com/beauty-tips/nestme-tips

สกินแคร์วัย 30 ครีมลดเลือนริ้วรอยให้ผิวขาวเนียนใสโดยเฉพาะ

สกินแคร์วัย 30 ครีมลดเลือนริ้วรอยให้ผิวขาวเนียนใสโดยเฉพาะ

สกินแคร์วัย 30 ครีมลดเลือนริ้วรอยให้ผิวขาวเนียนใสโดยเฉพาะ ด้วยความที่ผิวของสาวๆ ก็ต้องถดถอยลงไปตามกาลเวลา แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ ริ้วรอยและความตึงของผิวหนังที่น้อยลง ทำให้สาวๆ ทั้งหลายต่างสรรหาครีมมาบำรุงใบหน้า และวันนี้เราก็มี 10 สกินแคร์วัย 30 ที่จะช่วยบำรุงผิวมาฝากกัน 

1. SMOOTH-E GOLD CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่คือหนึ่งในครีมตัวท็อป ที่จะมาช่วยลบเลือน จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ช่วยขจัดริ้วรอยก่อนวัย เชื่อว่าตัวนี้สาวๆ จะต้องชอบและต้องยกนิ้วให้แน่นอน ใช้แค่ไม่กี่ครั้งก็เห็นผลแล้ว บอกได้เลยว่าใครไม่มีตัวนี้ติดบ้านถือว่าเชยมากๆ ราคามีตั้งแต่ 140 – 600 บาท เลยทีเดียว

2. L’OREAL REVITALIFT FILLER

สกินแคร์วัย 30

มากับครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเด็ดที่มีการใช้แล้วเกิดการบอกต่อกันมากที่สุด โดยจะไปช่วยยกกระชับผิวที่ห้อย หย่อนคล้อย และจะทำให้ผิวที่ดูเหี่ยวสามารถเต่งตึงขึ้นมาได้ และยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูเด็กลงอีกด้วย ราคาแพงหน่อยแต่ก็คุ้ม 1,000 บาทเท่านั้น

3. OLAY REGENERIST MICRO-SCULPTING CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงมากๆ และยังเหมาะกับสาววัย 30+ อีกด้วย โดยมีจุดเด่นคือมีเนื้อครีมที่ทาแล้วไม่ทำให้ผิวเกิดการเหนอะหนะ และยังซึมเข้าสู้ผิวได้ดี ซึ่งถ้าใช้เป็นประจำรับรองว่าทำให้ผิวหน้าจะดูเด็ก รูขุมขนกระชับ สิวฝ้าหายไปแน่นอน ราคาก็แค่ 1,000 บาทเท่านั้น

4. EUCERIN HYALURON-FILLER 3D FILLER DAY RICH CREAM

สกินแคร์วัย 30

สำหรับสาวคนไหนที่มีผิวแพ้ง่าย ครีมตัวนี้ถือว่าเป็นคำตอบสุดท้ายแน่นอน โดยคุณสมบัติของครีมตัวนี้คือ จะเข้ากันได้ดีกับผิวที่บาง ผิวแห้ง ซึ่งก็จะไปทำให้ริ้วร่องรอยต่างๆ ดูกระชับขึ้น แถมตัวนี้ยังสามารถกันแดดได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 2ม000 บาท 

5. LANCOME RENERGIE MULTI-LIFT DAY CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่คือครีมที่จะช่วยในการยกกระชับผิวหน้า ให้ดูเต่งตึงได้ ซึ่งบอกได้เลยว่าใครได้ใช้ก็ต้องบอกต่อกันแน่นอน จุดเด่นคือ เนื้อครีมตัวนี้สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว และยังให้กลิ่นหอมเล็กๆ ด้วย แน่นอนว่าถ้าใช้เป็นประจำก็จะทำให้ผิวหน้าสวย ยกกระชับ รูขุมขนดูตื้นขึ้น สวยแน่นอน ราคาอยู่ที่ 4,200 บาท

6. POND’S AGE MIRACLE CELL REGEN DAY CREAM

สกินแคร์วัย 30

ใครที่มีตีนกาที่หน้า ใครที่มีผิวที่เหี่ยวย่น อยากให้ลองใช้ครีมตัวนี้ดู ถือเป็นครีมที่สามารถรักษาริ้วรอยต่างๆ ได้ดีมากเลยทีเดียว และยังเหมาะกับคนที่มีสภาพผิวที่มันหรือผิวผสมอีกด้วย ราคาแค่ 450 บาทเท่านั้น

7. SKINFOOD GOLD CAVIAR COLLAGEN CREAM

สกินแคร์วัย 30

มากับครีมทาหน้าส่งตรงคอลลาเจนจากเกาหลี เหมาะกับคนที่อยากมีผิวที่เรียบเนียน ดูเต่งตึง และไร้ริ้วรอย ครีมตัวนี้จะเหมาะกับคนที่มีผิวแห้งและผิวธรรมดามาก เพราะให้ความชุ่มชื้นในระดับที่เยอะมาก ราคาอยู่ที่ 1,390 บาท

8. SK-II R.N.A. POWER RADICAL NEW AGE CREAM

สกินแคร์วัย 30

นี่เป็นครีมที่จะช่วยในการยกกระชับผิวหน้าให้ดูเต่งตึง และช่วยบำรุงผิวหน้าให้ดูกระจ่างใส ช่วยกระชับรูขุมขนให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูขาว กระจ่างใส และสามารถกลบจุดด่างดำออกไปได้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท

9. ESTEE LAUDER REVITALIZING SUPREME GLOBAL ANTI-AGEING CRÈME

สกินแคร์วัย 30

มากับครีมที่สามารถจัดการกับปัญหาตามอายุดีมากๆ ตั้งแต่ ริ้วรอย ผิวที่เหี่ยวย่น ซึ่งใครที่ใช้เป็นประจำ ก็จะช่วยกระชับรูขุมขน และช่วยทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น โดยเนื้อครีมจะมีความหนาแน่นสูง และมีกลิ่นหอมๆ ติดมาด้วย ราคาอยู่ที่ 3,600 บาท

10. GARNIER AGELESS WHITE ANTI-AGING + WHITENING MIRACLE CREAM

สกินแคร์วัย 30

ครีมลดริ้วรอยตัวนี้ สามารถลดริ้วรอยได้ดี ช่วยกระชับรูขุมขนให้ตื้นขึ้น และช่วยในการทำให้ใบหน้าดูเด็กลงได้ด้วย โดยตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีการบอกต่อกันสูงมาก จนทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งจำนวนผลิตมาเลยทีเดียว ราคาอยู่ที่ 380 บาท

ในช่วงวัย 20 ปลายๆ ไปจนถึงอายุ 30 ขึ้นไป ผิวหนังหรือคอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากอายุ ไลฟ์สไตล์ พันธุกรรม หรือมลภาวะต่างๆ ทำให้ผิวของเราเกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งถ้าเข้าช่วงอายุ 30 ปลายๆ ผิวที่เคยเต่งตึงแข็งแรงก็จะเสื่อมสภาพลง ดังนั้น สกินแคร์วัย 30+ จึงเป็นตัวเลือกที่จะช่วยชะลออายุของผิวได้เป็นอย่างดี


5 เอสเซนส์ยี่ห้อใช้ดี น้ำตบหน้าขาวใส ใช้แล้วหน้าสวยเด้งดีสุดๆ

สกินแคร์วัย 30

แนะนำ 5 เอสเซนส์ยี่ห้อใช้ดี น้ำตบหน้าขาวใส ใช้แล้วหน้าสวยเด้งดีสุดๆ เอสเซนส์ครีมบำรุงสกินแคร์ในรูปแบบของน้ำใสๆ ให้ความชุ่มชื่นที่สาวๆ ต่างติดอกติดใจกัน เพราะเพียงแค่ตบๆ ก็ให้ความสดชื่นและหน้ายังใสเด้งอย่างเห็นได้ชัด ความใสเบาของเนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อสัมผัสและใช้แล้วทำให้ไม่หนักหน้าด้วย การใช้เอสเซนส์ใสสามารถใช้ได้ทั้งในเวลาเช้าและเย็น เหมาะกับสาวๆ ทุกวัยหรือหนุ่มๆ ที่ต้องการมีผิวสวยนุ่มชุ่มชื่น สุขภาพผิวดี ซึ่ง 5 เอสเซนส์ที่เรานำมาจัดอันดับคือสุดยอดเอสเซนส์ตบแล้วหน้าฉ่ำฟูสวย ได้แก่

1. SK-II Facial Treatment Essence

สกินแคร์วัย 30

นี่คือสุดยอดเอสเซนส์ในตำนาน เป็นเอสเซนส์ตัวแม่ที่ทำให้สาวๆ กรี๊ดและเกิดกระแสเอสเซนส์ด้วยคำเรียกเอสเซนส์ของเอสเคทูชิ้นนี้ว่า น้ำตบป้าเจี๊ยบ ด้วยส่วนผสมจากพิเทร่าที่มีแบรนด์เดียวในโลกและถูกจดลิขสิทธิ์ สารที่ล่ำลือและพิสูจน์แล้วว่าคือเคล็ดลับความเยาว์วัยของผู้หญิงญี่ปุ่น ใครที่อยากเยาว์วัยพลาดไม่ได้ สำหรับใครที่ใช้อยู่แล้วคงไม่มีใครที่ไม่หลงรักเอสเซนส์ตัวนี้แน่ๆ

2. Etude House Moistfull Collagen Essence

สกินแคร์วัย 30

ด้วยส่วนผสมเด่นคือคอลลาเจนกับเอสเซนส์สัญชาติเกาหลีที่ทำมาสำหรับผิวสาวเอเชียโดยเฉพาะ ให้ความชุ่มชื่นแล้วยังทำให้ผิวกระชับเต่งตึงแบบสาวเกาหลี ผิวนวลเนียนกระจ่างใส แม้จะเป็นส่วนผสมคอลลาเจนแต่ทำออกมาได้น่าใช้ ใช้แล้วเบาไม่มีคำว่าหนักหน้า

3. Biotherm Life Plankton Essence

สกินแคร์วัย 30

ด้วยส่วนผสมที่สกัดจากแพลงตอนใต้ทะเลบริสุทธิ์ มาในสีฟ้าใสแสนสวย ช่วยให้ความชุ่มชื่นถ้าคุณมีผิวที่แห้งกร้านขาดน้ำต้องเอสเซนส์ตัวนี้เลยเอาอยู่แน่ๆ ทำให้หน้าเนียนใสและยังช่วยเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยจากสิวได้ด้วย

4. TONY MOLY Intense Care Galactomyces Lite Essence

สกินแคร์วัย 30

เอสเซนส์จากแดนกิมจิที่สามารถใส่ส่วนผสมของพิเทร่าสูตรลับลงไปได้ ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยังทำให้กระจ่างใสอย่างดี เหมาะกันคนผิวแห้งและมีริ้วรอย ช่วยให้ความสว่างใสแก่ใบหน้าที่หมอง สาวๆ ที่มีใบหน้าหมองคล้ำ ลองใช้ตัวนี้รับรองว่าคุณจะต้องมีความสุขกับผิวหน้าที่สวยขึ้นอย่างชัดเจน

5. Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate 

สกินแคร์วัย 30

เอสเซนส์ตัวนี้ไม่ทำให้หน้าเหนียวเหนอะหนะ และยังมีส่วนผสมของแพลงตอนและวิตามินต่างๆ อีกมากมาย คุณประโยชน์ช่วยลบเลือนสิว ให้หน้ากระจ่างใสและชุ่มชื่น หน้าจะใสและตึงไม่คล้อย กระชับมากๆ สาว ๆ ที่กำลังหาเอสเซนส์ในราคาย่อมเยาและมีทั้งแพลงตอนและวิตามินคงถูกใจกันทีเดียว

นอกจาก สกินแคร์วัย 30+ ที่จำเป็นต่อผิวแล้ว ก็อยากให้ทุกคนได้ลองใช้เอสเซนส์หรือน้ำตบด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวที่มีปัญหา เพราะการรักษาด้วยตัวเองก็อาจจะต้องใช้เวลาสักพักเช่นกัน ฉะนั้น ลองซื้อหามาใช้กันเพื่อช่วยบำรุงผิวล้ำลึกอีกขั้น มิฉะนั้นอาจตกเทรนด์ผิวสวยไปไม่รู้ด้วยนะ


5 อันดับมาส์กหน้าสุดฮิต มาส์กหน้ายี่ห้อไหนใช้แล้วดี ที่ทำให้สาวๆ หน้าขาวใสขึ้น

สกินแคร์วัย 30

มาส์กหน้าสุดฮิต 5 อันดับใช้แล้วดี ที่ทำให้สาวๆ หน้าขาวใสขึ้นและชะลอริ้วรอย หนึ่งในเคล็ดลับขั้นตอนการประทินผิวที่สาวๆ ขาดไม่ได้ ยิ่งในช่วงที่ผิวหน้าโทรมเป็นพิเศษ หรือต้องอดนอน เผชิญมลภาวะหนักหน่วง ต้องการให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอย่างรวดเร็วให้ทันนัดสำคัญและงานพิเศษต่างๆ การมาส์กหน้าคือขั้นตอนลัดสู่การฟื้นฟูผิวให้กลับมาสวยรวดเร็วอย่างได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง มาส์กที่ฮอตฮิตติด 5 อันดับแรกที่สาวๆ นิยมใช้อย่างได้ผลมีอะไรบ้าง เรารวบรวมมาให้สาวๆ แล้ว

1. GARNIER SKIN NATURALS AGELESS RADIANCE FIRM UP SERUM MASK

สกินแคร์วัย 30

นับว่าเป็นมาส์กที่ไม่มีสาวๆ คนไหนไม่รู้จักกับการ์นิเย่มาส์กตัวนี้ ด้วยส่วนผสมอันเลอเลิศที่หาได้ยากจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในท้องตลาดรวบรวมมาไว้ในสูตรพิเศษของมาส์กนี้แล้ว ผสานด้วยคุณค่าไฮยาลูรอนิคแอซิดที่สามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้ 1,000 เท่า คุณค่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ตรงเข้าฟื้นบำรุงผิว เหมาะสำหรับผิวที่ดูหมองคล้ำและไม่กระชับ ช่วยบำรุงล้ำลึก ให้ผิวดูกระชับ ลดเลือนริ้วรอยและให้สีผิวดูสม่ำเสมอ กระจ่างใส ดีขนาดนี้ผิวจึงสวยดั่งร่ายมนต์ในชั่วข้ามคืน

2. Sulwhasoo Snowise Brightening Mask

สกินแคร์วัย 30

ฟังจากชื่อสาวๆ ก็คงพอเดาได้แล้วว่า มาส์กแบรนด์นี้ดีอย่างไร ถ้าใครเคยใช้ผลิตภัณฑ์ตระกูล Snowise จะรู้กันดีอยู่แล้วว่าขึ้นชื่อในการช่วยเรื่องผิวขาวกระจ่างใส แผ่นมาสก์ตัวนี้ก็เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีส่วนผสมของโสมขาวที่เต็มไปด้วยด้วยสารโพลีเซคคาไรด์ ช่วยทำให้ผิวเปลั่งปลั่ง ชะลอวัย ขาวกระจ่างใส แถมยังมีความชุ่มชื้นมากอีกด้วย 

3. My Beauty Diary Arbutin Whitening Mask

สกินแคร์วัย 30

ถ้าใครชอบมาส์กหลากหลายชนิด แบรนด์ มายด์ บิวตี้ ไดอารี่ มีมาส์กให้เลือกหลายสูตร แต่ที่นำมาแนะนำกัน ตัวนี้จะมีสารสกัดเข้มข้นของอาร์บูตินจากต้นเบียร์เบอร์รี่ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ทำให้ผิวขาวใสผุดผ่อง กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ หรือจะเลือกสูตรแบบที่เน้นความกระจ่างใสให้ใบหน้าอย่างสูตร แอปเปิล ดอกพู่ระหงส์ และสารสกัดจากมะนาว ผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดความมันที่ค้างสะสมอยู่ใต้ผิวหน้าก็ได้

