Tag

ผิวสวยไม่พัง

Browsing

สกินแคร์รูทีน 7 ขั้นตอนสกินแคร์ทาอย่างไรให้ผิวสวยใสแบบสาวเกาหลี 

สกินแคร์รูทีน 7 ขั้นตอนสกินแคร์ทาอย่างไรให้ผิวสวยใสแบบสาวเกาหลี 

สาว ๆ หลายคนอาจจะสงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมผู้หญิงเกาหลีถึงได้มีผิวหน้าที่เนียนสวยแล้วก็กระจ่างใสกันได้ขนาดนั้น ซึ่งสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญกันก็คือการลงสกินแคร์รูทีนนั่นเอง วันนี้แอดมินจึงจะมาเผยขั้นตอนการลง สกินแคร์รูทีน ที่ถูกต้องกัน เพราะการเรียงลำดับการทาที่ถูกนั่นจะช่วยให้สกินแคร์ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้ดีและเห็นผลจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่ก่อนที่เราจะไปดูขั้นตอนการทานั้น เรามาทำความรู้จักสกินแคร์แต่ละประเภทกันก่อนดีกว่า


สกินแคร์ มีกี่ประเภท? แต่ละประเภทช่วยเรื่องอะไรบ้าง 

สกินแคร์รูทีน

สกินแคร์แต่ละประเภทนั้นมีหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป โดยแต่ละประเภทก็ได้ผลิตออกมาเพื่อตอบโจทย์ต่อการใช้งานตามปัญหาผิวและสภาพผิวที่แตกต่างกันของแต่ละคน มาดูกันว่าจะมีประเภทอะไรบ้าง


1.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า 

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าหรือ Makeup Remover จะมีลักษณะเป็นของเหลวและมาในรูปแบบ น้ำ เจล หรือ ออยล์ สามารถใช้โดยการนวดที่หน้าได้โดยตรงหรือจะหยดลงบนสำลีแล้วเช็ดบนผิวหน้าก็ได้ ผู้ที่แต่งหน้าหรือทาครีมกันแดดต้องใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันบนในหน้า


2.ผลิตภัณฑ์หน้าล้าง

สิ่งนี้จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าและช่วยขจัดคราบความมันบนใบหน้า รวมถึงสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในรูขุมขน ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบ โฟมล้างหน้า เจลล้างหน้า และสบู่ก้อน


3.โทนเนอร์

Toner เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าที่ช่วยให้ผิวหน้าสะอาดหมดจดยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนใหญ่มักมาในเนื้อโลชั่นบาง ๆ และมักจะมีวิตามินช่วยบำรุงผิว

4.มอยส์เจอร์ไรเซอร์

ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีส่วนผสมของโลชั่นและครีม ผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวมันก็สามารถทาได้เพราะจะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ ทำให้ผิวไม่ขาดน้ำจึงสามารถช่วยลดความมันบนใบหน้าได้

5.ครีม

สกินแคร์ประเภทนี้มีส่วนผสมของน้ำมันเยอะมากกว่าประเภทอื่น ๆ เนื้อจึงมีความเข้มข้นที่สุดและอาจทำให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ช้า แต่มันสามารถคงความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีที่สุดจึงเหมาะกับคนผิวแห้งมากที่สุด

6.โลชั่น

โลชั่นไม่ได้มีไว้สำหรับบำรุงผิวกายเท่านั้น เพราะผิวหน้าก็สามารถบำรุงด้วยได้ด้วยเช่นกัน โดยมันจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวใช้ได้ทั้งผู้ที่มีผิวธรรมดาและผิวผสม ซึ่งโลชั่นที่ทางฝั่งเอเชียนิยมใช้และไม่หนักหน้าจนเกินไปจะมาในรูปแบบที่เราเรียกกันว่า ‘น้ำตบ’ นั่นเอง

7.เอสเซนส์

อีกหนึ่งรูปแบบผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในขั้นตอนแรก ๆ ซึ่งเอสเซนส์จะมีลักษณะเป็นน้ำเหลว ๆ บางเบา จึงซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วแม้ว่าสภาพผิวแบบไหนก็สามารถใช้ได้ โดยส่วนใหญ่มักจะมาในรูปแบบน้ำตบเช่นเดียวกัน

8.เซรั่ม 

ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีความเข้มข้นว่าเอสเซนต์และมีส่วนผสมของน้ำมันค่อนข้างมาก จึงไม่ค่อยเหมาะสำหรับคนผิวมันเท่าไหร่ แต่มันสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างล้ำลึก เช่น ลดรอยสิว ลดริ้วรอย และปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ

9.ผลิตภัณฑ์กันแดด 

ในตอนเช้าต้องทาผลิตภัณฑ์กันแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV หากผู้ที่ไม่ได้ทากันแดดในตอนเช้านั้นอาจส่งผลให้รังสียูวีเข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่นและเกิดฝ้า กระ ตามมาได้ โดยผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีทั้งในรูปแบบครีม เจล โลชั่น สเปรย์ และขี้ผึ้ง 


7 ลำดับการทา สกินแคร์รูทีน ที่ถูกต้อง

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับสกินแคร์แต่ละประเภทกันไปแล้ว ต่อไปเรามาดูกันว่าขั้นตอนการลงสกินแคร์รูทีนที่ถูกต้องนั้น ต้องเรียงลำดับการทาอย่างไรบ้าง


Step 1 : เช็ดผิวหน้าด้วย Makeup Remover

สกินแคร์รูทีน

หลังจากที่ผิวหน้าของเราเผชิญเครื่องสำอาง ฝุ่น และมลพิษต่าง ๆ มาทั้งวันแล้วควรเช็ดผิวหน้าให้สะอาดด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์ก่อน เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดและขจัดสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันในรูขุมขน 


Step 2 : ล้างหน้าให้สะอาด

สกินแคร์รูทีน

เมื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้าไปแล้ว ต่อไปคือขั้นตอนการล้างหน้าเพื่อลดความมันบนใบหน้าและทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก


Step 3 : เช็ดด้วยโทนเนอร์

สกินแคร์รูทีน

การใช้โทนเนอร์จะช่วยขจัดคราบต่าง ๆ บนใบหน้าให้ผิวสะอาดมากยิ่งขึ้นทำให้ลดการอุดตันของสิ่งสกปรกและช่วยลดการเกิดสิวได้


Step 4 : ลงเอสเซนส์

สกินแคร์รูทีน

ต่อไปก็เริ่มบำรุงผิวหน้าโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเหลวมากที่สุดก่อน นั้นก็คือการลงเอสเซนส์หรือน้ำตบเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผิวในการลงสกินแคร์ รูทีนขั้นต่อไป


Step 5 : ลงผลิตภัณฑ์รักษาสิว

สกินแคร์รูทีน

สำหรับผู้ที่เป็นผิว สามารถลงครีมรักษาสิวเฉพาะจุดได้ก่อนเลยและควรเลือกเป็นครีมชนิดที่ซึมเข้าผิวไว เพราะต้องรอให้เนื้อครีมซึมเข้าผิวจนแห้งสนิทก่อนจึงจะสามารถลงสกินแคร์ในขั้นต่อไปได้


Step 6 : ทาเซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์

สกินแคร์รูทีน

สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวมันก็สามารถลงเซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์ได้เช่นกันเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและไม่ขาดน้ำ


Step 7 : ทาครีมกันแดด

สกินแคร์รูทีน

ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นหนึ่งสเตปที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับในตอนเช้าไม่ว่าคุณจะออกจากบ้านหรือไม่ก็ตามควรทาครีมกันแดดทุกวันเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ไม่ให้ทำลายผิวหน้า ผู้ที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดอาจจะเกิดฝ้าและกระบนใบหน้าได้ รวมถึงทำให้หน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยอีกด้วย


ทั้งหมดนี้ก็คือลำดับในการทาสกินแคร์รูทีนอย่างถูกวิธีนั่นเอง หากคุณบำรุงตามขั้นตอนดังต่อไปนี้มันก็จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญสาว ๆ แต่ละคนก็อย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วยเพื่อให้สกินแคร์เหล่านั้นบำรุงได้อย่างตรงจุดมากที่สุด ผิวของเราจะได้เนียนใสปิ๊งเหมือนสาวเกาหลี


อ้างอิง:

https://www.lifestyleissue.com/beauty/skincare-types/ 

https://vogue.co.th/beauty/6-step-skin-care-for-oily-skin 

ผิวสวยไม่พัง เพียงระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง

ผิวสวยไม่พัง เพียงระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง

ผิวสวยไม่พัง เพียงระวังส่วนผสมอันตราย 5 อย่างในเครื่องสำอาง สาว ๆ กับผลิตภัณฑ์บำรุงความงามของผิวพรรณเป็นของที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะไปไหนสาว ๆ ก็คงจะต้องแวะแผนกเครื่องสำอางมองหาสกินแคร์รูปแบบต่าง ๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันประจำ แต่สาว ๆ ทราบไหมว่า สกินแคร์หลาย ๆ แบรนด์ที่มีขายกันอยู่

