10 อันดับ โลชั่นผิวแห้ง โลชั่นผิวแห้งยี่ห้อไหนดีที่สุด 2018

10 อันดับ โลชั่นผิวแห้ง โลชั่นผิวแห้งยี่ห้อไหนดีที่สุด 2018

10 อันดับ โลชั่นผิวแห้ง โลชั่นผิวแห้งยี่ห้อไหนดีที่สุด 2018 หากใครไม่ได้เกิดมาเป็นสาวผิวแห้งคงไม่เข้าใจปัญหาที่สาวผิวแห้งต้องเผชิญ เพราะไม่ว่าฤดูกาลไหน จะร้อน หนาว หรือฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ผิวเจ้ากรรมก็ยังคงแห้งอยู่เหมือนเดิม

ซึ่งปัญหาผิวแห้งไม่ใช่แค่ทำให้ผิวแห้ง เป็นขุย ลอกเป็นแผ่นๆ เท่านั้น แต่สำหรับสาวๆอย่างเราทุกครั้งที่แต่งหน้ายังลำบากเพราะเครื่องสำอางติดทนยากขึ้นไปอีก!!

ฉะนั้นสาวคนไหนอยากบอกลาผิวแห้งเสีย เชิญตามมาทางนี้เลยคะ!! วันนี้เรามี 10 โลชั่นขั้นเทพ ที่จะมาช่วยกู้ชีพฟื้นฟูผิวแห้งเสีย ให้กลับมาปังเนียนนุ่มน่าสัมผัส ดูมีชีวิตชีวา แลดูสุขภาพดี แถมขาวกระจ่างใส จนหนุ่มต้องมองเหลียวหลังคอเคล็ดกันไปเลยล่ะคะ … โลชั่นผิวแห้ง


โลชั่นผิวแห้งยี่ห้อไหนดี

1. Yves Rocher Hydratation Moisturizing Lotion-Aloe Vera Pulp

สรรพคุณของว่านหางจรเข้ที่ผสมอยู่โลชั่นบำรุงผิวเข้มข้นของ Yves Rocher ที่สามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้งเสียขาดน้ำ ให้กลับมาเนียนนุ่ม ด้วยสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ว่าสาวๆจะปลอดภัย เพราะกว่า 96% ในโลชั่นไม่มีส่วนผสมจากมิเนอรัลออยล์ สารแต่งสีสังเคราะห์ และสารกันเสียพาราเบน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอากาศหนาวเย็นหรือสาวๆที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ตลอดทั้งวัน รับรองว่าโลชชั่นตัวนี้เอาอยู่คะ


ผิวแห้งทาโลชั่นอะไรดี

2. Vaseline Advanced Repair

สำหรับโลชั่นบำรุงผิวตัวนี้ของวาสลีน ได้ผลิตสูตรออกมาเอาใจสาวผิวแห้งโดยเฉพาะ ด้วยสรรพคุณของโลชั่นพร้อมช่วยปรนิบัติผิวที่แห้งกร้าน ให้ฟื้นฟูกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอีกครั้ง เนื้อครีมมีลักษณะเข้มข้น แต่กลับให้สัมผัสที่บางเบา ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งคราบเหนียวเหนอะหนะ ข้อดีอีกอย่างคือปราศจากน้ำหอม แถมยังอ่อนโยนต่อผิวแบบสุดๆเลยล่ะ


โลชั่นผิวแห้งที่ดีที่สุด

3. Beauty Buffet Made In Nature Goat Milk UV Body Lotion

ประโยชน์ของนมแพะนอกจากจะดีต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นสารอาหารบำรุงผิวอย่างยอดเยี่ยม โดยโปรตีนจากนมแพะเต็มไปด้วย Vitamin A, B6, B12 Vitamin E ซึ่งโลชั่นผิวแห้งเข้มข้นตัวนี้ มีผสมของสารสกัดสมุนไพรจากประเทศเกาหลี ช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้เร็ว และยังมีกลิ่นหอมของน้ำนมให้รู้สึกสดชื่นตลอดเวลาอีกด้วย


รีวิวโลชั่นผิวแห้ง

4. St.Andrews Floral Body Lotion Daisy

โลชั่นบำรุงผิวแห้งที่อุดมไปด้วยสารสกัดของชาเขียวและทับทิม ช่วยเข้าไปเติมเต็มความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวของสาวๆเรียบเนียน แลดูสุขภาพดี แถมกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกเดซี่ยังมีคุณสมบัติในการช่วยบำบัดให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ที่มาพร้อมกับสารสกัดจาก Acerola Cherry ยิ่งเข้าไปเสริมทัพฟื้นฟูให้ผิวกลับมาสดใสเปล่งปลั่งอย่างมีชีวิตชีวาจนคุณเองก็รู้สึกได้


โลชั่นผิวแห้งราคาถูก

5. Beauty Buffet Scentio Coconut & Co-Q10 Body Lotion

เมื่อเอ่ยถึงโลชั่นถ้าไม่พูดถึงโลชั่นบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวคงไม่ได้ !! เพราะในมะพร้าวเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ในเรื่องการดูแลผิว ซึ่งในโลชั่นตัวนี้นอกจากจะมีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวแล้ว ยังอุดมไปด้วย โคเอนไซม์ คิวเทน และวิตามินอี ที่พร้อมจะช่วยคืนความเนียนนุ่มมาสู่ผิว และคุณสมบัติพิเศษในการเก็บกักความชุ่มชื้นไว้กับผิวได้อย่างยาวนาน


โลชั่นผิวแห้ง Pantip

6. Jergens Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturizer

อีกหนึ่งโลชั่นที่ได้รับความนิยมจากสาวๆว่าเป็นสุดยอดโลชั่นที่ผลิตขึ้นสำหรับคนผิวแห้ง ด้วยตัวเนื้อครีมมีความเข้มข้นแบบสุดๆ จึงช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น พร้อมฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้าน แตกเป็นขุย ให้กลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดี น่าสัมผัส ดังนั้นสาวผิวแห้งมากๆคนไหนกำลังมองหาตัวช่วย บอกเลยว่าโลชั่นตัวนี้จะตอบโจทย์ให้กับสาวๆอย่างแน่นอน


โลชั่นผิวแห้ง 7-11

7. Elizabeth Arden Green Tea Honey Drop CRM Mega

ถ้าสาวๆคนไหนกำลังมองหาโลชั่นบำรุงผิวแห้งแบบมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น แนะนำโลชั่นตัวนี้ ดีงามพระรามแปดเลยคะ!! เพราะนอกจากเนื้อครีมจะเข้มข้นแล้ว ยังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งแท้ผสมผสานกับสารสกัดจากชาเขียวและส้มแมนดาริน

ทำให้ครีมมีความหอมบางเบาธรรมชาติ ที่พร้อมจะเติมเต็มความชุ่มชื้น บำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพ แถมไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิวอีกด้วย


โลชั่นผิวแห้งคัน

8. Paula’s Choice Clinical Ultra-Rich soothing Body Butter All Skin Types

คุณสมบัติพิเศษของโลชั่นผิวแห้งตัวนี้สามารถลดความหยาบกร้านของผิว และยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นยาวนานถึง 12 ชั่วโมงด้วยกัน ด้วยสรรพคุณของ Shea Butter ที่พร้อมจะช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ตัวเนื้อครีมก็ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ทำให้ผิวที่แตกราบลื่น แลดูสุขภาพดีอ่อนเยาว์ และปราศจากจากน้ำหอม รวมทั้งสารปรุงแต่งอื่นๆ 100%


โลชั่นผิวแห้ง หน้าขาว

9. DHC Olive Body Butter

โลชั่นผิวแห้งสูตรเข้มข้นอุดมไปด้วยคุณค่าจากน้ำมันธรรมชาติที่เต็มไปด้วยสารพัดประโยชน์ ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันอโวคาโด น้ำมันมะพร้าว น้ำมันสวาเลน น้ำมันอาร์แกน เชียร์บัตเตอร์ และโกโก้บัตเตอร์ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น เนื้อครีมมีความนุ่มลื่น แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ รับรองว่าสาวผิวแห้งถูกใจอย่างแน่นอน


โลชั่นแก้ผิวแห้ง

10. Soap & Glory The Righteous Butter Body Lotion Super Smoothing

ขึ้นชื่อว่า Soap & Glory แล้ว หลายคนคงจะนึกถึงกลิ่นหอมหวานอันแสนโดดเด่น สำหรับโลชั่นผิวแห้งตัวนี้ ยังมีเนื้อครีมที่เข้มข้น แต่ทว่าไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมจะให้ความชุ่มชื้นกับผิว และในระหว่างวันยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นทำให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส


ถึงแม้ว่าเกิดมาเป็นสาวผิวแห้งจะค่อนข้างลำบากไปสักหน่อย จึงจำเป็นต้องใส่ใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษ การทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นถึงจะสำคัญ แต่การบำรุงจากภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น การทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เรียกได้ว่าสวยจากภายในมาสู่ภายนอก เพียงเท่านี้ก็บอกลาปัญหาผิวแห้งไปได้เลยคะ

หน้าแห้งใช้ครีมอะไรดี 10 อันดับ ครีมแก้ผิวหน้าแห้ง ได้ผลดีที่สุด

หน้าแห้งใช้ครีมอะไรดี 10 อันดับ ครีมแก้ผิวหน้าแห้ง ได้ผลดีที่สุด

หน้าแห้งใช้ครีมอะไรดี 10 อันดับ ครีมแก้ผิวหน้าแห้ง ได้ผลดีที่สุด หากว่าสาวๆคนไหนที่มีผิวหน้าปกติก็ถือได้ว่าเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง แต่สำหรับสาวผิวหน้าแห้งที่ต้องผจญกับความแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื่น ก่อให้เกิดผิวแพ้ง่าย บางคนถึงกับผิวหน้าลอกเป็นขุย แต่งหน้าไม่สวยงาม ที่สำคัญเมคอัพไม่ติดทนต้องหมั่นเติมเครื่องสำอางบ่อยๆ

คิดแล้วคงปวดหัวแทนไม่ใช่น้อยเลยใช่มั้นล่ะคะ..โดยเฉพาะใกล้ถึงหน้าหนาวแล้วสาวผิวแห้งคงจะวิตกกังวลว่จะแก้ปัญหาได้อย่างไร

ซึ่งวันนี้ปัญหาของสาวผิวแห้งจะหมดไปเมื่อได้รับการดูแลและรักษาอย่างถูกวิธีเพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าแห้งเพราะดูแลผิวหน้าไม่ตรงกับสภาพของผิวหน้านั่นเอง … หน้าแห้งใช้ครีมอะไรดี


วิธีรักษาหน้าแห้ง

1. The Body Shop

สำหรับ The Body Shop Body Butter ขึ้นชื่อว่าเป็นไอเท็มเด็ด สาวๆหลายคนที่เคยใช้ต่างชื่นชอบด้วยเนื้อครีมมีความเข้มข้น ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ และเมื่อทาก่อนนอนเวลาที่ตื่นขึ้นมาสามารถสัมผัสได้ว่าผิวเนียนนุ่มสุดๆ

ในส่วนของกลิ่นก็มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะออกแนวธรรมชาติเบาๆแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ราคาอาจจะแรงไปซะหน่อย แต่รับรองว่าหนึ่งกระปุกสามารถใช้งานได้นานถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว บอกเลยว่าครีมตัวนี้เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สาวๆต้องมี!!!


หน้าแห้ง

2. L’Occitane x Almond Milk Concentrate

สาวๆคนไหนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ L’Occitane คงทราบดีว่าครีมตัวนี้ ข้อดีคือมีกลิ่นหอมมากโดยเฉพาะกลิ่นหอมของ Almond และตัวของเนื้อครีมที่ไม่หนักเกินไป

แต่สรรพคุณแน่นไปด้วยสูตรเข้มข้นที่บำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นยาวนาน พร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากอัลมอนด์และวอลนัท ยิ่งช่วยให้ผิวเต่งตึง กระชับ ผิวเฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับสาวๆที่มีปัญหาผิวหน้าแห้ง


แก้หน้าแห้ง

3. Pharmacok’f Burnova Gel Plus

เจลว่านหางจระเข้ตัวนี้สาวๆหลายคนยกให้เป็นไอเท็มโปรดในการแก้ปัญหาสิว รอยสิว และสาวผิวหน้าแห้งก็สามารถนำไปใช้ได้ดีเช่นเดียวกัน ด้วยเพราะเจลว่านหางจระเข้ตัวนี้นำไปใช้ทาบำรุงผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าที่แห้งอยู่ชุ่มชื้นขึ้น แถมยังลดอาการแพ้ คัน ได้อีกด้วย


ครีมหน้าแห้ง

4. Jergens x Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturizer Jergens

ครีมนำเข้าจากต่างประเทศยอดนิยมมาหลายยุค หลายสมัย เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มเด็ดที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่เลยทีเดียว โดยเฉพาะครีมรุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับสาวๆที่มีผิวหน้าแห้ง

เมื่อใช้ไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะพบความเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างชัดเจน ผิวของคุณจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น แต่กระซิบก่อนว่าครีมตัวนี้จะค่อนข้างหนืดพอสมควรถ้าอยากสวยคงต้องทนหน่อยนะจ๊ะ


หน้าแห้งใช้ครีมอะไรดี Pantip

5. Skinfood x Quinoa Rich Body Cream

แบรนด์ชื่อดังสัญชาติเกาหลียอดนิยมของสาวไทย ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของสกินแคร์ รวมทั้งครีมบำรุงผิวก็เป็นหนึ่งในไอเท็มเด็ด ที่น่าใช้มากๆ และสำหรับสาวผิวแห้งก็ต้อง Quinoa Rich Body Cream

ตัวนี้ เนื้อครีมมีลักษณะคล้ายๆมูส นุ่มๆกลิ่นข้าวหอมอ่อนๆเมื่อใช้แล้วสัมผัสได้ว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นแบบสุดๆ ข่าวดี!! สาวๆคนไหนสนใจไม่ต้องบินไกลถึงเกาหลี เพราะในไทยก็มีช้อปให้เลือกอยู่มากมายจ้า..