4. Neutrogena Fine fairness Deep Whitening Mask 

สกินแคร์วัย 30

แผ่นมาสก์หน้าจากแบรนด์ Neutrogena ที่ช่วยบำรุงหน้าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง อุดมไปด้วยสารสกัดจากถั่วเหลือง ดอกลิลลี่ วิตามินบี 3 และวิตามินซี มีส่วนช่วยยับยั้งจำกัดการส่งเม็ดสีเมลานินไปยังผิวชั้นบนสุด อีกทั้งยังลดเลือนจุดด่างดำ พร้อมปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใส  สาวคนไหนที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำ ต้องการความขาวกระจ่างใส ใช้ตัวนี้ได้เลย

5. Kuron Activated Carbon Crystal Mask

สกินแคร์วัย 30

มาส์กที่มีจุดเด่นในการดีท็อกสารพิษที่สะสมอยู่ใต้ผิวหน้า จากมลภาวะฝุ่นควัน ด้วยสารสกัดคาร์บอนเข้มข้นทรงคุณค่า ช่วยให้สิ่งสกปรกที่ติดค้างและฝังอยู่ลึกใต้รูขุมขนของสาวๆ ที่การล้างหน้าทำความสะอาดได้ไม่หมดในจุดที่ลึกและไม่ถึง เหมาะมากๆ สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิวและที่มีผิวหน้ามัน เพราะความมันบนผิวหน้า ทำให้มลภาวะฝุ่นสกปรกมาเกาะผิวหน้าและซึมเข้าในรูขุมขนได้ เป็นสาเหตุให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิว ถ้าอยากขจัดสิวให้หน้ากระจ่างใสเนียนไร้สิวต้องใช้มาส์กตัวนี้เลย นอกจากนั้นยังเพิ่มความชุ่มชื่น รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่นของหน้าแม้หลังใช้ 2 ชม.

สำหรับสาวๆ ที่อยากผิวหน้าสวยเนียนใส ชะลอริ้วรอย ฟื้นฟูผิวหน้าให้สวยเสมอ อย่าลืมหาซื้อ สกินแคร์ ไม่ว่าเป็น ครีมทาหน้า เอสเซนส์ และมาส์กมาบำรุงผิวและใช้ให้เป็นประจำ แค่นี้ไม่ว่าจะอยู่ในวัย 30+ 40+ หรือ 50+ ผิวก็จะคงความอ่อนเยาว์และดูอ่อนกว่าอายุจริงอย่างแน่นอน


อ้างอิง

The best skincare routine to use in your 30s : https://www.womenshealthmag.com/uk/beauty/a707155/the-best-skincare-to-use-in-your-30s/

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอีกครั้ง

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอีกครั้ง!

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใสอีกครั้ง! ความจริงแล้วปัญหาเรื่องผิวไม่นวลเนียนเพราะมีจุดด่างดำต่างๆ นั้น เราสามารถแยกประเภทได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ สีผิวไม่สม่ำเสมอเนื่องจากการกรำแดดโดยที่ไม่ได้ป้องกัน ร่องรอยฝ้า กระ ทั้งจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และสุดท้ายคือรอยด่างดำที่เกิดจากปัญหาสิว

ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการป้องกันและดูแลรักษาแตกต่างกันไป และในครั้งนี้เราก็จะเน้นไปที่วิธีแก้รอยด่างดำที่เกิดจากสิวเป็นหลัก เนื่องจากว่าเป็นกรณีที่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย กวนใจทั้งผู้ชายและผู้หญิง

เมื่อเจาะประเด็นรอยดำจากสิวก็พบว่ามีสาเหตุการเกิดอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือผลพวงของสิวอักเสบ เมื่อสิวอักเสบค่อยๆ ยุบตัวลงก็จะทิ้งรอยแดงรอยดำเอาไว้ ต้องดูแลรักษารอยนั้นต่อไปอีกหลังจากสิวหาย แต่รอยแบบนี้จะรักษาได้ง่ายกว่ารอยแบบที่สอง ซึ่งเกิดจากการบีบสิวที่ผิดวิธี หลายคนบีบจนเนื้อช้ำห่อเลือด และอีกหลายคนชอบสะกิดหัวสิวจนกลายเป็นแผลเปิด กรณีนี้เซลล์ผิวหนังจะเสียหายมากกว่า และต้องใช้เวลารักษายาวนานกว่า

เราลองมาดูกันว่าจะมีวิธีไหนที่กู้ชีวิตผิวหน้าให้กลับมากระจ่างใสไร้รอยด่างดำเหล่านั้นไปได้อย่างไร

1. รอยด่างดำจากสิวหายเองได้

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

อย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือจุดด่างดำประเภทที่เป็นผลกระทบจากสิวนั้น สามารถหายเองได้เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเซลล์ผิวหนังเริ่มซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง การผลัดเซลล์ผิวก็ไม่ได้มีรอบ 28 วันเหมือนเดิมแล้ว วิธีนี้จึงน่าจะเหมาะกับวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นที่มีอายุอยู่ประมาณ 20 ต้นๆ มากกว่า

เพียงแค่ไม่ไปรบกวนรอยดำที่มีอยู่ รวมทั้งไม่ทำให้ผิวหน้ามีรอยดำเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ไม่นานนักรอยดำทั้งหมดก็จะค่อยๆ จางไป เหมือนกับว่าไม่เคยมีรอยเหล่านั้นมาก่อนเลย

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวแบบทา

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

นี่เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและได้รับความนิยมมากที่สุด เพียงแค่เดินเข้าร้านขายยาหรือร้านขายเครื่องสำอางทั่วไป ก็จะเจอผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบน้ำ เนื้อครีม และเนื้อเจล ชอบแบบไหนก็เลือกใช้แบบนั้นได้เลย เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวที่มีเนื้อแบบไหน แต่สำคัญที่ว่ามีส่วนประกอบที่จำเป็นเพียงพอหรือไม่