มีส่วนผสมของสารเคมีที่มีอันตรายผสมอยู่ด้วย เมื่อนำมาใช้บำรุงผิวจากที่จะทำให้ผิวสวยขึ้นกลับเป็นผลร้ายต่อผิวพรรณอย่างน่าเสียดาย ยิ่งถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดผลเสียร้ายแรงเช่น ทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ในบรรดาสารที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางประเภทสกินแคร์ที่สาว ๆ ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ — ผิวสวยไม่พัง

ผิวสวยไม่อยากหน้าพัง

1ทรีโคซาน

อันตรายต่อระบบของฮอร์โมนโดยเฉพาะฮอร์โมนในการการเจริญเติบโต ทรีโคซานมักผสมอยู่ในโฟมล้างหน้าและสบู่ล้างมือที่มีสรรพคุณยับยั้งและปกป้องผิวจากแบคทีเรีย เมื่อใช้ไประยะยาวจะเกิดผลเสียเพราะ ทรีโคซานจะไปสะสมในร่างกายเมื่อซึมเข้าไปในชั้นผิว ทำให้ระบบของฮอร์โมนที่ควบคุมการเติบโตผิดปกติโดยเฉพาะเด็กในวัยที่กำลังเจริญเติบโตหริอหญิงตั้งครรภ์

2 พาราเบน

แม้ชื่อจะฟังดูเป็นภาษาอังกฤษที่ไพเราะไม่มีพิษภัย แต่ถ้าแปลให้เข้าใจง่าย ๆ เป็นภาษาไทย เชื่อว่าสาว ๆ จะต้องรู้สึกสยองกันอย่างแน่นอน เพราะ พาราเบน เรียกง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือ สารกันบูดชนิดหนึ่ง นั่นเอง ลองคิดดูว่าร่างกายและผิวพรรณของเราที่ยังมีชีวิตอยู่กลับต้องถูกเคลือบด้วยสารกันบูดที่เราเป็นคนทาให้กับผิวของเราเอง แถมสารกันบูดตัวนี้ยังซึมซาบเข้าไปในผิวของเราด้วย ถ้านำไปทาให้เด็กเล็ก ๆ ก็จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลต่าง ๆ ในร่างกายด้วย จะให้สกินแคร์ขวดนั้นมีสารอื่น ๆ ที่บำรุงดีแค่ไหน แต่ถ้าปนเปื้อนด้วย พาราเบน หรือสารกันบูดก็คงไม่มีใครอยากใช้แน่ ๆ

3 ออกซิเบนโซน

ในครีมกันแดดหลาย ๆ ยี่ห้อที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีการแอบใส่สารที่ชื่อว่า ออกซิเบนโซน ตัวนี้ผสมอยู่ สารตัวนี้มีฤทธิ์ร้ายกาจมาก เพราะเมื่อสะสมอยู่ในร่างกายจากการซึมซาบไปใต้ผิวหนัง จะไปรบกวนและทำให้การผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงเกิดการผิดปกติได้ และยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ในเบื้องต้นสารตัวนี้จะทำให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย นับว่าเป็นสารที่ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อผิวพรรณแต่กลับให้โทษเสียมากกว่า แล้วอย่างนี้สาว ๆ จะไม่ระวังคงจะไม่ได้เสียแล้ว

4 เรตินัล

เรตินัลที่เคยฮิตกัน เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางบำรุงผิวและปัจจุบันก็ยังมีอยู่มากในครีมกันแดดและโฟมล้างหน้า เป็นศัตรูตัวร้ายของผิวพรรณ เพราะเมื่อเรตินัลโดนแสงแดดจะเกิดปฎิกิริยา ทำให้มีผลเสียกับผิว ทำให้ผิวแก่เร็วเกิดความผิดปกติในระบบการทำงานของเซลล์ผิว

5 น้ำหอม

ใครว่าน้ำหอมไม่อันตราย เครื่แอสำอางและผลิตภัณฑ์สกินแคร์หลายอย่างมักนิยมใส่น้ำหอมลงไปเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นที่น่าใช้ ทำให้สาว ๆ จำนวนมากรู้สึกติดใจ แต่น้ำหอมเหล่านั้นก็มีอันตรายที่แฝงมาโดยสาว ๆ ไม่คาดคิด เพราะมักจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ไปรบกวนต่อมรับกลิ่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ดังนั้นถ้าจะให้ดี สาว ๆ ก็ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ไร้กลิ่นจะดีกว่า

เมื่อทราบเรื่องราว ความสวยความงาม น่ารู้ดีๆแบบนี้กันแล้ว ในครั้งหน้าที่ไปเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สกินแคร์ อย่าลืมตรวจดูส่วนผสมก่อนซื้อให้มั่นใจว่าไม่มีสารเหล่านี้แน่นอนก่อนซื้อนะจ้ะ