ผิวหน้าแห้งทาครีมอะไรดี

6. Cetaphil x Moisturizing Cream

แบรนด์ดังที่ไม่ได้มีดีแค่สบู่เพียงอย่างเดียว ตัวครีมบำรุงผิวผสมมอยส์เจอไรเซอร์ก็ถือว่าเริ่ด!! เหมือนกัน ยิ่งครีมตัวนี้ที่ผลิตมาให้เฉพาะสาวผิวแห้งและแพ้ง่าย ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องของความเข้มข้น

เพราะครีมมีความเข้มข้นมาก ที่สำคัญคือกระปุกใหญ่มากๆอีกด้วย ใช้แล้วคุ้มสุดๆ แถมสาวที่พบปัญหาผิวแห้งมากๆและมีอาการคัน ตกสะเก็ด เป็นขุย ครีมตัวนี้สามารถช่วยได้อย่างยอดเยี่ยม


ครีมรักษาหน้าแห้งที่ดีที่สุด

7. Nutrogena Hydro Boost Water Gel

สาวคนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองหน้าแห้งหรืออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นตลอดเวลา เจลตัวนี้สามารถเข้าไปช่วยฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านและขาดน้ำได้ แถมยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นยาวนานได้ถึง 2 เท่า และมีสารสกัดจาก Olive ที่จะส่งผลให้หน้าเด้ง เนียนใสน่าสัมผัส


รีวิวครีมหน้าแห้งยี่ห้อไหนดี

8. Laneige Water Sleeping Mask

สุดยอดครีมที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดชื่น และชุ่มชื้นของเกาหลีใต้ เป็นครีมบำรุงผิวหน้ากึ่งมาส์ก เมื่อทาผิวหน้าไว้ตอนกลางคืนตื่นขึ้นมาจะรู้สึกว่าหน้าอิ่มน้ำ สัมผัสได้ว่าหน้าเด้งใสเนียนนุ่ม ตัวเนื้อครีมค่อนข้างบางเบา ทำให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย และยังเย็นสบายผิว เมื่อได้ลองตัวนี้แล้ว บอกเลยว่าติดใจแน่นอน!!


หน้าแห้งมากทาครีมอะไรดี

9. Eucerin pH5 Skin-Protection Lotion F

Eucerin สูตรนี้ เป็นสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของน้ำมันช่วยหล่อเลี้ยงสูงมากกว่าสูตรอื่นๆ ฉะนั้นสาวผิวแห้งจึงไม่ควรพลาดที่จะนำมาใช้บำรุงผิวหน้า หรือคนที่ต้องอยู่ในที่อากาศเย็นบ่อยๆ เช่นในห้องแอร์ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน รับรองว่าผิวของคุณจะนุ่มชุ่มชื้นเนียนน่าสัมผัสอย่างแน่นอน


รีวิวครีมหน้าแห้ง

10. Physiogel Soothing Care Al Cream

สาวผิวแพ้ง่ายหลายคนคงจะรู้จักแบรนด์นี้อย่างแน่นอน เพราะครีมตัวนี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องผื่นแพ้หรือผื่นคันเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความแห้งของผิวให้ชุ่มชื้นขึ้นทันทีหลังใช้งาน และที่สำคัญมีความปลอดภัย 100% เพราะตัวครีมปราศจาก สารกันเสีย น้ำหอม สี จึงมั่นใจด้ว่าจะไม่ทำให้ผิวแห้งลงกว่าเดิม


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 10 ครีมแก้หน้าแห้งที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าของคุณให้กลับคืนสู่สภาพเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ครีมบางตัวยังมีสรรพคุณให้หน้าขาวกระจ่างใส ฉะนั้นหน้าหนาวที่จะถึงนี้คงมีคำตอบสำหรับหน้าแห้งใช้ครีมอะไรดีกันแล้วล่ะคะ

10 วิธีแก้ หน้าแห้งลอก ที่ดีที่สุด พร้อมวิธีป้องกัน แบบได้ผลดี

10 วิธีแก้ หน้าแห้งลอก ที่ดีที่สุด พร้อมวิธีป้องกัน แบบได้ผลดี

10 วิธีแก้ หน้าแห้งลอก ที่ดีที่สุด พร้อมวิธีป้องกัน แบบได้ผลดี เชื่อได้ว่าเข้าสู่หน้าหนาวทีไหร่ สาวๆหลายคนที่มีประสบปัณหาเรื่องผิวแห้ง แตก ลอกเป็นขุย คงกลุ้มอก กลุ้มใจไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อสัมผัสไปที่ผิวบริเวณไหนก็รู้สึกแห้ง ไม่เนียนนิ่ม เหมือนดั่งเคย ซึ่งสาเหตุมาจากในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นร่างกายของเราก็จะขาดความชุ่มชื้น

แต่ทว่าถ้าสาวๆหมั่นดูแลผิวและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยบรรเทาอาการผิวแห้งไปได้คะ มาลองดูกันดีกว่า 10 วิธีที่จะช่วยให้ผิวของสาวๆเนียนสวย แม้จะเป็นช่วงหน้าหนาวก็ตาม … หน้าแห้งลอก


วิธีแก้หน้าแห้งลอก

1. ละเว้นการอาบน้ำอุ่น

ทุกครั้งที่อากาศหนาวเย็น สาวส่วนมากเลือกที่จะอาบน้ำอุ่นแต่ทราบหรือไม่ว่าเจ้าน้ำอุ่นเนี่ยล่ะที่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวของเรา โดยน้ำอุ่นจะเข้าไปล้างไขมันในเซลล์ชั้นผิวของเรา ส่งผลให้ผิวไม่สามารถที่จะกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ จึงเป็นเหตุให้เราผิวแห้ง แตก ลอกเป็นแผ่นๆตามมา กรณีที่ตัดใจอาบน้ำเย็นไม่ได้อนุโลมให้อาบน้ำอุ่นขัดถูตัวให้สะอาดแล้วค่อยใช้น้ำอุณหภูมิปกติตบท้ายทีหลังก็ได้คะ


หน้าแห้งลอกทำไงดี

2. ล้างหน้าวันละครั้ง

ถึงแม้ว่าการล้างหน้าจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าสะอาด และยังช่วยลดการอุดตันสาเหตุของการเกิดสิว แต่ไม่ใช่สำหรับในหน้าหนาวเพราะการที่เราล้างหน้าบ่อยๆผิวหน้าของเราจะไม่มีไขมันในการเก็บกักความชุ่มชื้นเอาไว้ ฉะนั้นใน 1 วันจึงควรล้างหน้าเพียงวันละ 1 ครั้งคือช่วงเย็นก็เพียงพอ


หน้าแห้ง

3. หมั่นทาเบบี้ออยล์หลังอาบน้ำเสร็จทุกครั้ง

ทุกครั้งหลังจากอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวพอหมาดๆแล้วนำเบบี้ออยล์มาทาให้ทั่วผิวหน้าและผิวกาย เพราะเบบี้ออยล์จะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น แถมยังช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส นอกจากนั้นเบบี้ออยล์ยังนำมาหมักผม ด้วยก่อนสระผมให้ใช้เบบี้ออยล์ชโลมไปที่เส้นผมให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที จะทำให้ผมมีน้ำหนัก ลดอาการแห้งเสียและแตกปลายได้ดี


หน้าลอก

4. ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ

หลังจากทาเบบี้ออยล์เรียบร้อยแล้ว สาวๆจะรู้สึกว่าตัวลื่นๆมันๆ แนะนำว่าควรทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเข้าไปให้ทั่วร่างกายทับไปอีครั้ง รวมทั้งที่บริเวณผิวหน้าด้วย เพื่อเพิ่มพลังในการบำรุงผิวให้ดีมากยิ่งขึ้นแบบดับเบิ้ลเลยทีเดียว


ครีมรักษาหน้าแห้งลอก

5. ว่านหางจระเข้ ช่วยให้ชุ่มชื้น

อย่างที่ทราบว่าว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ขนาดที่ผิวได้รับความร้อนมากๆจนถึงขั้นไหม้ เมื่อนำว่านหางจระเข้ไปทาถูที่บริเวณรอยไหม้ ยังทำให้รอยไหม้ดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และยังรู้สึกว่าผิวดูชุ่มฉ่ำ อิ่มน้ำ ส่วนวิธีการให้นำเอาวุ้นว่านหางจระเข้บดละเอียดมาทาไปจนทั่วผิวหน้า ทาซ้ำๆแบบนี้ทุกวัน ผิวหน้าที่แห้งลอกก็จะค่อยๆดีขึ้น


หน้าแห้งลอก Pantip

6. พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งผสมไข่แดง

สาวๆอาจจะเลือกใช้น้ำผึ้งทาหน้าอย่างเดียวก็ได้ แต่เพื่อให้ผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นกว่าเดิม แนะนำว่าให้นำไข่แดงเข้ามาเสริม โดยนำน้ำผึ้งมา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับไข่แดงสด 1 ฟอง ตีจนส่วนผสมทั้งสองเข้ากันเป็นอย่างดีแล้ว ก็นำไปทาผิวหน้าจนทั่ว หลังจากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 10 -15 นาทีค่อยล้างออก สูตรพอกหน้านี้จะช่วยรักษาผิวหน้าแห้งที่ลอกให้ค่อยๆดีขึ้น


หน้าแห้งลอกอักเสบ

7. ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

แสงแดดจัดได้ว่าเป็นตัวการที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและทำให้ผิวหน้าเสื่อมสภาพและผิวลอกได้นั่นเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันทุกครั้งก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดด ด้วยการเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30+ PA+++ ขึ้นไป รวมทั้งแม้อากาศจะหนาวมากแค่ไหนก็ตาม อย่าพยายามเอาหน้าหรือตัวไปสัมผัสแดด เพราะหวังว่าจะอุ่นขึ้น เพราะแดดก็คือแดดวันยันค่ำแหล่ะคะ


หน้าแห้งลอก เป็นแผ่น ทำไงดี

8. ครีมทาผิว ปิโตรเจลลี่ ช่วยผิวที่ลอกได้

ถ้าพูดถึง “วาสลีน”เชื่อว่าหลายคน คงคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะสรรพคุณที่ไม่ธรรมดา อาทิ ทาริมฝีปากช่วยลดปากลอก ปากแตกได้, เมื่อนำไปทาผิวบริเวณที่แห้งกร้าน, แตกเป็นขุย คุณจะสัมผัสได้ว่าผิวบริเวณนั้นกลับมาชุ่มชื้น เนียนนุ่มขึ้น

และหากสาวๆคนไหนทาแป้งแล้วยังเห็นผิวเป็นขุยๆที่ใบหน้า แนะนำให้ทาวาสลีนลงไปเสียก่อน แล้วค่อยทาแป้งทับลงไป รับรองว่าจะช่วยกลบร่องรอยขุยๆได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ


หน้าแห้งลอกคันแดง

9. ดื่มน้ำให้ได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 8 แก้ว

วิธีง่ายๆที่เราสามารถทำได้เองนั่นก็คือ “ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว” เพราะเพียงเท่านี้ผิวของเราก็สามารถชุ่มชื้นขึ้นจนเรารู้สึกได้ เพราะน้ำคือส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย เมื่อเราดื่มน้ำในปริมาณเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ แน่นอนว่าผิวของเราก็จะมีสุขภาพแข็งแรงดีขึ้น


วิธีรีกษาหน้าแห้งลอกแบบธรรมชาติ

10. เสริมความแข็งแรงของผิวด้วยอาหารที่มีประโยชน์

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างผักผลไม้เป็นประจำ จะช่วยรักษาเซลล์ผิวของสาวๆให้มีความแข็งแรงชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และกระจ่างใส เรียกได้ว่าเป็นการบำรุงจากภายใน ฉะนั้นไม่ว่าอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหน ก็ไม่สะเทือนผิวของคุณอย่างแน่นอน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณที่จะช่วยให้คุณสาวๆหมดกังวลกับปัญหา ผิวแห้ง ผิวแตก ผิวลอก และผิวเป็นขุย ฉะนั้นหนาวนี้สาวๆก็กล้าที่จะเผยผิวสวยอวดสายตาใครๆโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาเหล่านี้แล้วล่ะคะ

10 รีวิวกันแดด ทาหน้า ทดลองหมดแล้ว ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีที่สุด

10 รีวิวกันแดด ทาหน้า ทดลองหมดแล้ว ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีที่สุด

10 รีวิวกันแดด ทาหน้า ทดลองหมดแล้ว ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีที่สุด ครีมกันแดดนับว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับผู้หญิงทุกคน เรียกได้ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องพกครีมกันแดดติดตัวตลอด เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนจึงทำให้รังสียูมีอยู่แทบทุกที่ และสิ่งเดียวที่จะปกป้องผิวกายไม่ให้ได้รับอันตรายจากรังสียูวีคือการทาครีมกันแดด

เพราะหากเราปล่อยปละละเลยไม่สนใจสุขภาพผิวของเราปล่อยให้ยูวีจากแสงแดดทำร้ายเป็นเวลานานๆ ผิวอาจจะเสียจนเกิดความหมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือปัญหาสุขภาพผิวอื่นๆตามมาด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นรังสียูวีจากแสงแดดหากเราไม่ดูแลหรือป้องกันอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้

ซึ่งต้องบอกเลยว่าอันตรายมากๆ เพราะฉะนั้นการดูแลผิวด้วยการทาครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก หลายคนอาจจะสับสนว่าควรใช้ครีมกันแดดแบบไหนดีนะถึงจะปกป้องผิวให้ปลอดภัยจากรังสียูวีได้ เรามาดู รีวิวกันแดดที่คนส่วนใหญ่ใช้กันดีกว่า และมาดูว่าครีมกันแดดควรใช้แบบไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในแต่ละวันที่สาวๆต้องออกนอกบ้านแทบไม่รู้เลยว่าในวันนั้นเราจะเจอกับอะไรบ้าง เพราะในแต่ละวันมีครบทุกสภาพอากาศ ทั้งร้อน ทั้งฝน ยังรวมไปถึงแสงไฟนีออนที่ต้องเจอในที่ทำงานอีก