พยายามเลือกชนิดที่มีวิตามินอี วิตามินซี อาร์บูติน กรดวิตามินเอ โคจิก ทรานซามิค เป็นต้น นอกจากนี้ก็เลือกแบบที่ทาแล้วซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เยิ้ม ไม่มัน ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีเสียงตอบรับที่ดีมาอย่างยาวนาน ได้แก่ MEDERMA, HIRUSCAR, SMOOTH-E CREAM, MEDMAKER VITAMIN E, SCAGEL และ PURICAS

3. ดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่าปกติ

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เนื่องจากว่าน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์ผิวและระบบร่างกายทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเติมน้ำให้ร่างกายมากเพียงพอ ก็จะกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการขับของเสียออกจากร่างกายด้วย จุดด่างดำที่มีอยู่จึงค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ ปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ต้องการต่อวันคือประมาณ 8-10 แก้ว

4. ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกด้วยกรดผลไม้

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

กรดผลไม้ที่ใช้ได้ง่ายมีอยู่ 2 ตัว คือ AHA และBHA ตัวหนึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นสารสังเคราะห์ ซึ่งมีข้อดีข้อด้อยกันคนละแบบ AHA จะออกฤทธิ์กับผิวหนังชั้นบนหรือชั้นหนังกำพร้าได้ดีกว่า BHA แต่ก็จะเกิดการระคายเคืองได้ง่ายกว่าด้วย วิธีการใช้ก็แตกต่างกันคือ เมื่อทา AHA ลงบนผิวแล้ว เราจะทิ้งไว้เพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น

แต่ถ้าใช้เป็น BHA เราต้องทิ้งไว้บนผิวนานประมาณ 15 นาที การใช้กรดผลไม้เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสียหายทิ้งไป จึงลดรอยด่างดำและริ้วรอยเล็กๆ ได้ดีมาก

5. บำรุงผิวด้วยว่านหางจระเข้

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายมากๆ ในบ้านเรา สนนราคาก็ไม่แพง แต่กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาล ไล่ตั้งแต่ช่วยลดความแสบร้อนจากแผลน้ำร้อนลวก ลดความแสบแดงบนผิวที่เกิดจากแสงแดด ลดสิวและรอยแดงรอยดำจากสิว ทั้งยังช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

หากสามารถหาว่านหางจระเข้สดๆ มาได้ ก็ให้ปอกเปลือกนอกออกพร้อมกับเอายางเคลือบที่เป็นสีเหลืองออกไปด้วย ใช้เฉพาะส่วนเนื้อวุ้นสีใสเท่านั้น นำมาปั่นหรือบดให้ละเอียดและพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้สักประมาณ 20 นาทีค่อยล้างออก

หรือถ้าไม่สะดวกก็สามารถใช้เจลว่านหางจระเข้ที่มีวางขายทั่วไปได้ แต่ต้องเลือกแบบที่เป็นว่านหางจระเข้เปอร์เซ็นต์สูงๆ และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เอาแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ แล้วใช้ทาผิวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

6. ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เมื่อฟังชื่อเรตินอยด์ก็อาจจะเข้าใจยากสักหน่อย แต่อันที่จริงมันก็คือสารประกอบประเภทวิตามินเอนั่นเอง ในช่วงแรกเรตินอยด์ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนัง แล้วต่อมาก็เอามาใช้ในวงการความสวยความงาม โดดเด่นในเรื่องลดจุดด่างดำต่างๆ เราสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ได้ทั่วไป มักถูกจัดวางอยู่ร่วมกับผลิตภัณฑ์ลดรอยดำจากสิวนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์เรตินอยด์จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ เรตินเอ (กลุ่มที่เป็นแอลกอฮอล์เบส) และดิฟเฟอริน (กลุ่มที่เป็นวอเตอร์เบส) ทั้งสองตัวมีสรรพคุณเหมือนกันคือช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดรอยด่างดำจากสิวได้ดี แต่ตัวเรตินเอจะมีโอกาสระคายเคืองได้มากกว่าดิฟเฟอริน

7. ลดรอยด่างดำด้วย IPL

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

IPL หรือ Intense Pulse Light คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาผิวในหลายกรณี เป็นการใช้แสงที่มีช่วงคลื่นกว้างตั้งแต่ 420 นาโนเมตรถึงประมาณ 1,200 นาโนเมตร เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวหนัง รักษาได้ทั้งสิว ฝ้า กระ รอยแดง รอยดำ หน้าหมองคล้ำ อาจเรียกได้ว่าเป็นทรีตเมนต์ครอบจักรวาลเลยทีเดียว

นี่เป็นรูปแบบการจัดการกับจุดด่างดำจากสิวที่รวดเร็วที่สุด แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างราวๆ 1-2 อาทิตย์ สำหรับคนที่มีผิวสีเข้มก็ต้องระวังในเรื่องการเกิดผิวไหม้เอาไว้ด้วย

8. มาส์กหน้าด้วยสมุนไพร

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ข้อดีของบ้านเราก็คือมีพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์จำนวนมาก หลายตัวใช้ได้ผลดีกว่าตัวยาราคาแพงเสียอีก และต่อไปนี้คือ 3 สูตรยอดนิยมสำหรับการรักษารอยดำรอยแดงบนผิวหน้าโดยเฉพาะ

  • สูตรมะนาวและน้ำผึ้ง ความเป็นกรดของมะนาวจะเป็นตัวเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่า และน้ำผึ้งจะช่วยปลอมประโลมผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น สูตรนี้มีความอ่อนโยนพอสมควร สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
  • สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้งและนมสด ตัวที่จะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวก็คือกรดในมะขามเปียก ส่วนน้ำผึ้งและนมจะช่วยบำรุงไม่ให้ผิวแห้งกร้าน สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
  • สูตรหอมแดง อันนี้อาจจะต้องทนเรื่องกลิ่นกันเล็กน้อย แต่ก็ทำง่ายและได้ผลดีเช่นกัน แค่ฝานบางๆ แล้วเอามาถูวนตรงที่เป็นรอยดำ ทิ้งไว้อีก 20 นาทีค่อยล้างออก ทำซ้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

9. รักษารอยดำด้วยเลเซอร์ YAG

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เทคโนโลยีทางการแพทย์อีกตัวที่ถูกนำมาใช้เพื่อกำจัดจุดด่างดำบนผิวหน้า เป็นเลเซอร์ที่มีตัวกลางเป็นของแข็ง เช่น ผลึกทับทิม เป็นต้น กลไกการทำงานจึงผลักดันให้เลเซอร์เข้าสู่ชั้นผิวที่อยู่ในระดับลึกได้ เพื่อทำให้เม็ดสีกระจายตัวและหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ แต่จะต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่องในทุก 2 อาทิตย์จนกว่าจะหาย และต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยว่าสภาพผิวหน้าและระดับปัญหาที่เป็นอยู่ เหมาะกับการทำเลเซอร์ YAG หรือไม่ ข้อดีของ YAG ก็คือสามารถใช้ได้กับทุกเฉดสีผิว ไม่มีอาการผิวไหม้เช่นเดียวกับ IPL

10. ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างสม่ำเสมอ

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการดูแลรักษาผิวหน้าในทุกกรณี ระหว่างที่เรารักษาจุดด่างดำด้วยวิธีการอื่นอยู่ โดยเฉพาะวิธีที่กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกออกไป อาจทำให้ผิวมีความไวต่อแสงมากขึ้นในชั่วขณะได้ ถ้าไม่มีการป้องกันที่ดี ผิวก็จะแสบแดงและเกิดการไหม้จากแสงแดด ทำให้มีปัญหาผิวอื่นๆ แทรกเข้ามาเพิ่มอีก

ดังนั้นจึงต้องทาครีมกันแดดให้เคยชินไม่ว่าจะออกแดดหรือไม่ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป จะมีคุณสมบัติกันน้ำ คุมมัน กันเหงื่อด้วยหรือไม่ก็ได้ เพียงแค่คอยเติมระหว่างวันด้วยก็พอ

สิวและจุดด่างดำเป็นสภาพผิวทั่วไปที่คนส่วนใหญ่จะประสบในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงพันธุกรรม ฮอร์โมน และการเลือกรูปแบบการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม หลายคนจึงต้องหา วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ ให้หน้ากลับมากระจ่างใส

ซึ่งก็มีหลายวิธีในการป้องกันไม่ให้เกิดสิว และวิธีหนึ่งในการป้องกันการเกิดสิวก็คือการรักษาผิวให้สะอาด อย่าลืมล้างหน้าทุกวันและหลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงมากเกินไป นอกจากนี้ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว หรือมีความตึงเครียดมากเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมเลี่ยงแสงแดดที่มากเกินไป และหมั่นทาครีมเพื่อคงความชุ่มชื้นผิวไว้ด้วย


รูขุมขนอุดตัน ก็เลยเป็นสิวอุดตัน มาดูวิธีแก้ง่ายๆ 10 วิธีนี้กันดีกว่า

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

หนึ่งองค์ประกอบของผิวหนังที่มีขนาดเล็กแต่สำคัญมากก็คือ “รูขุมขน” นอกจากจะเป็นจุดที่ขนขึ้นได้แล้ว ก็ยังมีหน้าที่หลักในการควบคุมความร้อนภายในร่างกายด้วย เมื่อไรก็ตามที่ภายในมีการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น จากการทำกิจกรรม ความเครียด ความวิตกกังวล หรือปัจจัยอื่นใดก็แล้วแต่ รูขุมขนจะทำหน้าที่ระบายความร้อนออกมาเพื่อรักษาสมดุลของอุณหภูมิภายในร่างกายนั่นเอง

และนอกจาก วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ แล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยนั่นก็คือ รูขุมขนอุดตัน ก็เลยเป็นสิวได้ง่าย ดังนั้น ลองมาดูวิธีแก้ง่ายๆ 10 วิธีนี้กันดีกว่า

วิธีรักษารูขุมขนอุดตัน ลองใช้การระบายความร้อน ที่ว่านี้ก็มีทั้งแบบที่ระบายออกมาเป็นไอร้อนและขับออกมาในรูปของเหงื่อ ลักษณะของรูขุมขนจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ผิวส่วนต่างๆ ของร่างกาย และแตกต่างกันไปตามลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละคนด้วย บางคนมีรูขุมขนจำนวนมากและมีขนาดกว้าง บางคนมีรูขุมขนจำนวนน้อยแถมยังมีขนาดเล็ก จึงทำให้กระบวนการปรับอุณหภูมิของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ไม่ใช่แค่เรื่องการปรับสมดุลร่างกายเท่านั้นที่เป็นบทบาทสำคัญของรูขุมขน แต่รวมไปถึงเรื่องของความสวยความงามด้วย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับรูขุมขนอยู่บ่อยครั้ง ทั้งรูขุมขนกว้างและรูขุมขนอุดตัน ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับสาวๆ หลายต่อหลายคน