เพราะฉะนั้นการเลือกใช้ครีมกันแดดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ครีมกันแดดที่ใช้จึงต้องมีความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสภาพอากาศ จะต้องเหนียวหนึบทนต่อทุกสถานการณ์ ทีนี้เรามาดูรีวิวกันแดดที่ทนต่อทุกสถานการณ์กันว่ามีอะไรบ้าง … รีวิวกันแดด


รีวิวครีมกันแดด

1. LA ROCHE-POSAY ANTHELIOS XL DRY TOUCH – GEL – CREAM SPF 50+

เป็นครีมกันแดดสำหรับผิวหน้า เนื้อครีมเป็นเจลเมื่อทาที่ผิวหน้าแล้วเนื้อครีมจะซึมซับเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วย เป็นครีมกันแดดที่เหมาะสำหรับผิวผสมไปจนถึงผิวมัน เป็นครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องรังสี UVB/UVA สูงด้วยค่า SPF 50+ PPD31

เนื้อครีมบางเบาเหมาะมากสำหรับสาวๆที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย นอกจากจะเป็นครีมกันแดดแล้วยังช่วยควบคุมความมันอีกด้วย เมื่อทาเสร็จเนื้อครีมจะซึมเข้าสู่ผิวทันทีจึงทำให้สบายผิวไม่เหนียวเหนอะหนะ ด้วยสูตร Non-comedogenic เป็นสูตรพิเศษที่ไม่มีการผสมน้ำหอมและพาราเบน

จึงเป็นครีมกันแดดที่ไม่มีกลิ่นที่สำคัญยังเป็นครีมกันแดดที่ผ่านการทดสอบโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวพรรณ สาวๆ สามารถหาซื้อได้ที่ Watson Boots และร้านขายยาทั่วไป ราคา 1,200 ราคาอาจจสูงนิดนึงแต่ขอบอกเลยว่าคุ้มมาก


ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด

2. CutePress cutePress UV white Matte SPF50+ Pa+++

รีวิวกันแดดที่มากด้วยคุณสมบัติในหลอดเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องผิวจากรังสี UVA1 UVA2 และ UVB ช่วยควบคุมความมันได้นานถึง 8 ชั่วโมง เนื้อครีมเหมือนครีมรองพื้น และยังช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้เต็มประสิทธิภาพด้วยค่า SPF50+Pa+++

เป็นครีมกันแดดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล ช่วยลดรอยดำ จุดด่างดำต่างๆ ให้จางลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมความมันด้วยเทคโนโลยีOil-Trapping Film ที่ช่วยดูดซับความมันบนใบหน้าได้อย่างล้ำลึก ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ จึงเหมาะสำหรับผิวธรรมดา และผิวมัน

หาซื้อได้จาก Shop CutePress ราคาสบายกระเป๋า 379 บาท


รีวิวกันแดด Pantip

3. Boots Dermocare Suncare Facial Sun Protective Light Fluid SPF50

ครีมกันแดดที่นอกจากจะปกป้องผิวจากรังสียูวิแล้วยังควบคุมความมันให้อยู่หมัดอีกด้วย เนื้อครีมมีลักษณะเป็นโลชั่นซึมซับเข้าสู่ผิวเร็ว จะอยู่กลางแดดจ้านานแค่ไหนผิวของสาวๆก็จะสดใสตลอดเวลา ดูยังไงก็ไม่หมองคล้ำดำลงอย่างแน่นอน เหมาะสำหรับผิวผสม ผิวมัน หาซื้อได้ที่เฉพาะ ในร้าน Boots เท่านั้นราคาก็สบายๆ 500 นิดๆ


กันแดดที่ดีมากๆ

4. Minus Facial Sun Priection SPF 50

เนื้อครีมแสนบางเบา นุ่มเนียนซึมซับเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็วที่สำคัญสามารถกันน้ำได้ขั้นเทพเลยทีเดียว นอกจากจะซึมซับและกันน้ำได้แล้วยังเป็นรีวิวกันแดดที่ช่วยปรับระดับสีผิวให้ดูขาวเปล่งประกายขึ้นอีกระดับหนึ่งด้วย เป็นครีมกันแดดที่เหมาะสำหรับทุกวันทั้งแดดจ้า ฝนตก

จะ UVA หรือ UVB ก็ใช้ได้หมดกังวลว่าเนื้อครีมจะหลุดหายระหว่างวันเพราะเป็นรีวิวกันแดดที่ไม่หวั่นต่อทุกสถานการณ์ สาวๆสามารถหาซื้อได้จาก ห้างสรรพสินค้าทั่วไป Boots Watson ราคาสุดคุ้มสบายกระเป๋ากันเลยทีเดียว 299 บาท


ครีมป้องกันแดดดีๆ

5. Shiseido Anessa Perfect UV Sun screen SPF50 PA++++

Shiseido ครีมกันแดดที่ไม่ต้องอธิบายคุณสมบัติอะไรมากมาย เพราะสาวๆส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดีและส่วนใหญ่ก็ใช้กันแทบทุกคน เพราะเป็นครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติครบจบในหลอดเดียว ทั้งกันน้ำกันเหงื่อใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้งหรือในน้ำก็หทดกังวล Shiseido

เนื้อครีมบางเบาซึมสู่ผิวอย่างรวดเร็วจะอยู่กลางแดดจ้านานแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเหนียวเหนอะหนะ จึงเป็นอีกครีมกันแดดที่สาวๆนิยมใช้มากที่สุด เพราะมันสามารถป้องกันได้ทั้ง ยูวิเอและยูวีบี หาซื้อได้ไม่ยากเลย แค่เดินไปที่เค้าเตอร์เซอร์วิช Shiseido และร้านค้าออนไลน์ ราคาก็ปานกลางสบายกระเป๋า 1,300


รีวิวกันแดดยี่ห้อไหนดี

6. Za True white PoverBlock UV SPF40 PA+++

ต้องบอกเลยว่ารีวิวกันแดดสูตรนี้มันเริสมาก เพราะมันสามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้ทั้งใบหน้าและผิวกายในหลอดเดียว ซึ่งในหลอดเดียวมีคุณสมบัติของสารกันแดดครบเลยก็ว่าได้ ทั้งTitaniumDioxide และ Zinceoxide สารกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีได้ทุกสัดส่วนของร่างกาย

นอกจากนี้ก็ยังมีสารกันแดดอีกตัวคือ Octyl Methoxycinnamate ช่วยดูดซับรังสีให้มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี และยังมีค่าSPF 40PA+++ ช่วยดูแลผิวไม่ให้เกิดความหมองคล้ำ อีกทั้งยังมีสารบำรุงผิวให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นด้วยสาร Mineral และวิตามินอี

เรียกได้ว่าสาวๆจะได้รับการปกป้องผิวจากแสงแดดแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็ว่าได้ หาซื้อได้จาก Boots ,watsons,และตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป คุณสมบัติสุดเริสล้ำแต่ราคา แค่ 380 บาท


กันแดด

7. Eucerin Sun Fluid MattifyingSPF50+

รีวิวกันแดดครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบา ซึมซับเร็ว ใช้แล้วไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะแน่นอน เป็นครีมกันแดดที่เหมาะกับสาวผิวผสมและผิวมัน เป็นสูตรที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุด พร้อมสูตรปกป้องผิวที่บอบบางไวต่อแสง สูตรนี้ได้มีการเพิ่มแอนตี้ออกซิแดนซ์ธรรมชาติเข้าไปด้วย

จึงทำให้เนื้อครีมซึมซาบได้เร็ว ที่สำคัญไปกว่าการปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วคือการบำรุงผิวที่ล้ำลึกสามารถซ่อมได้ถึงระดับเซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูปัญหาผิวให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม ทั้งผิวคล้ำเสีย ผิวแดงจากการถูกแดดเผา กระจุดด่างดำ รีวิวกันแดดสูตรนี้สามารถดูแลได้หมด

เพราะมีการทำงานของยูวิฟิลเตอร์ 2 ประเภท คือฟิสิคอล ฟิลเตอร์ และ เคมิคอลฟิลเตอร์ ที่จะช่วยปกป้องรังสียูวีให้ท้อนออกไป ไม่ให้รังสียูวีมาทำร้ายผิวได้ง่ายๆและปกป้องไม่ให้ยูวีซึมซาบลงสู่ผิวจนเกิดปัญหาสุขภาพผิวต่างๆตามมา

หาซื้อได้ตาม ห้างสรรพสินค้าทั่วไป ,Boots,watsons ราคา 1,170 บาท


ครีมกันแดดญี่ปุ่น

8. L’oreal UV Perfeol Advanced Aqua Essen ce Long UVA SPF50+/PA+++

โลชั่นกันแดดที่มีคุณสมบัติครบครันอีกยี่ห้อหนึ่งที่มาพร้อมกับสูตร AQUA Essen ce Long UVA เนื้อครีมมีความบางเบา เพราะมีเนื้อครีมเป็นสูตรน้ำเมื่อทาแทบไม่รู้สึกว่ากำลังทาโลชั่น เพราะซึมเข้าสู่ผิวเร็วมากนอกจากจะปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วยังเป็นโลชั่นกันแดดที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูขาวใสและเรียบเนียนเป็นธรรมชาติอีกด้วย

ทั้งยังช่วยลดริ้วรอยต่างๆ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ ให้กลับมาสวยใสแถมยังปกป้องผิวจากมลพิษช่วยละการสะสมของสิ่งสกปรกบนใบหน้า และยังสามารถปกป้องผิวได้จนถึงระดับ DNA เป็นรีวิวกันแดดที่สามารถฟื้นฟูบำรุงสภาพได้ถึงนานถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว คือทาครั้งเดียวปกป้องผิวจากยูวีเอและยูวีบี ได้ตลอดทั้งวัน

หาซื้อได้ตาม ห้างสรรพสินค้าทั่วไป , Boots, watsons ราคาก็แสนจะสบาย 390 บาท


รีวิวกันแดดกันน้ำ

9. Biore UV Perfect Milk SPF50+ PA+++

โลชั่นกันแดดที่สาวๆชื่นชอบเหตุผลคือเป็นโลชั่นกันแดดเนื้อนม ที่มีเนื้อครีมบางเบาซึมซาบเร็ว และสามารถทาได้ทั้งใบหน้าและผิวกายที่สำคัญยังเป็นสูตรพิเศษสามารถกันน้ำ กันเหงื่อได้ด้วย ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนโลชั่นทั่วไปแน่นอน มีค่ากันแดดที่สูง คือ SPF50+ PA+++

เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบอยู่กลางแดดนานๆเช่นเล่นกีฬา หรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานๆจึงมั่นใจได้เลยว่าหากใช้โลชั่นสูตรนี้ผิวของสาวๆจะไม่เสียอย่างแน่นอน

สามารถซึ้อได้จาก ห้างสรรพสินค้าทั่วไป ,Boots, watsons,7-11 ราคา265 บาท


รีวิวกันแดดแบบบไหนดี

10. Banana Boat Ultra Protect Sunscreem Lotion SPF50 PA+++

โลชั่นกันแดดสูตรนี้บอกเลยว่าเหมาะสำหรับผิวที่ต้องใช้งานทุกวัน เนื้อครีมบางเบา นุ่มเนียนเมื่อทาแล้วสบายผิว เพราะเป็นสูตรที่ซึมสู่ผิวเร็วมาก เป็นสูตรที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ วิตามินอีและซี จึงช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้มากถึง 50 เท่าเลยทีเดียว

เป็นโลชั่นที่ปกป้องผิวจากแสงแดดได้เป็นอย่างต่อให้แดดแรงจ้า หรือฝนตกสักแค่ไหนก็ไม่หวั่นเพราะเป็นโลชั่นสูตรกันน้ำที่สาวๆหลงรักนั่นเอง มีขายที่ ห้างสรรพสินค้าทั่วไป , Boots , Watsons ราคา 217 บาท


นี่คือ 10 รีวิวกันแดดที่สาวๆส่วนใหญ่นิยมใช้เพื่อดูแลผิวให้ห่างไกลจากแสงแดด รับรองได้เลยว่าทุกรีวิวใช้แล้วเห็นผลอย่างแน่นอน แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่ตรงตามความต้องการของผิวจะดีที่สุด หรืออาจจะใช้ตามสถานการณ์ที่เราเป็นอยู่ก็ได้คือเลือกใช้ตามค่า SPF

หากเราอยู่ในกลางแจ้งแสงแดดร้อนๆแต่ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF น้อยก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นหากสาวๆคนไหนชื่นชอบสูตรไหนหรือคิดว่าเหมาะกับเรามากที่สุดก็หาซื้อมาใช้ได้นะ เรื่องราคาก็แสนจะสบายกระเป๋าที่สำคัญมันคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างมาก บางสูตรราคาอาจจะสูงแต่อันนี้คุ้มเกินคุ้มจริงๆนะ

เพราะบางสูตรนอกจากจะปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วยังช่วยปรับสภาพผิว ช่วยลดกระจุดด่างดำต่างๆให้ลดเลือนลงอีกด้วย ดีขนาดต้องหามาติดกระเป๋าได้แล้วนะ

ผิวหน้าแห้งมาก 10 วิธีแก้ผิวหน้าแห้ง หยาบ กร้าน ที่คุณควรรู้

ผิวหน้าแห้งมาก 10 วิธีแก้ผิวหน้าแห้ง หยาบ กร้าน ที่คุณควรรู้

ผิวหน้าแห้งมาก 10 วิธีแก้ผิวหน้าแห้ง หยาบ กร้าน ที่คุณควรรู้ สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งอย่านิ่งนอนใจเป็นอันขาด หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าผิวหน้าแห้งนิดหน่อยนั้นดี เพราะไม่ต้องเผชิญกับสิวและความมันเยิ้ม

แต่ความจริงแล้วผิวหน้าแห้งก็เป็นผิวหน้าที่มีปัญหาและยังจะทำให้เกิดริ้วรอยและความแก่ของผิวหน้าตามมาได้ในภายหลัง ยิ่งใครที่มีผิวหน้าแห้งมาก ๆ ก็จะเกิดความหยาบกร้านขึ้นกับผิวหน้าอีกด้วย