เนื่องจากปกปิดด้วยเครื่องสำอางได้ค่อนข้างยาก ต้องมีความเชี่ยวชาญระดับหนึ่งถึงจะปกปิดได้อย่างเรียบเนียนจริงๆ ถือว่าเป็นตัวการบั่นทอนความสวยในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ปัญหารูขุมขนอุดตันก็ยังก่อให้เกิดสิวอุดตันและสารพัดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา

นั่นหมายความว่าเราสามารถป้องกันปัญหาผิวหลายอย่างได้ด้วยการดูแลรูขุมขนของเราเอง และต่อไปนี้ก็คือวิธีการป้องกันพร้อมกับการแก้ไขปัญหารูขุมขนแบบง่ายๆ ที่สามารถทำกันได้ทุกคน

1. ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาด

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

หลายคนละเลยขั้นตอนการทำความสะอาดผิวไป แล้วทุ่มทุนกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางต่างๆ แทน ด้วยเข้าใจผิดว่าการล้างหน้านั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ และไม่มีนัยสำคัญอะไรต่อผิวหน้ามากนัก เพียงแค่ล้างให้เสร็จๆ ไปเท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้วขั้นตอนการทำความสะอาดคือกุญแจสำคัญของสุขภาพผิวที่ดีเลย

หากทำความสะอาดไม่หมดก็จะมีสิ่งตกค้าง กลายเป็นสิวหรือผื่นแพ้ต่อไป และหากทำความสะอาดผิวไว้อย่างดีแล้ว ผิวก็พร้อมที่จะได้รับการบำรุงดูแลด้วยขั้นตอนอื่นๆ ที่ตามมา ผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์จึงเต็มประสิทธิภาพมากกว่า รูขุมขนก็ไม่มีวี่แววว่าจะอุดตันอีกด้วย

2. ผลัดเซลล์ผิวบ้างตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่น ผิวของเราจะมีระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติโดยไม่ต้องไปทำอะไรมากมาย ซึ่งค่าเฉลี่ยของระยะห่างแต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 28 วัน ทำให้เซลล์ผิวเก่าที่เสียหายหรือตายแล้วหลุดออกจากชั้นผิวไป แล้วเผยผิวใหม่ที่ยังแข็งแรงและสดใสมาแทนที่ ดูรวมๆ ผิวจึงเหมือนมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ระยะห่างของการผลัดเซลล์ผิวแต่ละรอบจะยิ่งยาวนานออกไป จนกระทั่งแทบจะไม่มีการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติอีกเลย และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขนต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องมองหาผลิตภัณฑ์จำพวกสครับมาใช้บ้างเป็นครั้งคราว โดยเลือกแบบที่อ่อนโยนต่อผิว เม็ดสครับเล็ก ละเอียด ไม่บาดผิว ยิ่งถ้าเคลมว่าอ่อนโยนจนสามารถสครับได้ทุกวันก็ยิ่งดี แต่ความถี่ที่เหมาะสมก็ยังคงเป็น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์อยู่ดี

3. อบไอน้ำบ้าง

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

การอบไอน้ำเป็นการทำทรีตเมนต์ผิวหน้าประเภทหนึ่ง ความร้อนจากไอน้ำจะขยายรูขุมขนชั่วขณะ แล้วชำระสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามผิวหน้าออกไป ทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดอีกด้วย

วิธีนี้จึงค่อนข้างเหมาะกับการป้องกันและแก้ปัญหาสำหรับคนที่มีภาวะรูขุมขนอุดตัน เพราะทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ข้อควรระวังก็คือไม่ควรอบไอน้ำบ่อยเกินไป และต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนที่จะเริ่มการอบไอน้ำทุกครั้ง

หากใครอยากอบไอน้ำบ้างแต่ไม่มีเครื่องมือ ก็ให้ประยุกต์ใช้ของในครัวเรือน ด้วยการนำหม้อต้มน้ำให้พอเดือด แล้วเอามาวางทิ้งให้เย็นลงเล็กน้อย อาจเติมสมุนไพรที่ชื่นชอบลงไปด้วยก็ได้ จากนั้นนำหน้าเข้าไปอังพร้อมคลุมหัวด้วยผ้าขนหนูเอาไว้ ไอความร้อนจะได้หมุนเวียนอยู่ภายใน ค้างไว้ประมาณ 5 นาทีก็เสร็จสิ้น

4. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นให้เป็นนิสัย

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เชื่อว่าหลายคนน่าจะติดการอาบน้ำอุ่น เพราะมันผ่อนคลายและสบายตัวดี แต่กับผิวหน้าอย่าเผลอใช้น้ำอุ่นเป็นอันขาด ให้ใช้น้ำเย็นอย่างสม่ำเสมอทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อให้ผิวหน้าไม่แห้งกร้านเนื่องจากสูญเสียความชื้นในชั้นผิวไป และช่วยกระตุ้นให้รูขุมขนกระชับขึ้น

ผลพลอยได้ก็คือ รูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้าเรียบเนียน และช่วยให้เกิดรูขุมขนอุดตันได้ยาก หากต้องการกระชับรูขุมขนอีกระดับ หลังล้างหน้าให้ประคบด้วยน้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งอีกที

5. มาส์กหน้าด้วยโคลน

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าประเภทโคลนมีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการดูดซับสิ่งสกปรก และช่วยลดสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้อย่างยอดเยี่ยม ใช้ได้ดีกับผิวผสมไปจนถึงผิวมัน หากเป็นผิวแห้งแล้วอยากใช้จริงๆ ก็ให้เว้นระยะห่างมากหน่อย ไม่งั้นผิวจะยิ่งแห้งหนักกว่าเดิม เพียงแค่เดือนละ 1-2 ครั้งก็พอแล้ว