เวลาที่แต่งหน้าก็จะเกิดเป็นขุย บางคนถึงกับผิวลอกในบางบริเวณไม่น่าดูผิวหน้าแห้งมาก ผิวแห้งเกิดจากอะไรและมีวิธีแก้ไขให้ผิวสุขภาพดีขึ้น สวยเด้งขึ้นได้อย่างไรบ้างนั่นไม่ยากเลย เริ่มจากเรามาทราบสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าแห้งกันก่อน — ผิวหน้าแห้งมาก


สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหน้าแห้ง


หน้าลอกแห้งมาก

1. เกิดจากผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย

ผิวหน้าสูญเสียน้ำได้ง่ายก็เพราะผิวชั้นปกป้องเกิดความอ่อนแอ เพราะไขมันที่ควรมีในชั้นผิวลดลงทำให้สารให้ความชุ่มชื่นผิวสูญเสียไปกับน้ำหล่อเลี้ยงผิว ในผิวของเรามีประตูน้ำที่อยู่ภายในผิว

เรียกว่า อควอพอรีน น้ำจึง ไม่สามารถส่งผ่านจากเซลล์ผิวหนึ่งไปสู่อีกเซลล์ผิวหนึ่งได้อย่างราบรื่น เราจะเห็นว่ายิ่งอายุมากขึ้นก็มักจะประสบปัญหาผิวหน้าแห้งได้มากขึ้นด้วย


วิธีรักษาผิวหน้าแห้งมาก

2. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

ช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือมีลมแรงร่างกายจะสูญเสียน้ำจากผิวออกไปกับเหงื่อและจากลมที่สัมผัสผิว เมื่ออากาศเย็นในช่วงฤดูหนาวความชื้นในอากาศต่ำยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย เมื่อนั้นเซลล์ผิวสูญเสียน้ำทำให้ผิวแห้ง หยาบกร้านเกิดร่องริ้วรอยลึกขึ้น


หน้าแห้งมาก

3. แสงแดด

แสงแดดเป็นศัตรูที่ร้ายกาจกับผิวหน้าโดยเฉพาะคนที่มีสภาพผิวหน้าแห้ง แสงแดดจะทำให้คุณยิ่งสูญเสียความชุ่มชื่นและยังทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ง่าย


วิธีแก้ผิวหน้าแห้ง

4. การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและล้างหน้าบ่อย

หลายคนอาจคิดว่าเมื่อผิวแห้งก็แก้ด้วยการล้างหน้าบ่อย ๆ ทำให้ผิวได้รับน้ำจะดูชุ่มชื่น แต่ในความจริงแล้วการล้างหน้าบ่อย ๆ ไม่ได้ช่วยให้ผิวแห้งกลับชุ่มชื่นแต่อาจทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้นไปอีก การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจะเป็นการทำลายผิวและยังเป็นการเปิดรูขุมขนให้กว้าง ผิวหน้าไม่กระชับ หย่อนคล้อยง่ายด้วย


ครีมทาผิวหน้าแห้ง

5.การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับและเครื่องสำอาง

เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่คนผิวหน้าแห้งใช้ หากเลือกใช้ๆไม่เหมาะสมจะยิ่งเป็นการทำร้ายผิวให้สูญเสียน้ำและความชุ่มชื่นมากขึ้นไปอีก เช่นการใช้โฟมล้างหน้า การใช้เครื่องสำอางที่เป็นชนิดเนื้อแมทท์ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มาก


ทำไมหน้ามัน แต่ผิวยังแห้ง ลอกเป็นขุย

6.เป็นโรคจากพันธุกรรม

ผิวหน้าแห้งอาจจะเกิดจากพันธุกรรม คนบางคนมีลักษณะผิวหน้าแห้งมาตั้งแต่เริ่มต้น บางครอบครัวจะสังเกตได้ว่าเป็นครอบครัวที่มีผิวแห้ง หน้ามีริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย จึงต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวให้ไม่ขาดน้ำและมีความชุ่มชื่นอยู่เสมอ


ผิวหน้าแห้งมาก Pantip

7 การเปลี่ยนแปลงไปของฮอร์โมนในร่างกาย

ผิวหน้าก็เช่นเดียวกับผิวกายคือมีการสูญเสียความชุ่มชื่นตามธรรมชาติจากการที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป เช่นในตอนที่ตั้งครรภ์ หรือช่วงวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิง


ผิวหน้า ทำไมแห้ง

8. อายุที่เพิ่มมากขึ้น

เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมาก เมื่อคนเราอายุมากขึ้นความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิวหน้าก็ลดลง ทำให้ผิวหน้าแห้งเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและหยาบกร้าน แต่เราสามารถชะลอให้ผิวหน้าแห้งช้างลงได้


ผิวหน้าแห้ง ขาดวิตามินอะไร

9. รับประทานอาหารไม่เหมาะสม

สารอาหารที่ขาดไปในการรับประทานอาหารเพียงบางชนิดกระทบต่อผิวหน้าได้ ทำให้ผิวหน้าแห้งมากและเป็นคนมีสภาพผิวหน้าแห้งจากพฤติกรรมและนิสัยในการกิน


วิธีแก้ผิวหน้าแห้งมากและหยาบกร้าน 10 วิธี


ผิวหน้าแห้งมาก ใช้ครีมอะไรดี

1.ดูแลผิวหน้าด้วยการดื่นน้ำสม่ำเสมอและเพียงพอ

วิธีง่าย ๆ ที่มักถูกมองข้ามไปสำหรับการดูแลผิวหน้าแต่มักถูกมองข้ามไปก็คือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันและดื่นน้ำอย่างสม่ำเสมอ การดื่มน้ำที่เพียงพอต่อผิวหน้าและผิวกายก็คือควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ1.5 ลิตร และวิธีการดื่มน้ำก็คือค่อย ๆ ดื่มในปริมาณไม่มากแต่ดื่มให้บ่อย เพราะการดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ เร็ว ๆ ร่างกายก็ดูดซึมน้ำไม่ทันอยู่ดี น้ำที่ควรดื่มควรเป็นน้ำเปล่าบริสุทธิ์


ผิวหน้าแห้งมากทำไงดี

2.เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะสม

ผิวหน้าแห้งไม่เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้ผลิภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์ผสมในปริมาณมาก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไร้แอลกอฮอล์จะดีที่สุด ผิวหน้าแห้งไม่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแรง ๆ และไม่ควรใช้โฟมล้างหน้า แนะนำให้ใช้เป็นครีมล้างหน้าหรือเจลล้างหน้าจะเหมาะและดีต่อผิวหน้าแห้งมากกว่า


ผิวหน้าแห้งมาก Pantip

3.บำรุงผิวหน้าให้ชุ่นชื่นสม่ำเสมอ

ผิวหน้าแห้งจะต้องบำรุงด้วยการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นจะดีที่สุด ในตอนเช้าควรใช้มอยส์เจอร์ไณเซอร์บำรุงหลังล้างหน้าทันทีเพื่อช่วยกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวหน้าและเพิ่มความชุ่มชื่นใต้ผิวหน้า และไม่ควรลืมที่จะใช้ครีมกันแดดด้วย ในช่วงเย็นหรือค่ำก็ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ก่อนนอน

เพราะช่วงเวลาตลอดคืนผิวหน้าเสี่ยงต่อการสูญเสียน้ำยิ่งหากนอนในห้องแอร์ก็ยิ่งสูญเสียความชุ่มชื่นของผิวหน้ามาก สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์ตลอดวัน หรือคนที่ต้องเผชิญแดดตลอดวันผิวหน้าก็สูญเสียความชุ่มชื่นง่ายเช่นกัน อาจใช้วิธีทาครีมส่วนผสมมอยเจอร์ไรเซอร์ระหว่างวันด้วยก็จะเป็นการดี


หน้าแห้ง เกิดจากอะไร

4.หลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อย

การล้างหน้าบ่อย ๆ จะทำให้ผิวหน้ายิ่งสูญเสียน้ำ สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งต้องหลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อย ๆ ควรล้างหน้าเฉพาะตอนเช้าและเย็นอาจจะล้างในช่วงระหว่างวันได้บ้างในบางครั้ง


วิธีแก้ผิวแห้ง

5.เลือกใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าที่เหมาะกับผิว

เครื่องสำอางแต่งหน้าก็มีส่วนทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้นอีกได้และยังจะเน้นในจุดที่หน้าแห้งเป็นขุย หน้าเป็นริ้วรอยร่องลึกอันเกิดจากผิวหน้าแห้ง ความกร้านหมองไม่นุ่มชุ่มชื่น เครื่องสำอางที่เหมาะใช้ในการแต่งหน้าของสาว ๆ ที่มีผิวหน้าแห้งก็คือ เครื่องสำอางที่เป็นครีมชุ่มชื่น เครื่องสำอางชนิดเจลและชนิดที่มีปรักายมันวาวทำให้หน้าดูชุ่มชื่นและไม่ดูกร้านหมองหรือแห้ง


รีวิวรักษาหน้าแห้ง

6.ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องจะทำให้ผิวหน้าสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีขึ้น น้ำเย็นยังไม่ทำลายเซลล์ผิวที่อ่อนแออยู๋แล้วของคนผิวหน้าแห้งเสื่อมไปด้วย แต่น้ำเย็นกลับช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและกระชับรูขุมขนทำให้เซลล์ผิวเต่งตึงขึ้นได้


หน้าแห้งเพราะอะไร

7.ไม่มาส์กหน้าบ่อย ๆ

การมาส์กหน้าบ่อย ๆ อาจจะเหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้ามันและคนที่มีผิวหน้าปกติไม่มีปัญหาผิวหน้า แต่สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งมาก ไม่ควรจะมาส์กหน้าบ่อยเพราะจะทำให้มาส์กดูดความชุ่มชื่นของผิวออกไป


หน้าแห้ง เพราะ

8.หลีกเลี่ยงการขัดผิวแรง ๆ หรือบ่อย

ผิวหน้าของคนผิวแห้งเป็นผิวที่ไม่แข็งแรงและพร้อมที่จะเสียหายได้ง่าย เนื่องจากเซลล์ผิวอ่อนแอเปราะขาดได้ง่าย การขัดผิวหน้าบ่อย ๆ จะยิ่งเป็นการทำร้ายผิวหน้าโดยไม่จำเป็น ดังนั้นคนที่มีผิวหน้าแห้งไม่ควรขัดผิวหน้าบ่อย ๆ หรือขัดถูหน้าแรงเกินไป


หน้าแห้งเพราะอะไร

9. บำรุงผิวด้วยน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก

น้ำผึ้งดีต่อผิวหน้า ให้ใช้น้ำผึ้งมาส์กหน้าสักเดือนละ 1-2 ครั้งและใช้น้ำมันมะกอกนวดผิวหน้าให้ทั่วเบา ๆ น้ำผึ้งจะผสานเซลล์ผิวและมีวิตามินที่ทำให้ผิวหน้าแข็งแรง น้ำมันมะกอกช่วยเคลือบผิวไม่ให้แห้งแตกเป็นขุยง่าย


หน้าแห้ง กินวิตามินซี

10.รับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง

การเลือกรับประทานอาหารที่บำรุงผิวหน้าแห้งเป็นวิธีแก้ปัญหาผิวหน้าแห้งมากที่ตรงจุดและยั่งยืนที่สุด โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซีสูง วิตามินเอสูง แมกนีเซี่ยมสูง และเบต้าแคโรทีนสูง


การดูแลผิวหน้าแห้งทั้ง 10 ประการอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ปัญหาผิวแห้งลดน้อยลง ผิวชุ่มชื่นและสวยขึ้นได้อย่างแน่นอน

10 วิธีแก้ผิวแห้งเป็นสิว เคล็ดลับสำหรับสาวหน้ามีสิว ผิวแห้ง โดยเฉพาะ

10 วิธีแก้ผิวแห้งเป็นสิว เคล็ดลับสำหรับสาวหน้ามีสิว ผิวแห้ง โดยเฉพาะ

10 วิธีแก้ ผิวแห้งเป็นสิว เคล็ดลับสำหรับสาวหน้ามีสิว ผิวแห้ง โดยเฉพาะ พื้นฐานของการมีสุขภาพผิวที่ดีก็คือการรักษาความชุ่มชื้นภายในชั้นผิว ด้วยเหตุผลที่ว่าน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของเซลล์ผิวหนังทั้งหมด หากขาดน้ำหรือความชุ่มชื้นไปเมื่อไร เซลล์ก็เหี่ยวลงและอ่อนแอมากขึ้น สิ่งที่ปรากฎออกมาให้เห็นก็คือผิวแห้ง เป็นสิว มีริ้วรอย และบอบบางมากกว่าปกติ เกิดอาการแพ้เครื่องสำอาง แพ้อากาศ หรือมลภาวะต่างๆ ได้โดยง่าย

หลายคนอาจสงสัยว่าสิวส่วนใหญ่เกิดจากความมัน ฮอร์โมน และสิ่งสกปรกไม่ใช่หรือ ดังนั้นถ้าผิวยิ่งแห้ง ก็น่าจะยิ่งเป็นสิวได้ยากขึ้น แต่แล้วทำไมผิวแห้งถึงกลายเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวไปได้ นั่นก็เพราะว่าเมื่อผิวแห้งก็เปรียบเสมือนไม่มีเกราะป้องกันชั้นผิวที่ดี หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาเพียงเล็กน้อย ก็เข้าสัมผัสผิวได้โดยตรงและส่งผลให้ระคายเคืองจนเกิดสิวได้

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมก็คือ ปัญหาผิวแห้งที่ว่านี้ไม่ใช่สภาวะโดยธรรมชาติของผิว และไม่ได้เกิดกับคนที่มีลักษณะของผิวอยู่ในกลุ่มผิวแห้งโดยเฉพาะ แต่สามารถเกิดได้ในผิวทุกประเภท แม้แต่คนที่มีผิวมันมากก็ตามที หากปล่อยปละละเลย หรือดูแลผิวอย่างไม่ถูกวิธีก็เกิดอาการผิวแห้งได้ทั้งนั้น

และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่สิวต่างๆ ที่จะตามมา ยังมีปัญหาผิวเกิดขึ้นได้อีกหลายกรณี เช่น ผิวลอก แสบแดง หน้าเป็นขุย เกิดผื่นแพ้ เป็นต้น ดังนั้นถ้าไม่อยากมีผิวแห้ง เป็นสิว หน้าพัง หันมาฟังเคล็ดลับง่ายๆ ทั้ง 10 ข้อต่อไปนี้ เลือกเอาไปปรับใช้กันได้ตามอัธยาศัยเลย — ผิวแห้งเป็นสิว


วิธีแก้ผิวแห้งเป็นสิว

1. ดื่มน้ำสะอาดให้มากเข้าไว้

วิธีที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอย่างง่ายดายที่สุดก็คือ การดื่มน้ำ และนี่ก็เป็นวิธีที่ได้ผลชัดเจนมากที่สุดด้วย เคยมีการเก็บสถิติมาแล้วว่า คนที่ดื่มน้ำสะอาดเป็นปริมาณมากๆ ต่อวันจะมีผิวพรรณสดใสและใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยหลายสิบปี เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ โดยปกติเราจะต้องดื่มน้ำกันประมาณวันละ 8-10 แก้ว

แต่ถ้าอยากเน้นเพื่อบำรุงผิวต้องดื่มมากกว่านั้น อาจจะ 3-4 ลิตรต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่การโหมดื่มคราวละมากๆ แต่เป็นการจิบทีละน้อย ค่อยๆ สะสมไปตลอดทั้งวัน ที่สำคัญให้นับเฉพาะน้ำสะอาดหรือน้ำเปล่าเท่านั้น บรรดาน้ำอัดลม น้ำหวาน ชา กาแฟต่างๆ ไม่นำมารวมด้วย


ผิวแห้งทำไงดี

2. ล้างหน้าเพียงแค่วันละ 2 ครั้ง

ถ้าหากไม่ได้มีกิจกรรมอะไรที่เลอะเทอะเป็นพิเศษ ก็ให้ขั้นตอนทำความสะอาดผิวหน้ามีเพียงแค่วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นก็เพียงพอแล้ว เพราะยิ่งล้างหน้าบ่อย ก็ยิ่งมีอาการผิวแห้ง เป็นสิว ด้วยว่าน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบผิวอยู่นั้นถูกชะล้างออกจนหมด ผิวจึงเสียสมดุลไป

ที่สำคัญการล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ ขอให้อยู่ในช่วงเย็นช่วงเดียวพอ ส่วนช่วงเช้าล้างเพียงแค่น้ำเปล่าก็เกินพอแล้ว


ผิวแห้ง เป็นสิว

3. ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์

การทาครีมที่เน้นเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว จะเป็นการล็อคความชื้นในชั้นผิวเอาไว้ พร้อมกับแก้ปัญหาผิวด้านอื่นๆ ไปพร้อมกัน หลังจากที่ชำระล้างผิวพรรณเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผิวจะอยู่ในสภาพที่ไม่สมดุลเล็กน้อย ก่อนจะปรับกลับเข้าสู่ปกติตามเดิม แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กระตุ้นให้ผิวเสียสมดุลมากเกินไป

การปรับสภาพกลับมาที่จุดสมดุลใหม่ย่อมเกิดได้ยากกว่า ยิ่งถ้าเป็นผิวบอบบางก็อาจจะปรับไม่ได้จนเกิดความระคายเคืองขึ้นมา ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์จะทำหน้าที่ช่วยเร่งการปรับสมดุลให้แก่ผิวในกรณีนี้ด้วย


ผิวแห้งเป็นสิว Pantip

4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน

ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าพนักงานออฟฟิศหรือคนที่ต้องทำกิจกรรมอยู่ในห้องแอร์แทบจะตลอดเวลา มักมีปัญหาผิวแห้ง เป็นสิวมากกว่าคนอื่นๆ นั่นก็เพราะว่าสภาวะของห้องแอร์มีค่าความชื้นในอากาศต่ำมาก ส่งผลให้ผิวของเราถูกดึงความชื้นออกไป แล้วเซลล์ผิวก็ค่อยๆ เหี่ยวแห้งลงเรื่อยๆ ทางที่ดีจึงควรหาจังหวะออกมาจากห้องแอร์เสียบ้าง แต่ถ้าไม่สามารถทำได้เลยก็ต้องใช้โลชั่นทาผิวช่วย พร้อมกับจิบน้ำเปล่าอยู่เสมออย่าได้ขาด


ผิวแห้งเป็นสิวผด

5. อย่ารบกวนผิวบ่อยครั้ง

ไม่ว่าอะไรที่มากไปก็ไม่ดีทั้งนั้น เช่นเดียวกันกับกิจกรรมที่เข้าใจว่าช่วยบำรุงหรือฟื้นฟูสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นการสครับ การอบไอน้ำ การอบซาวน่า หรือแม้แต่การทำทรีทเม้นท์ก็ตามที เมื่อทำบ่อยครั้ง ผิวก็ไม่มีเวลาพักหรือฟื้นตัวอย่างจริงจัง เหมือนคนเล่นกีฬาที่ไม่เคยพักเลยก็ล้มเจ็บได้ในที่สุด


ผิวแห้งเป็นสิวแพ้ง่าย

6. ทานอาหารเสริมเพิ่มเติม

แน่นอนว่าสารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงผิวนั้นหาได้จากอาหารที่เราทานกันทั่วไปนี่แหละ เพียงแต่กว่าจะทานให้ได้วิตามินหรือแร่ธาตุเทียบเท่ากับปริมาณที่ผิวต้องการ ก็ต้องทานกันจนท้องแทบแตกนั่นเอง ดังนั้นการเลือกทานอาหารเสริมอย่างเหมาะสมจึงน่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อย

ตัวอย่างของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นได้แก่ วิตามินซี คอลลาเจน และน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส โดยเฉพาะตัวท้ายสุด โดดเด่นในการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวค่อนข้างมาก ชนิดที่ว่าทานก่อนนอนแล้วตื่นมาก็รู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าดีขึ้นอีกระดับ นอกนั้นก็เป็นส่วนเสริมที่จะทำให้ผิวมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดีขึ้น


ผิวแห้งเป็นสิวใช้อะไรดี

7. อย่าติดน้ำอุ่นมากเกินไป

จริงอยู่ว่าการอาบน้ำอุ่นนั้นทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว แต่น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะเร่งให้ผิวแห้ง เป็นสิวได้ง่าย เพราะทันทีที่อาบน้ำหรือล้างหน้าเสร็จ ผิวจะแห้งแบบฉับพลัน และถ้าไม่ได้ทาโลชั่นตามในทันที ผิวก็จะแห้งเป็นขุยในเวลาต่อมา ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือเย็นกว่านั้นสำหรับการล้างหน้า นอกจากผิวจะไม่แห้งแล้ว รูขุมขนก็กระชับดีอีกด้วย


วิธีการแก้ผิวแห้งเป็นสิวแบบธรรมชาติ

8. พอกหน้าด้วยสูตรธรรมชาติบ้าง

มีสูตรพอกหน้าหลายสูตรที่หาวัตถุดิบได้ง่าย และเหมาะกับผิวแห้ง เป็นสิวโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง พอกหน้าด้วยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ เป็นต้น เพียงแค่เอาวัตถุดิบเหล่านี้ติดตู้เย็นไว้ คราวจะใช้ก็แค่หยิบมาพอกไว้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ระยะหนึ่งก่อนล้างออก น้ำผึ้งเป็นสุดยอดวัตถุดิบของบ้านเราและเป็นองค์ประกอบสำคัญในวงการความสวยความงามมาโดยตลอด

นอกจากช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแล้วก็ยังเนียนนุ่มดีด้วย ส่วนน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ก็ไม่น้อยหน้าน้ำผึ้งสักเท่าไร แต่กลิ่นอาจจะไม่ถูกใจใครหลายคนนัก


รักษา ผิวแห้ง เป็นสิว

9. ใช้สารเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของผิว

ประเด็นนี้ย้ายไปทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์เล็กน้อย เราเรียกเทคนิคนี้ว่า “การฉีดผิวฉ่ำ” ซึ่งเป็นกระบวนการฉีดเติมเต็มเข้าไปในผิวหนังบริเวณที่แห้ง สารที่ใช้ก็คือสารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic acid) และเดกซ์แทรน (Dextran) ทำหน้าที่อุ้มน้ำให้แก่ผิว พร้อมดึงดูดความชื้นเข้าสู่ผิว

วิธีนี้ได้ผลแบบทันใจดี แต่ต้องเข้ารับบริการจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะมีข้อกำหนดถึงปริมาณที่ต้องใช้อยู่ หากผิดพลาดไปจะแก้ไขลำบาก อีกอย่างที่ต้องเข้าใจก่อนก็คือ สารเหล่านี้อยู่ได้เพียงชั่วคราว ไม่ใช่การรักษาแบบถาวร เมื่อครบกำหนดแล้วก็ต้องมาฉีดเข้าไปใหม่


ผิวแห้งเป็นสิวใช้ครีมอะไรดี

10. ทาครีมกันแดดอยู่เสมอ

ต่อให้อยู่ในพื้นที่ร่มตลอดทั้งวัน ก็ต้องทาครีมกันแดดที่มีค่าการปกป้องเพียงพอ เพราะไม่ใช่แค่แสงแดดเท่านั้นที่ทำร้ายผิวของเราได้ ยังมีแสงไฟ แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าถามว่าครีมกันแดดมันเกี่ยวกับผิวแห้ง เป็นสิวอย่างไร คำตอบคือไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง


แต่สัมพันธ์กันในทางอ้อม เนื่องจากครีมกันแดดมีสรรพคุณสำคัญในการป้องกันผิวจากแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการร้ายกาจที่สุดสำหรับผิวพรรณแล้ว เมื่อปกป้องได้ เซลล์ผิวก็แข็งแรง ไม่มีอาการไหม้แดด ไม่เกิดการสูญเสียน้ำเกินความจำเป็น หากได้รับการบำรุงก็สามารถรับประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ผิวจึงสวยใสสุขภาพดีอย่างที่ต้องการ

10 วิธีแก้ จมูกมัน ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำเองได้ ต้องลอง!

10 วิธีแก้ จมูกมัน ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำเองได้ ต้องลอง!

10 วิธีแก้ จมูกมัน ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำเองได้ ต้องลอง! จมูก อวัยวะเล็ก ๆ ที่มีเนื้อที่ไม่มากบนใบหน้าแต่มีความสำคัญมาก ๆ เพราะจมูกอยู่ตรงกึ่งกลางของใบหน้าคนเราพอดี จมูกจึงเป็นจุดเด่นที่ผู้คนมองเห็นก่อนสิ่งอื่น ๆ

เมื่อมองมาที่หน้าของเรา จมูกสวยก็ทำให้ใบหน้าดูสวย ดูหล่อไปทันที ในขณะเดียวกันแม้ว่าคุณอาจจะเป็นเจ้าของจมูกที่สวยได้รูปแต่กลับมีความมันระดับสูง จมูกมันต่อให้มีรูปจมูกสวยแค่ไหน จมูกโด่งแค่ไหนก็อาจจะทำให้เสียบุคลิก


วิธีรักษาจมูกมัน

คุณอาจจะมีผิวหน้าที่สวย หล่อ ดูดีเนื้อผิวละเอียด หรือสาว ๆ ที่แต่งหน้ามาเปะ ปัง ฉ่ำเด้ง พอจมูกมันเท่านั้นก็คะแนนติดลบและดูดร็อปลงมาได้ทันที นอกจากนั้นจมูกมันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมานั่นก็คือสิวที่เกิดขึ้นบริเวณจมูก โดยเฉพาะถ้าสิวที่ขึ้นมาเป็นสิวอักเสบคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ ปัญหาจมูกมันจึงเป็นปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยจริง ๆ


สาเหตุที่ทำให้จมูกมัน ส่วนใหญ่แล้วมาจากการที่เราเป็นคนมีผิวหน้าอยู่ในสองประเภทนี้ก็คือ เป็นคนมีผิวหน้ามันหรืออาจจะเป็นคนมีผิวผสมที่มีความมันมากเฉพาะบริเวณทีโซน

สำหรับบางคนอาจเกิดปัญหาผิวหน้าที่ยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อผิวหน้าบริเวณทีโซนหรือบริเวณจมูกมันมาก แต่บริเวณโหนกแก้ม ข้างแก้ม หน้าผากและคางกลับแตกแห้งเป็นขุย จมูกมันจึงเป็นปัญหาผิวที่ต้องรีบอก้ไขไม่ควรปล่อยเอาไว้อย่างเด็ดขาด — จมูกมัน


วิธีแก้ จมูกมัน ไม่ยากเลยคุณเองก็สามารถทำเองได้ตามวิธีที่นำมาฝากทั้ง 10 วิธีดังนี้!


จมูกมัน รูขุมขนกว้าง

1.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แบบอ่อนโยน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้จมูกมันเกิดจากการใช้คลีนเซอร์ล้างหน้าแบบที่มีสูตรเข้มข้นรุนแรง คลีนเซอร์ประเภทดังกล่าวจะทห้ผิวสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงทั้งใบหน้าและบริเวณผิวจมูก ร่างกายจึงขับน้ำมันออกมาทดแทนที่สูญเสียไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณจมูก จึงทำให้จมูกมันมากอยู่ตลอดเวลา


จมูกมัน มีกลิ่น

2. สครับผิวจมูก

การสครับผิวก็ช่วยได้ เพราะการสครับจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่อุดตันอยู่ตรงบริเวณผิวจมูก ช่วยให้จมูกลดความมันลง แต่การสครับก็ไม่ควรทำจนบ่อยเกินไป อาจจะสครับบริเวณจมูกสักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ


จมูกมัน Pantip

3. ทาซันบล็อกที่จมูก

ซันบล็อกที่เราทาเพื่อกันแดด สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าจมูกมันอยู่แล้วถ้าทาซันบล็อกไปก็กลัวว่าจะยิ่งทำให้จมูกเกิดความมัน แต่ในความจริงแล้วเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากแสงแดดที่กระทบโดนผิวจมูกก็เป็นสาเหตุหลักอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จมูกมันและมีน้ำมันมาหล่อเลี้ยงตรงบริเวณผิวจมูกมากเกินไป

เนื่องจากเมื่อแดดกระทบแผดเผาบริเวณจมูก ผิวก็สูญเสียน้ำมันเคลือบผิวจึงผลิตน้ำมันเคลือบผิวบริเวณจมูกขึ้นมา การทาซันบล็อกช่บริเวณจมูกวยป้องกันผิวจากแสงแดดและรังสีได้อย่างดีในระหว่างวัน


ลดจมูกมัน

4. มาส์กหน้าและจมูก

การมาส์กหน้าและเน้นการมาส์กบริเวณจมูกด้วยจะดีที่สุด การมาส์กบริเวณจมูกช่วยสมานผิวบริเวณจมูกให้เกิดความสมดุลชุ่มชื่นขึ้นและยังช่วยลดขนาดรูขุมขนบริเวณจมูกให้เล็กกระชับลงได้ เมื่อรูขุมขนบริเวณจมูกเล็กลงน้ำมันก็จะออกมาได้น้อยลงและลดความมันบริเวณจมูกได้มากเช่นกัน


รักษาจมูกมัน

5 ใช้กระดาษซับมัน

กระดาษซับมันเป็นสิ่งที่คนมีจมูกมันจะต้องพกพาไว้เสมอ เมื่อจมูกมันระหว่างวันก้ให้ใช้กระดาษซับมันวางลงที่บริเวณผิวจมูกส่วนที่มัน แต่อย่าถูลงไปเพราะจะยิ่งทำให้น้ำมันออกมามากขึ้นและผิวจมูกอาจเกิดการระคายเคืองและเกิดสิวอักเสบตามมาได้

กระดาษซับมันผิวหน้านั้นก็มีหลายเกรด ให้เลือกชนิดที่เป็นเกรดที่ดี เพราะจะช่วยซับมันได้ดีและไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ที่ผิวด้วย


จมูกมันทำไงดี

6. ใช้มะนาวและน้ำตาลขัดจมูก

นำน้ำมะนาวและน้ำตาลทรายมาผสมกันในอัตราส่วนที่ไม่เหนียวหนืดไม่และเหลวจนเกินไปถูวนบริเวณจมูกเน้นตรงส่วนผิวปลายจมูกจะช่วยให้ผิวบริเวณนี้สะอาดขึ้นและลดความมันระหว่างวันได้ สามารถทำได้ทุกวันถ้าสะดวก


จมูกมัน เกิดจาก

7. สูตรอัลมอนด์บด

อีกสูตรการลดความมันของจมูกและช่วยทำให้ผิวบริเวณจมูกมีสุขภาพดีและสมดุลขึ้นก็คือ ให้ใช้เมล็ดอัลม่อนด์นำมาบดละเอียด นำน้ำผึ้งมาผสมเล็กน้อย จากนั้นให้ทาไว้ตรงบริเวณจมูก ทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาที จากนั้นก็ล้างออก จมูกจะลดความมันลงได้หากทำเป็นประจำ


จมูกมัน แต่ลอก

8 น้ำส้มสายชูช่วยได้

นำน้ำส้มสายชูมาผสมเข้ากับน้ำเปล่าโดยให้มีสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน นำสำลีแผ่นมาชุบแล้วแปะไว้บริเวณจมูกส่วนที่มัน ทิ้งไว้สักประมาณ 15 นาทีจึงค่อยเอาออก คุณสมบัติของความเปรี้ยวและกรดจากน้ำส้มสายชูช่วยลดความมันของจมูกและช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันออกไปได้อย่างดี


ทำไม จมูกมัน

9. หลีกเลี่ยงการทาครีมและแต่งหน้าบาง ๆ บริเวณจมูก

การทาครีมบำรุงผิวต่าง ๆ และการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางสารพัดชนิดเป็นอีกสาเหตที่ทำให้จมูกมันได้ง่าย เคล็ดลับก็คือให้หลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงผิวหน้าบริเวณจมูกหรือทาแต่น้อย การแต่งหน้าให้เลือกแต่งบริเวณจมูกแต่เพียงบาง ๆ จะช่วยลดผิวจมูกมันระหว่างวันไปได้มาก


แก้จมูกมัน

10. ดูแลการรับประทาน

การรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ที่มีผิวจมูกมัน อาหารที่มีสรสจัดและเครื่องดิื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อผิวที่มันขึ้นรวมไปถึงผิวมันบริเวณจมูกด้วย หากลดการรับประทานอาหารรสจัดและลดการดื่มแอลกอฮอล์ลงก็จะมีส่วนช่วยลดความมันบริเวณจมูกได้เช่นกัน


ทั้งหมดนี้คือวิธีแก้ จมูกมัน ปัญหากวนใจสำหรับหลาย ๆ คนและเป็นปัญหาเส้นผมบังภูเขาที่เราสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเราเอง

รูขุมขนอุดตัน ก็เลยเป็นสิวอุดตัน มาดูวิธีแก้ง่ายๆ 10 วิธีนี้กันดีกว่าค่ะ

รูขุมขนอุดตัน ก็เลยเป็นสิวอุดตัน มาดูวิธีแก้ง่ายๆ 10 วิธีนี้กันดีกว่าค่ะ

รูขุมขนอุดตัน ก็เลยเป็นสิวอุดตัน มาดูวิธีแก้ง่ายๆ 10 วิธีนี้กันดีกว่าค่ะ หนึ่งองค์ประกอบของผิวหนังที่มีขนาดเล็กแต่สำคัญมากก็คือ “รูขุมขน” นอกจากจะเป็นจุดที่ขนขึ้นได้แล้ว ก็ยังมีหน้าที่หลักในการควบคุมความร้อนภายในร่างกายด้วย

เมื่อไรก็ตามที่ภายในมีการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น จากการทำกิจกรรม ความเครียด ความวิตกกังวล หรือปัจจัยอื่นใดก็แล้วแต่ รูขุมขนจะทำหน้าที่ระบายความร้อนออกมาเพื่อรักษาสมดุลของอุณหภูมิภายในร่างกายนั่นเอง — รูขุมขนอุดตัน


รูขุมขนกว้าง

วิธีรักษารูขุมขนอุดตัน ลองใช้การระบายความร้อนที่ว่านี้ก็มีทั้งแบบที่ระบายออกมาเป็นไอร้อนและขับออกมาในรูปของเหงื่อ ลักษณะของรูขุมขนจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ผิวส่วนต่างๆ ของร่างกาย และแตกต่างกันไปตามลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละคนด้วย บางคนมีรูขุมขนจำนวนมากและมีขนาดกว้าง บางคนมีรูขุมขนจำนวนน้อยแถมยังมีขนาดเล็ก จึงทำให้กระบวนการปรับอุณหภูมิของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ไม่ใช่แค่เรื่องการปรับสมดุลร่างกายเท่านั้นที่เป็นบทบาทสำคัญของรูขุมขน แต่รวมไปถึงเรื่องของความสวยความงามด้วย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับรูขุมขนอยู่บ่อยครั้ง ทั้งรูขุมขนกว้างและรูขุมขนอุดตัน ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับสาวๆ หลายต่อหลายคน

เนื่องจากปกปิดด้วยเครื่องสำอางได้ค่อนข้างยาก ต้องมีความเชี่ยวชาญระดับหนึ่งถึงจะปกปิดได้อย่างเรียบเนียนจริงๆ ถือว่าเป็นตัวการบั่นทอนความสวยในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ปัญหารูขุมขนอุดตันก็ยังก่อให้เกิดสิวอุดตันและสารพัดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา

นั่นหมายความว่าเราสามารถป้องกันปัญหาผิวหลายอย่างได้ด้วยการดูแลรูขุมขนของเราเอง และต่อไปนี้ก็คือวิธีการป้องกันพร้อมกับการแก้ไขปัญหารูขุมขนแบบง่ายๆ ที่สามารถทำกันได้ทุกคน


วิธีรักษารูขุมขนอุดตันที่หน้า

1. ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาด

หลายคนละเลยขั้นตอนการทำความสะอาดผิวไป แล้วทุ่มทุนกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางต่างๆ แทน ด้วยเข้าใจผิดว่าการล้างหน้านั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ และไม่มีนัยสำคัญอะไรต่อผิวหน้ามากนัก เพียงแค่ล้างให้เสร็จๆ ไปเท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้วขั้นตอนการทำความสะอาดคือกุญแจสำคัญของสุขภาพผิวที่ดีเลย

หากทำความสะอาดไม่หมดก็จะมีสิ่งตกค้าง กลายเป็นสิวหรือผื่นแพ้ต่อไป และหากทำความสะอาดผิวไว้อย่างดีแล้ว ผิวก็พร้อมที่จะได้รับการบำรุงดูแลด้วยขั้นตอนอื่นๆ ที่ตามมา ผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์จึงเต็มประสิทธิภาพมากกว่า รูขุมขนก็ไม่มีวี่แววว่าจะอุดตันอีกด้วย


รูขุมขนอุดตัน Pantip

2. ผลัดเซลล์ผิวบ้างตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

ในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่น ผิวของเราจะมีระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติโดยไม่ต้องไปทำอะไรมากมาย ซึ่งค่าเฉลี่ยของระยะห่างแต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 28 วัน ทำให้เซลล์ผิวเก่าที่เสียหายหรือตายแล้วหลุดออกจากชั้นผิวไป แล้วเผยผิวใหม่ที่ยังแข็งแรงและสดใสมาแทนที่ ดูรวมๆ ผิวจึงเหมือนมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ระยะห่างของการผลัดเซลล์ผิวแต่ละรอบจะยิ่งยาวนานออกไป จนกระทั่งแทบจะไม่มีการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติอีกเลย และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขนต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องมองหาผลิตภัณฑ์จำพวกสครับมาใช้บ้างเป็นครั้งคราว โดยเลือกแบบที่อ่อนโยนต่อผิว เม็ดสครับเล็ก ละเอียด ไม่บาดผิว

ยิ่งถ้าเคลมว่าอ่อนโยนจนสามารถสครับได้ทุกวันก็ยิ่งดี แต่ความถี่ที่เหมาะสมก็ยังคงเป็น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์อยู่ดี


รูขุมขนอุดตัน จมูก

3. อบไอน้ำบ้าง

การอบไอน้ำเป็นการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าประเภทหนึ่ง ความร้อนจากไอน้ำจะขยายรูขุมขนชั่วขณะ แล้วชำระสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามผิวหน้าออกไป ทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดอีกด้วย

วิธีนี้จึงค่อนข้างเหมาะกับการป้องกันและแก้ปัญหาสำหรับคนที่มีภาวะรูขุมขนอุดตัน เพราะทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ข้อควรระวังก็คือไม่ควรอบไอน้ำบ่อยเกินไป และต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนที่จะเริ่มการอบไอน้ำทุกครั้ง

หากใครอยากอบไอน้ำบ้างแต่ไม่มีเครื่องมือ ก็ให้ประยุกต์ใช้ของในครัวเรือน ด้วยการนำหม้อต้มน้ำให้พอเดือด แล้วเอามาวางทิ้งให้เย็นลงเล็กน้อย อาจเติมสมุนไพรที่ชื่นชอบลงไปด้วยก็ได้ จากนั้นนำหน้าเข้าไปอังพร้อมคลุมหัวด้วยผ้าขนหนูเอาไว้ ไอความร้อนจะได้หมุนเวียนอยู่ภายใน ค้างไว้ประมาณ 5 นาทีก็เสร็จสิ้น


รูขุมขนอุดตัน ทำไงดี

4. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นให้เป็นนิสัย

เชื่อว่าหลายคนน่าจะติดการอาบน้ำอุ่น เพราะมันผ่อนคลายและสบายตัวดี แต่กับผิวหน้าอย่าเผลอใช้น้ำอุ่นเป็นอันขาด ให้ใช้น้ำเย็นอย่างสม่ำเสมอทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อให้ผิวหน้าไม่แห้งกร้านเนื่องจากสูญเสียความชื้นในชั้นผิวไป และช่วยกระตุ้นให้รูขุมขนกระชับขึ้น

ผลพลอยได้ก็คือ รูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้าเรียบเนียน และช่วยให้เกิดรูขุมขนอุดตันได้ยาก หากต้องการกระชับรูขุมขนอีกระดับ หลังล้างหน้าให้ประคบด้วยน้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งอีกที


รักษารูขุมขนอุดตัน

5. มาร์คหน้าด้วยโคลน

ผลิตภัณฑ์มาร์คหน้าประเภทโคลนมีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการดูดซับสิ่งสกปรก และช่วยลดสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้อย่างยอดเยี่ยม ใช้ได้ดีกับผิวผสมไปจนถึงผิวมัน หากเป็นผิวแห้งแล้วอยากใช้จริงๆ ก็ให้เว้นระยะห่างมากหน่อย ไม่งั้นผิวจะยิ่งแห้งหนักกว่าเดิม เพียงแค่เดือนละ 1-2 ครั้งก็พอแล้ว

แต่สำหรับผิวมันสามารถใช้ทุกอาทิตย์ได้เลย มาร์คแบบโคลนส่วนมากจะมาในรูปแบบของเนื้อครีม วิธีใช้ก็พอกลงบนผิวให้ทั่ว รอจนกว่าจะแห้งดี จึงล้างทำความสะอาดใบหน้าต่อไป


ลดสิวอุดตัน

6. มาร์คหน้าด้วย AHA หรือ BHA

สาร 2 ชนิดนี้เป็นกรดผลไม้ที่ออกฤทธิ์เร่งการผลัดเซลล์ผิว และช่วยลดการเกิดสิว โดยเฉพาะสิวอุดตัน จึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนเป็นสิวอุดตันหรือรูขุมขนอุดตัน

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก AHA คือกรดผลไม้ชนิดที่ได้จากธรรมชาติ มีโอกาสที่จะระคายเคืองผิวได้มากกว่า BHA ที่เป็นกรดผลไม้สังเคราะห์ นอกจากนี้ก็มีจุดเด่นจุดด้อยอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม และใช้ได้ทุกสภาพผิวด้วย