แต่สำหรับผิวมันสามารถใช้ทุกอาทิตย์ได้เลย มาส์กแบบโคลนส่วนมากจะมาในรูปแบบของเนื้อครีม วิธีใช้ก็พอกลงบนผิวให้ทั่ว รอจนกว่าจะแห้งดี จึงล้างทำความสะอาดใบหน้าต่อไป

6. มาส์กหน้าด้วย AHA หรือ BHA

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

สาร 2 ชนิดนี้เป็นกรดผลไม้ที่ออกฤทธิ์เร่งการผลัดเซลล์ผิว และช่วยลดการเกิดสิว โดยเฉพาะสิวอุดตัน จึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนเป็นสิวอุดตันหรือรูขุมขนอุดตัน

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก AHA คือกรดผลไม้ชนิดที่ได้จากธรรมชาติ มีโอกาสที่จะระคายเคืองผิวได้มากกว่า BHA ที่เป็นกรดผลไม้สังเคราะห์ นอกจากนี้ก็มีจุดเด่นจุดด้อยอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม และใช้ได้ทุกสภาพผิวด้วย

7. ใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางทุกครั้ง

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

ต่อให้เราไม่แต่งหน้าเลย หรือทาเพียงแค่ครีมกันแดดอย่างเดียว ก็ต้องซื้อหาผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางมาติดบ้านเอาไว้เสมอ เพราะครีมกันแดดเกือบทั้งหมดมีส่วนประกอบที่จะอุดตันรูขุมขนได้ง่าย เช่น รองพื้น น้ำมัน เป็นต้น

ยิ่งถ้าเป็นครีมกันแดดประเภทกันน้ำ คุมมัน กันเหงื่อด้วยแล้ว ยิ่งติดทนชนิดที่ว่าแทบจะฝังแน่นอยู่บนผิวหน้าเลยทีเดียว หากไม่เช็ดออกจนหมดจด ก็จะกลายเป็นสิ่งตกค้างและสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนจึงมีปัญหาสิวอุดตันทุกครั้งที่ใช้ครีมกันแดดนั่นเอง

8. เลือกใช้เครื่องสำอางให้เหมาะกับผิว

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เหตุผลที่เราต้องให้ความสำคัญกับการเลือกเครื่องสำอางด้วยเหมือนกันก็คือ หากใช้เครื่องสำอางที่เข้ากับผิวเราได้อย่างลงตัวแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างแรกก็คือ แต่งยังไงก็ดูสวย แถมติดทนนาน ไม่ต้องเติมซ้ำระหว่างวัน

อย่างที่สองคือ เราจะไม่ต้องโบกจนหน้าหนาปานฉาบปูน ซึ่งการประโคมเครื่องสำอางจนผิวที่แท้จริงไม่ได้สัมผัสกับอากาศภายนอกบ้างเลย จะทำให้รูขุมขนอุดตันอย่างรุนแรง

9. เลิกพฤติกรรมจับหน้าบ่อยๆ

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

เคยจำได้หรือไม่ว่าแต่ละวันมือของเราไปสัมผัสกับอะไรมาบ้าง และสิ่งเหล่านั้นสะอาดหรือสกปรกมากน้อยเพียงใด มีเชื้อโรคชนิดไหนอยู่บนสิ่งนั้นบ้าง

แล้วเผลอๆ เราก็ยกมือขึ้นมาลูบไล้ไปตามใบหน้า สิ่งต่างๆ อันไม่พึงประสงค์ก็ย่อมตกค้างอยู่บนหน้าเรานั่นเอง และกว่าจะได้ล้างหน้าทำความสะอาดอีกรอบ หากเป็นเชื้อโรคก็คงหมักหมมจนเกิดปัญหาผิวไปก่อนแล้ว

10. กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี

วิธีรักษาสิวและจุดด่างดํา

นี่เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ในรูปแบบของการใช้เกล็ดอัญมณีที่ละเอียดอ่อนมาช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นบนออกไป ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ล้ำลึกกว่าการสครับหลายเท่า และไม่สร้างรอยแผลเช่นเดียวกันกับการกรอผิวด้วยเครื่องกรอหรือเลเซอร์อื่นๆ หากผิวมีสิวหรือรูขุมขนอุดตันก็จะถูกจัดการให้หมดไปอย่างง่ายดาย เหลือไว้เพียงผิวหน้าเรียบเนียนชวนสัมผัสเท่านั้นเอง

นี่ก็เป็นเพียง วิธีรักษาสิวและจุดด่างดำ รวมทั้งวิธีป้องกันการอุดตันของรูขุมขนที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสิวตามมา และอีกวิธีในการป้องกันสิวก็คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง และอย่าลืมรับประทานผักและผลไม้ให้มาก หลีกเลี่ยงการกินผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวได้

สุดท้ายนี้ การรักษาเกราะป้องกันผิวของคุณให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหมายถึงการปกป้องผิวจากมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น มลภาวะจากรถยนต์หรือแหล่งอื่นๆ นอกจากนี้ อย่าลืมหมั่นใช้ครีมกันแดดทุกวันหรือตลอดระยะเวลาที่คุณออกกลางแดด ที่สำคัญล้างหน้าให้สะอาดและบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวเหล่านี้ได้


อ้างอิง

https://www.vsquareclinic.com/tips/melasma/

https://www.claireeveryskin.com/testimonials/54/