วิธีรักษารูขุมขนอุดตัน

7. ใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางทุกครั้งที่ทาครีมกันแดด

ต่อให้เราไม่แต่งหน้าเลย ทาเพียงแค่ครีมกันแดดอย่างเดียว ก็ต้องซื้อหาผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางมาติดบ้านเอาไว้เสมอ เพราะครีมกันแดดเกือบทั้งหมดมีส่วนประกอบที่จะอุดตันรูขุมขนได้ง่าย เช่น รองพื้น น้ำมัน เป็นต้น

ยิ่งถ้าเป็นครีมกันแดดประเภทกันน้ำ คุมมัน กันเหงื่อด้วยแล้ว ยิ่งติดทนชนิดที่ว่าแทบจะฝังแน่นอยู่บนผิวหน้าเลยทีเดียว หากไม่เช็ดออกจนหมดจด ก็จะกลายเป็นสิ่งตกค้างและสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนจึงมีปัญหาสิวอุดตันทุกครั้งที่ใช้ครีมกันแดดนั่นเอง


รูขุมขนอุดตันที่แขน

8. เลือกใช้เครื่องสำอางให้เหมาะกับผิว

เหตุผลที่เราต้องให้ความสำคัญกับการเลือกเครื่องสำอางด้วยเหมือนกันก็คือ หากใช้เครื่องสำอางที่เข้ากับผิวเราได้อย่างลงตัวแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างแรกก็คือ แต่งยังไงก็ดูสวย แถมติดทนนาน ไม่ต้องเติมซ้ำระหว่างวัน

อย่างที่สองคือ เราจะไม่ต้องโบกจนหน้าหนาปานฉาบปูน ซึ่งการประโคมเครื่องสำอางจนผิวที่แท้จริงไม่ได้สัมผัสกับอากาศภายนอกบ้างเลย จะทำให้รูขุมขนอุดตันอย่างรุนแรง


รูขุมขนอุดตันบนใบหน้า

9. เลิกพฤติกรรมจับหน้าบ่อยๆ

เคยจำได้หรือไม่ว่าแต่ละวันมือของเราไปสัมผัสกับอะไรมาบ้าง และสิ่งเหล่านั้นสะอาดหรือสกปรกมากน้อยเพียงใด มีเชื้อโรคชนิดไหนอยู่บนสิ่งนั้นบ้าง

แล้วเผลอๆ เราก็ยกมือขึ้นมาลูบไล้ไปตามใบหน้า สิ่งต่างๆ อันไม่พึงประสงค์ก็ย่อมตกค้างอยู่บนหน้าเรานั่นเอง และกว่าจะได้ล้างหน้าทำความสะอาดอีกรอบ หากเป็นเชื้อโรคก็คงหมกหมมจนเกิดปัญหาผิวไปก่อนแล้ว


รูขุมขนอุดตันที่ขา

10. กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี

นี่เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ในรูปแบบของการใช้เกล็ดอัญมณีที่ละเอียดอ่อนมาช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นบนออกไป ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ล้ำลึกกว่าการสครับหลายเท่า

และไม่สร้างรอยแผลเช่นเดียวกันกับการกรอผิวด้วยเครื่องกรอหรือเลเซอร์อื่นๆ หากผิวมีสิวหรือรูขุมขนอุดตันก็จะถูกจัดการให้หมดไปอย่างง่ายดาย เหลือไว้เพียงผิวหน้าเรียบเนียนชวนสัมผัสเท่านั่นเอง

10 วิธีแก้จุดด่างดำ ให้กลับมาผิวหน้า กระจ่างใสอีกครั้ง!

10 วิธีแก้จุดด่างดำ ให้กลับมาผิวหน้า กระจ่างใสอีกครั้ง!

10 วิธีแก้ จุดด่างดำ ให้กลับมาผิวหน้า กระจ่างใสอีกครั้ง! ความจริงแล้วปัญหาเรื่องผิวไม่นวลเนียนเพราะมีจุดด่างดำต่างๆ นั้น เราสามารถแยกประเภทได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ สีผิวไม่สม่ำเสมอเนื่องจากการกรำแดดโดยที่ไม่ได้ป้องกัน ร่องรอยฝ้า กระ ทั้งจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

และสุดท้ายคือรอยด่างดำที่เกิดจากปัญหาสิว ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการป้องกันและดูแลรักษาแตกต่างกันไป และในครั้งนี้เราก็จะเน้นไปที่วิธีแก้รอยด่างดำที่เกิดจากสิวเป็นหลัก เนื่องจากว่าเป็นกรณีที่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย กวนใจทั้งผู้ชายและผู้หญิง

เมื่อเจาะประเด็นรอยดำจากสิวก็พบว่ามีสาเหตุการเกิดอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือผลพวงของสิวอักเสบ เมื่อสิวอักเสบค่อยๆ ยุบตัวลงก็จะทิ้งรอยแดงรอยดำเอาไว้ ต้องดูแลรักษารอยนั้นต่อไปอีกหลังจากสิวหาย แต่รอยแบบนี้จะรักษาได้ง่ายกว่ารอยแบบที่สอง ซึ่งเกิดจากการบีบสิวที่ผิดวิธี หลายคนบีบจนเนื้อช้ำห่อเลือด และอีกหลายคนชอบสะกิดหัวสิวจนกลายเป็นแผลเปิด

กรณีนี้เซลล์ผิวหนังจะเสียหายมากกว่า และต้องใช้เวลารักษายาวนานกว่า เราลองมาดูกันว่าจะมีวิธีไหนที่กู้ชีวิตผิวหน้าให้กลับมากระจ่างใสไร้รอยด่างดำเหล่านั้นไปได้ — จุดด่างดำ


วิธีแก้จุดด่างดำ

1. รอยด่างดำจากสิวหายเองได้

อย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือจุดด่างดำประเภทที่เป็นผลกระทบจากสิวนั้น สามารถหายเองได้เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเซลล์ผิวหนังเริ่มซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง การผลัดเซลล์ผิวก็ไม่ได้มีรอบ 28 วันเหมือนเดิมแล้ว วิธีนี้จึงน่าจะเหมาะกับวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นที่มีอายุอยู่ประมาณ 20 ต้นๆ มากกว่า

เพียงแค่ไม่ไปรบกวนรอยดำที่มีอยู่ รวมทั้งไม่ทำให้ผิวหน้ามีรอยดำเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ไม่นานนักรอยดำทั้งหมดก็จะค่อยๆ จางไป เหมือนกับว่าไม่เคยมีรอยเหล่านั้นมาก่อนเลย


วิธีลดจุดด่างดำ

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวแบบทา

นี่เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและได้รับความนิยมมากที่สุด เพียงแค่เดินเข้าร้านขายยาหรือร้านขายเครื่องสำอางทั่วไป ก็จะเจอผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบน้ำ เนื้อครีม และเนื้อเจล ชอบแบบไหนก็เลือกใช้แบบนั้นได้เลย เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยจากสิวที่มีเนื้อแบบไหน แต่สำคัญที่ว่ามีส่วนประกอบที่จำเป็นเพียงพอหรือไม่

พยายามเลือกชนิดที่มีวิตามินอี วิตามินซี อาร์บูติน กรดวิตามินเอ โคจิก ทรานซามิค เป็นต้น นอกจากนี้ก็เลือกแบบที่ทาแล้วซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เยิ้ม ไม่มัน ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีเสียงตอบรับที่ดีมาอย่างยาวนาน ได้แก่ MEDERMA, HIRUSCAR, SMOOT-E CREAM, MEDMAKER VITAMIN E, SCAGEL และPURICAS


ลดจุดด่างดำ เร่งด่วน

3. ดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่าปกติ

เนื่องจากว่าน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์ผิวและระบบร่างกายทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเติมน้ำให้ร่างกายมากเพียงพอ ก็จะกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการขับของเสียออกจากร่างกายด้วย จุดด่างดำที่มีอยู่จึงค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ ปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ต้องการต่อวันคือประมาณ 8-10 แก้ว


วิธีรักษาจุดด่างดำ

4. ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกด้วยกรดผลไม้

กรดผลไม้ที่ใช้ได้ง่ายมีอยู่ 2 ตัว คือ AHA และBHA ตัวหนึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นสารสังเคราะห์ ซึ่งมีข้อดีข้อด้อยกันคนละแบบ AHA จะออกฤทธิ์กับผิวหนังชั้นบนหรือชั้นหนังกำพร้าได้ดีกว่า BHA แต่ก็จะเกิดการระคายเคืองได้ง่ายกว่าด้วย วิธีการใช้ก็แตกต่างกันคือ เมื่อทา AHA ลงบนผิวแล้ว เราจะทิ้งไว้เพียงแค่ 5 -10 นาทีเท่านั้น

แต่ถ้าใช้เป็น BHA เราต้องทิ้งไว้บนผิวนานประมาณ 15 นาที การใช้กรดผลไม้เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสียหายทิ้งไป จึงลดรอยด่างดำและริ้วรอยเล็กๆ ได้ดีมาก


จุดด่างดำ หน้าใส แบบธรรมชาติ

5. บำรุงผิวด้วยว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายมากๆ ในบ้านเรา สนนราคาก็ไม่แพง แต่กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาล ไล่ตั้งแต่ช่วยลดความแสบร้อนจากแผลน้ำร้อนลวก ลดความแสบแดงบนผิวที่เกิดจากแสงแดด ลดสิวและรอยแดงรอยดำจากสิว ทั้งยังช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย หากสามารถหาว่านหางจระเข้สดๆ มาได้ ก็ให้ปอกเปลือกนอกออกพร้อมกับเอายางเคลือบที่เป็นสีเหลืองออกไปด้วย

ใช้เฉพาะส่วนเนื้อวุ้นสีใสเท่านั้น นำมาปั่นหรือบดให้ละเอียดและพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้สักประมาณ 20 นาทีค่อยล้างออก หรือถ้าไม่สะดวกก็สามารถใช้เจลว่านหางจระเข้ที่มีวางขายทั่วไปได้ แต่ต้องเลือกแบบที่เป็นว่านหางจระเข้เปอร์เซ็นต์สูงๆ และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เอาแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ แล้วใช้ทาผิวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ


ลดรอยด่างดำ

6. ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์

เมื่อฟังชื่อเรตินอยด์ก็อาจจะเข้าใจยากสักหน่อย แต่อันที่จริงมันก็คือสารประกอบประเภทวิตามินเอนั่นเอง ในช่วงแรกเรตินอยด์ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนัง แล้วต่อมาก็เอามาใช้ในวงการความสวยความงาม โดดเด่นในเรื่องลดจุดด่างดำต่างๆ เราสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ได้ทั่วไป มักถูกจัดวางอยู่ร่วมกับผลิตภัณฑ์ลดรอยดำจากสิวนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์เรตินอยด์จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือเรตินเอ (กลุ่มที่เป็นแอลกอฮอล์เบส) และดิฟเฟอริน (กลุ่มที่เป็นวอเตอร์เบส) ทั้งสองตัวมีสรรพคุณเหมือนกันคือช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดรอยด่างดำจากสิวได้ดี แต่ตัวเรตินเอจะมีโอกาสระคายเคืองได้มากกว่าดิฟเฟอริน


เลเซอร์ลดจุดด่างดำ

7. ลดรอยด่างดำด้วย IPL

IPL หรือ Intense Pulse Light คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาผิวในหลายกรณี เป็นการใช้แสงที่มีช่วงคลื่นกว้างตั้งแต่ 420 นาโนเมตรถึงประมาณ 1200 นาโนเมตร เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวหนัง รักษาได้ทั้งสิว ฝ้า กระ รอยแดง รอยดำ หน้าหมองคล้ำ อาจเรียกได้ว่าเป็นทรีทเม้นท์ครอบจักรวาลเลยทีเดียว

นี่เป็นรูปแบบการจัดการกับจุดด่างดำจากสิวที่รวดเร็วที่สุด แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างราวๆ 1-2 อาทิตย์ สำหรับคนที่มีผิวสีเข้มก็ต้องระวังในเรื่องการเกิดผิวไหม้เอาไว้ด้วย


จุดด่างดำบนใบหน้า

8. มาร์คหน้าด้วยสมุนไพร

ข้อดีของบ้านเราก็คือมีพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์จำนวนมาก หลายตัวใช้ได้ผลดีกว่าตัวยาราคาแพงเสียอีก และต่อไปนี้คือ 3 สูตรยอดนิยมสำหรับการรักษารอยดำรอยแดงบนผิวหน้าโดยเฉพาะ

– สูตรมะนาวและน้ำผึ้ง ความเป็นกรดของมะนาวจะเป็นตัวเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่า และน้ำผึ้งจะช่วยปลอมประโลมผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น สูตรนี้มีความอ่อนโยนพอสมควร สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

– สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้งและนมสด ตัวที่จะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวก็คือกรดในมะขามเปียก ส่วนน้ำผึ้งและนมจะช่วยบำรุงไม่ให้ผิวแห้งกร้าน สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

– สูตรหอมแดง อันนี้อาจจะต้องทนเรื่องกลิ่นกันเล็กน้อย แต่ก็ทำง่ายและได้ผลดีเช่นกัน แค่ฝานบางๆ แล้วเอามาถูวนตรงที่เป็นรอยดำ ทิ้งไว้อีก 20 นาทีค่อยล้างออก ทำซ้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง


คลินิกลดจุดด่างดำ

9. รักษารอยดำด้วยเลเซอร์ YAG

เทคโนโลยีทางการแพทย์อีกตัวที่ถูกนำมาใช้เพื่อกำจัดจุดด่างดำบนผิวหน้า เป็นเลเซอร์ที่มีตัวกลางเป็นของแข็ง เช่น ผลึกทับทิม เป็นต้น กลไกการทำงานจึงผลักดันให้เลเซอร์เข้าสู่ชั้นผิวที่อยู่ในระดับลึกได้ เพื่อทำให้เม็ดสีกระจายตัวและหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ แต่จะต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่องในทุก 2 อาทิตย์จนกว่าจะหาย และต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยว่า

สภาพผิวหน้าและระดับปัญหาที่เป็นอยู่เหมาะกับการทำเลเซอร์ YAG หรือไม่ ข้อดีของ YAG ก็คือสามารถใช้ได้กับทุกเฉดสีผิว ไม่มีอาการผิวไหม้เช่นเดียวกับ IPL


ครีมลดจุดด่างดำ

10. ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างสม่ำเสมอ

การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการดูแลรักษาผิวหน้าในทุกกรณี ระหว่างที่เรารักษาจุดด่างดำด้วยวิธีการอื่นอยู่ โดยเฉพาะวิธีที่กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกออกไป อาจทำให้ผิวมีความไวต่อแสงมากขึ้นในชั่วขณะได้ ถ้าไม่มีการป้องกันที่ดี ผิวก็จะแสบแดงและเกิดการไหม้จากแสงแดด ทำให้มีปัญหาผิวอื่นๆ แทรกเข้ามาเพิ่มอีก

ดังนั้นจึงต้องทาครีมกันแดดให้เคยชินไม่ว่าจะออกแดดหรือไม่ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป จะมีคุณสมบัติกันน้ำ คุมมัน กันเหงื่อด้วยหรือไม่ก็ได้ เพียงแค่คอยเติมระหว่างวันด้วยก็พอ

10 วิธีคุมมัน แดดร้อนแบบนี้ต้องอ่าน ถ้าคุณไม่อยากหน้ามัน!

10 วิธีคุมมัน แดดร้อนแบบนี้ต้องอ่าน ถ้าคุณไม่อยากหน้ามัน!

10 วิธี คุมมัน แดดร้อนแบบนี้ต้องอ่าน ถ้าคุณไม่อยากหน้ามัน! ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน เอกลักษณ์ของอากาศบ้านเราก็ยังคงร้อนอยู่วันยังค่ำ แม้ว่าในฤดูอื่นๆ จะไม่ได้อุณหภูมิสูงสุดๆ เฉกเช่นหน้าร้อนก็ตามที แต่ก็ยังทำให้เราต้องหาเสื้อผ้าบางๆ มาสวมใส่กันอยู่เสมอ

นอกจากอาการไม่สบายตัวเพราะเหงื่อออกบ่อย หรือแสบผิวจากแสงแดดแล้ว ก็ยังมีปัญหาหน้ามันนี่แหละที่กวนใจอยู่ตลอดเวลา บรรดาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่หมั่นเคลมว่าใช้ดีใช้เด่น คุมมันกันเต็มพิกัด ก็ไม่อาจให้ผลลัพธ์อย่างที่ประกาศไว้ได้จริง

จนต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปเรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด นั่นก็เพราะปัญหาหน้ามันไม่ได้แก้ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่นที่เราต้องทำร่วมด้วยเพื่อให้หน้าลดการผลิตน้ำมันลงนั่นเอง

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจสาเหตุของความมันกันก่อนเลย ไม่ใช่แค่คนผิวมันเท่านั้นที่จะมีอาการหน้ามันได้ คนผิวแห้งและผิวผสมก็มีโอกาสเจอภาวะที่ว่านี้ได้เหมือนกัน เพราะผิวหน้าของเรามีต่อมไขมันจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณทีโซน คือช่วงกลางหน้าผากไล่ลงมาตามแนวสันจมูก ตรงนี้มีเหงื่อออกง่ายกว่าส่วนอื่นและแน่นอนว่าเกิดความมันได้ง่ายกว่าด้วย

แต่ละคนจะมีอัตราการผลิตน้ำมันที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ อารมณ์ ความเครียด อากาศ การสัมผัส ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ดังนั้นหากจะหลีกเลี่ยงความมันบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเข้าใจผิวของตัวเองอย่างลึกซึ้ง แล้วค่อยเลือกวิธีการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิว เพราะถ้าทำไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ทั้งยังอาจเป็นการทำร้ายผิวทางอ้อมอีกด้วย

และนี่คือ 10 วิธีคุมมันที่น่าจะเป็นตัว เลือกที่ดีสำหรับรับมือในทุกช่วงอากาศร้อน — คุมมัน


การคุมมัน

1.  วิธีคุมมัน ดื่มน้ำให้มากเข้าไว้

วิธีคุมมัน วิธีแรก ง่ายๆเลย ลองดื่มน้ำเย็น เพราะว่าน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการดูแลร่างกายและผิวพรรณ ด้วยว่าน้ำเป็นองค์ประกอบที่มีปริมาณมากที่สุด ระบบต่างๆ ในร่างกายต้องการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงให้สามารถทำงานได้ตามปกติ เราจึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในทุกๆ วัน หากเจาะประเด็นในเรื่องของความมันบนใบหน้า ก็พบว่าเซลล์ผิวจะชุ่มชื้นเปล่งปลั่งได้ก็ต่อเมื่อมีน้ำในเซลล์

หากสูญเสียน้ำไป เซลล์ผิวจะเหี่ยวลงและเริ่มมีความแห้ง ระบบร่างกายก็ต้องการที่จะรักษาสมดุลความชุ่มชื้นที่เซลล์ผิวเอาไว้ จึงเร่งผลิตน้ำมันออกมาเคลือบชั้นผิว ทำให้เราหน้ามันมากกว่าปกติ นั่นหมายความว่า ถ้าเราหมั่นเติมน้ำให้เซลล์ผิวอยู่เสมอ ต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันออกมาน้อยลงนั่นเอง ดังนั้นในระหว่างวันให้คอยจิบน้ำสะอาดตลอดเวลา โดยดื่มทีละนิดและรวมให้ได้สักวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย


วิธีคุมมัน

2. เลือกทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน

การได้รับวิตามินจำเป็นอย่างเพียงพอ เป็นการลดปัญหาผิวมันจากภายใน เพราะจะช่วยลดกระบวนการผลิตน้ำมันของร่างกายลงได้ วิตามินเหล่านั้นได้แก่ วิตามินเอ และวิตามินบี 2 ซึ่งสามารถหาทานได้ง่ายในอาหารกลุ่มผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชทั่วไป พร้อมกับพยายามหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอดและอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เนื่องจากจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายขับเหงื่อ ตามมาด้วยการขาดน้ำและผิวมันตามลำดับ


ลดหน้ามัน

3. ใช้กระดาษซับมันเท่าที่จำเป็น

หลายคนพกกระดาษซับมันติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา พอหน้าเริ่มมันก็หยิบขึ้นมาซับจนแห้ง ทำให้ร่างกายยิ่งต้องเร่งผลิตน้ำมันออกมาอีก เรียกว่ายิ่งซับก็ยิ่งมันมากขึ้น ไม่ได้ช่วยคุมมันอย่างที่เข้าใจ ยิ่งถ้าเป็นกระดาษประเภทที่ใส่น้ำหอมหรือแอลกอฮอล์มาด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้นไปอีก ดังนั้นถ้ายังติดการใช้กระดาษซับมันอยู่ ก็ให้ซับเฉพาะช่วงที่หน้ามันเยิ้มมากจริงๆ ก็พอ


คุมมัน หน้าสิว

4. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีค่า pH เหมาะสม

ความจริงแล้วผิวหน้าของเรามีค่า pH อยู่ในช่วงของกรดอ่อน เพราะเป็นสภาวะที่แบคทีเรียชนิดดีเจริญเติบโตได้ แต่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าส่วนมากทำออกมาให้มีค่า pH อยู่ในช่วงเบสอ่อน มุ่งเน้นการทำความสะอาดเป็นสำคัญ หลายครั้งหลังจากล้างหน้าเราจึงรู้สึกว่าผิวแห้งตึง ซึ่งเป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดความมันบนใบหน้าในเวลาต่อมา เราจึงต้องมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH เป็นกลางหรือค่อนมาทางกรดอ่อนเล็กน้อย เพื่อให้ผิวไม่ต้องปรับสมดุลค่า pH มากนัก ทั้งยังเป็นผลดีต่อชั้นผิวในระยะยาวอีกด้วย


คุมมัน Pantip

5. ใช้ครีมกันแดดแบบ Oil Free

ครีมกันแดดเป็นของที่ต้องใช้อย่าได้ขาด ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน หน้าฝนหรือหน้าหนาว เพราะเป็นตัวปกป้องผิวจากความเสื่อมโทรมแทบทุกอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าหากต้องการคุมมันก็ต้องเลือกใช้ครีมกันแดดแบบที่ไม่มีน้ำมัน อาจจะผสมรองพื้นด้วยหรือไม่ก็ได้

วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือ ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำมันน้อยหรือไม่มีเลย มักจะเป็นเนื้อเจลหรือแบบน้ำ มันอาจจะปกป้องผิวไม่ได้ยาวนานเท่ากับแบบครีมข้น ก็ให้ใช้วิธีทาเพิ่มระหว่างวันแทน หมายความว่าเราต้องเลือกเป็นแบบที่ทาทัพเมคอัพได้ด้วย


เครื่องสำอางลดหน้ามัน

6. ปรับเปลี่ยนเครื่องสำอางยกเซต

จากที่เคยใช้เครื่องสำอางสร้างสรรค์หน้าเงาฉ่ำวาวแบบเกาหลี คงต้องเก็บขึ้นหิ้งเอาไว้ก่อน แล้วเปลี่ยนมาเป็นเซตที่ช่วยลดความมันแทน โดยเฉพาะส่วนของรองพื้นและคอนซีลเลอร์ที่จะเป็นตัวหลักในการคุมมันบนใบหน้า

ลุคที่น่าจะเหมาะมากสำหรับร้อนนี้ก็คงหนีไม่พ้นลุคแบบแมตต์ จะใช้รองพื้นที่เป็นชนิดแป้งผงหรือเนื้อครีมก็ย่อมได้ ขอแค่ทาแล้วติดผิวดี ไม่เยิ้ม ไม่มัน เป็นอันใช้ได้ ลองสังเกตดูคำว่า Oil Free ที่ตัวผลิตภัณฑ์แล้วทดสอบดูว่าเหมาะกับผิวของเราหรือไม่


หน้ามัน คุมหน้ามันยังไงดี

7. ใช้โทนเนอร์เป็นประจำ

โทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์เช็ดผิวหลังจากขั้นตอนทำความสะอาดด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่ต่างๆ เพื่อจัดการกับสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่ และปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงต่อไป ประเด็นคือโทนเนอร์ในท้องตลาดนั้นมีหลายประเภท ซึ่งก็สามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบ เพียงแต่ต้องงดเว้นโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เอาไว้

เนื่องจากแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ผิวแห้งแบบเฉียบพลัน จึงมีการเร่งผลิตน้ำมันออกมาอย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าเป็นผิวบอบบางด้วยแล้ว ก็ยิ่งเกิดการระคายเคืองมากขึ้นไปอีก แม้ว่าโทนเนอร์จะดูเหมือนไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรนัก เพราะเป็นเพียงน้ำสำหรับเช็ดหน้าธรรมดา อยู่บนผิวเพียงชั่วอึดใจเท่านั้นเอง แต่หากเลือกให้เหมาะกับผิวแล้วจะส่งเสริมการดูแลผิวอย่างดีมาก ช่วยในเรื่องการเติมน้ำให้ผิว ลดการเกิดสิว และกระชับรูขุมขนได้ด้วย


สูตรคุมมัน

8. มาร์คหน้าลดความมัน

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การมาร์คหน้านั้นคือการบำรุงผิวขั้นสุดที่ให้ผลลัพธ์ดีกว่าการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวหลายเท่า ด้วยความเข้มข้นที่ถูกผลักผ่านชั้นผิวเข้าไปนั่นเอง แต่ส่วนมากพอนึกถึงการมาร์คหน้า เราก็จะนึกถึงการลดความหมองคล้ำ กำจัดรอยแดงจากสิว และลดจุดด่างดำจากฝ้า กระ เสียมากกว่า ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการมาร์คเพื่อคุมมันกันเท่าไรนัก

ซึ่งถือว่าพลาดหนักมากจริงๆ เพราะการมาร์คหน้าด้วยส่วนผสมของ AHA หรือ BHA เป็นการช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว และกำจัดของเสียที่สะสมตกค้างอยู่บนผิว เช่น เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว เป็นต้น ทำให้ผิวหน้าสะอาดเรียบเนียนและลดอัตราการผลิตน้ำมันโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีมาร์คในกลุ่มโคลนที่ดูดซับความมันอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย


หน้ามัน

9. ออกกำลังกายรีดเหงื่อเป็นประจำ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในแทบจะทุกด้านจริงๆ อย่างการคุมมันบนใบหน้านี้ก็มีส่วนช่วยได้ไม่น้อยเลย หากเราออกกำลังกายประเภทรีดเหงื่อเป็นประจำ อย่างเช่น แอโรบิค วิ่ง ปั่นจักรยาน ฟุตบอล เทนนิส เป็นต้น

จะทำให้ร่างกายได้ขับของเสียออกมา เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายอย่างสะดวก พร้อมกับปรับสมดุลฮอร์โมนและต่อมต่างๆ ในร่างกาย จึงไม่มีการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมา เรียกว่าได้ทั้งสุขภาพดีและผิวพรรณสวยใสไปพร้อมกัน


คลินิกรักษาหน้ามัน

10. พึ่งพานวัตกรรมทางการแพทย์

หากลองทำดูทุกอย่างแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าความมันจะบอกลาไป ก็คงต้องงัดไม้ตายออกมาใช้ นั่นคือพึ่งพานวัตกรรมทางการแพทย์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนต่อมเหงื่อและต่อมไขมันแทน เดี๋ยวนี้มีสถานเสริมความงามจำนวนไม่น้อยที่ให้บริการกำจัดปัญหาเกี่ยวกับอาการเหงื่อออกมากเกินไป จนเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน


โดยจะเป็นการรักษาด้วยเลเซอร์แบบต่างๆ ทำหน้าที่เข้าไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อกับต่อมไขมันใต้ผิวหนัง บางครั้งก็กำจัดต่อมเหล่านั้นทิ้งไปเลย ส่งผลให้ไม่มีเหงื่อและความมันในระยะยาว แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำการรักษาอยู่หลายครั้ง ราวๆ 3-5 ครั้งโดยเฉลี่ย